บริษัทกำจัดผี2

Ghostbusters: Afterlife – บริษัทกำจัดผี

รีวิว บริษัทกำจัดผี การกลับมาของตำนานที่อบอวลด้วยความคิดถึงหากพูดถึงภาพยนตร์ที่เป็นไอคอนระดับตำนานของยุค 80s คงไม่มีใครไม่นึกถึงกลุ่มชายในชุดหมีพร้อมเครื่องยิงอนุภาคที่ออกปราบผีทั่วนิวยอร์กอย่าง Ghostbusters หลังจากทิ้งช่วงไปนานหลายทศวรรษ (และผ่านเวอร์ชันรีบูตที่อาจไม่ถูกใจแฟนดั้งเดิมเท่าไหร่นัก) ในที่สุด Ghostbusters: Afterlife หรือชื่อไทย “บริษัทกำจัดผี” ก็กลับมาเพื่อสานต่อตำนานบทเดิมอย่างสมเกียรติ โดยฝีมือของผู้กำกับ เจสัน ไรต์แมน ลูกชายแท้ๆ ของ อีวาน ไรต์แมน ผู้กำกับภาคต้นฉบับนั่นเอง

ข้อมูลภาพยนตร์

  • ผู้กำกับ: Jason Reitman
  • สตูดิโอ: Columbia Pictures / Sony Pictures
  • บทภาพยนตร์: Gil Kenan, Jason Reitman
  • นักแสดงนำ: Mckenna Grace, Finn Wolfhard, Carrie Coon, Paul Rudd

บริษัทกำจัดผี2

บริษัทกำจัดผี เนื้อเรื่องย่อ: เมื่อมรดกตกทอดไม่ใช่แค่บ้าน…แต่เป็นอุปกรณ์ปราบผี!

เรื่องราวในภาคนี้ขยับออกจากความวุ่นวายในนิวยอร์ก สู่เมืองเล็กๆ ที่ห่างไกลอย่าง ซัมเมอร์วิลล์ (Summerville) เมื่อ แคลลี คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน ต้องพาลูกทั้งสองคนคือ เทรเวอร์ และ ฟีบี้ ย้ายไปอยู่ในบ้านไร่ผุพังที่ได้รับสืบทอดมาจากพ่อผู้ล่วงลับที่เธอไม่เคยสนิทใจด้วยเลยแต่ความลับที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังนี้เริ่มถูกเปิดเผย เมื่อ ฟีบี้ เด็กสาวอัจฉริยะผู้หลงใหลในวิทยาศาสตร์ ได้พบกับอุปกรณ์ประหลาดที่ดูเหมือนเครื่องดักจับผี และเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นอย่างปริศนาในเมืองที่ไม่ควรมีรอยเลื่อนอยู่เลย นำไปสู่การค้นพบความจริงว่า ตาของเธอคือหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม Ghostbusters ดั้งเดิมที่โลกเคยลืมไปแล้ว และตอนนี้ภัยคุกคามจากยุคโบราณกำลังจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เด็กๆ รุ่นใหม่ต้องสวมชุดหมีและหยิบเครื่องยิงโปรตอนขึ้นมาปกป้องโลกอีกครั้งหนึ่ง

ความน่าสนใจที่ทำให้ Ghostbusters: Afterlife ต้องดูให้ได้

  1. หัวใจหลักคือ “ครอบครัว” และ “การส่งต่อไม้ต่อ”

สิ่งที่ทำให้ภาคนี้แตกต่างจากภาคก่อนๆ คือการเปลี่ยนโทนจากหนังตลกแอ็กชันผู้ใหญ่ มาเป็นแนวผจญภัยเด็กสไตล์ Stranger Things หรือ The Goonies หนังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างรุ่น การค้นหารากเหง้าของตัวเองผ่านมรดกที่ทิ้งไว้ให้ ซึ่งทำให้เรื่องราวดูมีความเป็นมนุษย์และซึ้งกินใจมากกว่าเดิม

  1. งานภาพและเทคนิคพิเศษที่ลงตัว

แม้เทคโนโลยีจะก้าวไปไกล แต่ผู้กำกับเลือกที่จะใช้เทคนิคแบบผสมผสาน มีการนำดีไซน์ผีและเอฟเฟกต์ที่ดูคลาสสิกมาปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้น เราจะได้เห็น Slimer เวอร์ชันใหม่ (Muncher) และกองทัพ Mini-Stay Puft (มนุษย์เมฆตัวจิ๋ว) ที่ทั้งน่ารักและกวนประสาทในเวลาเดียวกัน

  1. การคารวะต้นฉบับแบบจัดเต็ม (Easter Eggs)

สำหรับแฟนพันธุ์แท้ คุณจะตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นอุปกรณ์เก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นรถ Ecto-1 ที่ส่งเสียงไซเรนอันเป็นเอกลักษณ์, เครื่องตรวจจับพลังงาน PKE Meter หรือแม้แต่ขนมและของตกแต่งฉาก ทุกรายละเอียดคือจดหมายรักที่ส่งถึงแฟน Ghostbusters ทั่วโลก

บริษัทกำจัดผี2

เจาะลึกตัวละคร: ความสดใหม่ที่น่าจับตามอง

  • ฟีบี้ (รับบทโดย Mckenna Grace): คือหัวใจสำคัญของภาคนี้ เธอถ่ายทอดบทบาทเด็กเนิร์ดที่มีความคล้ายคลึงกับ อีกอน สแปงเลอร์ ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งจังหวะการยิงมุกฝืดและการแสดงออกทางสีหน้าที่ดูจริงจังแต่มีเสน่ห์
  • พอดแคสต์ (รับบทโดย Logan Kim): คู่หูคนใหม่ของฟีบี้ที่เป็นตัวขโมยซีนอย่างแท้จริง คอยสร้างเสียงหัวเราะและทำให้บรรยากาศของหนังดูสนุกสนาน
  • มิสเตอร์กรีเบอร์สัน (รับบทโดย Paul Rudd): คุณครูผู้คลั่งไคล้ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ที่เข้ามาเติมเต็มความตลกในสไตล์ที่เป็นธรรมชาติ ทำให้เนื้อเรื่องฝั่งผู้ใหญ่ไม่น่าเบื่อ

บทสรุป: ไม่ใช่แค่หนังปราบผี แต่คือการระลึกถึงตำนาน

Ghostbusters: Afterlife ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการบาลานซ์ระหว่าง “ความใหม่” และ “ความเก๋า” หนังไม่ได้พยายามจะทำลายของเก่า แต่เป็นการต่อยอดที่สวยงาม ช่วงท้ายของเรื่องมีการเซอร์ไพรส์ที่อาจทำให้แฟนหนังรุ่นเดอะต้องเสียน้ำตา เป็นการให้เกียรติเหล่านักแสดงชุดเดิมและเป็นการอำลาที่สมบูรณ์แบบหากคุณกำลังหาหนังที่ดูสนุกกันได้ทั้งครอบครัว มีทั้งฉากแอ็กชันที่ตื่นเต้น มุกตลกที่อ่านง่าย และงานสร้างที่มีคุณภาพ “บริษัทกำจัดผี: Afterlife” คือคำตอบที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เตรียมป๊อปคอร์นให้พร้อม แล้วออกไปตามจับผีพร้อมกัน!

คะแนนรีวิว: 8.5/10

(ความสนุกระดับ 5 ดาวสำหรับแฟนรุ่นเก่า และ 4 ดาวสำหรับผู้ชมรุ่นใหม่)

 

Scroll to Top