- ชื่อไทย: เกมเหลี่ยมชิงเงินบาป
- ชื่ออังกฤษ: The Good Liar
- ปีที่เข้าฉาย: ค.ศ. 2019
- ผู้กำกับ: บิล คอนดอน (Bill Condon)
- สตูดิโอ: Warner Bros. Pictures
- ดัดแปลงจาก: นวนิยายของ นิโคลัส เซียเรกี (Nicholas Searle)
- แนว: ดราม่า อาชญากรรม ระทึกขวัญ
- นักแสดงนำ: เอียน แม็คเคลเลน, เฮเลน เมียร์เรน
เกมเหลี่ยมชิงเงินบาป: เมื่อการหลอกลวงไม่ใช่เรื่องของวัยหนุ่มสาว
หากพูดถึงหนังแนวต้มตุ๋น หลายคนอาจนึกถึงเกมโกงสุดฉลาดของคนหนุ่มสาว แต่เลือกเล่าเรื่องผ่านตัวละครวัยชรา ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ ความลับ และอดีตอันมืดมน หนังเรื่องนี้พิสูจน์ว่า “เกมจิตวิทยา” ไม่ได้ลดความเข้มข้นลงตามอายุ ตรงกันข้าม มันยิ่งซับซ้อนและอันตรายกว่าเดิม
สรุปเนื้อเรื่องย่อ
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ รอย คอร์ตนีย์ ชายสูงวัยที่มีอาชีพเป็นนักต้มตุ๋นมืออาชีพ ได้พบกับ เบ็ตตี้ แม็คเลช หญิงหม้ายฐานะดี ผ่านเว็บไซต์หาคู่สำหรับผู้สูงอายุ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มต้นอย่างอบอุ่น สุภาพ และดูจริงใจ
แต่เบื้องหลังรอยคือแผนการหลอกลวงเพื่อหวังเงินก้อนโตจากเบ็ตตี้ ขณะเดียวกัน ยิ่งเขาเข้าใกล้เธอมากเท่าไร ความรู้สึกบางอย่างก็เริ่มสั่นคลอน และอดีตที่เขาคิดว่าฝังกลบไปแล้ว ก็ค่อย ๆ กลับมาหลอกหลอน
เมื่อเกมการหลอกลวงดำเนินไป ผู้ชมจะเริ่มตั้งคำถามว่า ใครกันแน่คือ “ผู้ล่า” และใครคือ “เหยื่อ” เพราะในเกมนี้ ไม่มีใครใสสะอาดอย่างที่เห็น

ความน่าสนใจที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าติดตาม
- การประชันบทบาทระดับตำนาน
จุดเด่นที่สุดของหนังคือการแสดงของ เอียน แม็คเคลเลน และ เฮเลน เมียร์เรน ทั้งสองถ่ายทอดตัวละครได้อย่างมีมิติ ลึก และน่าเชื่อถือ ทุกแววตาและบทสนทนาล้วนแฝงความหมาย ทำให้ผู้ชมต้องจับตามองตลอดเวลา การปะทะทางการแสดงของทั้งคู่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้หนังทรงพลัง
- บทหนังที่ค่อย ๆ เปิดเผยทีละชั้น
The Good Liar ไม่ได้เร่งรีบเฉลย แต่เลือกเล่าเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป เหมือนการแกะหัวหอมทีละชั้น ยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่าเรื่องราวไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และทุกตัวละครล้วนมีบางอย่างซ่อนอยู่
- เกมจิตวิทยาที่เล่นกับความไว้ใจ
หนังตั้งคำถามกับ “ความเชื่อใจ” ได้อย่างแยบยล เมื่อคนสองคนต่างเข้าหากันด้วยเป้าหมายที่ไม่บริสุทธิ์ ความสัมพันธ์ที่ดูอบอุ่นกลับกลายเป็นสนามรบทางจิตวิทยา ผู้ชมจะถูกหลอกให้เชื่อ แล้วถูกดึงกลับมาคิดใหม่อยู่ตลอด
- อดีตที่ตามหลอกหลอน
มากกว่าเรื่องเงิน หนังพูดถึง “บาป” และการกระทำในอดีตที่ไม่อาจลบเลือนได้ สิ่งที่ตัวละครเคยทำ ยังคงส่งผลมาถึงปัจจุบัน และเป็นแรงผลักดันสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด
โทนหนังที่สุขุม แต่กดดัน
แม้หนังจะไม่ได้มีฉากแอ็กชันหรือความตื่นเต้นแบบฉับไว แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดเงียบ ๆ ผู้กำกับใช้จังหวะการเล่าเรื่องที่สุขุม ภาพและดนตรีที่เรียบแต่หนักแน่น ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดและระแวงไปพร้อมกับตัวละคร
- ผู้ที่ชอบหนังแนวอาชญากรรม-จิตวิทยา
- คนดูที่ชื่นชอบการแสดงเชิงลึกและบทสนทนาคุณภาพ
- ผู้ชมที่ชอบหนังหักมุม และเรื่องราวที่ไม่ได้ขาวดำชัดเจน
อาจไม่เหมาะกับคนที่คาดหวังความเร็วหรือฉากระทึกแบบจัดหนัก
บทสรุป
(The Good Liar) คือหนังอาชญากรรมเชิงจิตวิทยาที่โดดเด่นด้วยการแสดงชั้นยอดและบทที่แหลมคม หนังพาผู้ชมเข้าสู่เกมหลอกลวงที่ไม่มีใครเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างแท้จริง และค่อย ๆ เผยให้เห็นว่าบางครั้ง “ความจริง” อาจโหดร้ายกว่าคำโกหก หากคุณกำลังมองหาหนังที่ดูแล้วต้องคิดตาม มีชั้นเชิง และทิ้งรสชาติขมติดใจหลังดูจบ เรื่องนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง




