ทะลุเวลาปั้นฮ่องเต้ใหม่

ทะลุเวลาปั้นฮ่องเต้ใหม่ ภาค 2 Voyage to Haihun S2 (2025)

ทะลุเวลาปั้นฮ่องเต้ใหม่ ภาค 2 (Voyage to Haihun S2) เมื่อกุนซือยุคใหม่ต้องกลับไปกู้บัลลังก์ที่สั่นคลอน!หลังจากที่ภาคแรกทิ้งปมให้แฟนๆ ค้างคาใจกันมานาน ในที่สุดการกลับมาของซีรีส์ข้ามเวลาที่แหวกแนวที่สุดอย่าง  (Voyage to Haihun Season 2) ก็ลงจอในปี 2025 นี้อย่างยิ่งใหญ่! ใครที่ติดใจความฉลาดเป็นกรดของพระเอกและความเข้มข้นของการเมืองในราชวงศ์ฮั่น บอกเลยว่าภาคนี้ “ยกระดับ” ขึ้นไปอีกขั้น ทั้งโปรดักชันที่อลังการขึ้นและบทที่เฉือนคมจนนั่งไม่ติดเก้าอี้

รายละเอียดซีรีส์

  • ชื่อเรื่อง: (Voyage to Haihun Season 2)
  • ประเภท: ย้อนยุค / ชิงไหวชิงพริบ / แฟนตาซี (ข้ามเวลา) / อิงประวัติศาสตร์
  • ผู้กำกับ/สตูดิโอ: ผลงานคุณภาพจากทีมสร้างเดิมที่ร่วมมือกับสถาบันวิจัยประวัติศาสตร์ เพื่อความสมจริงของ “สุสานไห่ฮุนโหว”
  • จำนวนตอน: 30 ตอน (โดยประมาณ)

เรื่องย่อ: เมื่อภารกิจ “ปั้น” ยังไม่จบ และศัตรูร้ายกว่าเดิม!

ในภาคแรก เราได้เห็น “หลินอวี่” ชายหนุ่มจากยุคปัจจุบันที่หลงเข้าไปในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันตก และต้องใช้ความรู้ทางประวัติศาสตร์บวกกับไหวพริบสมัยใหม่ เข้าไปช่วยประคับประคอง “หลิวเฮ่อ” (ว่าที่ไห่ฮุนโหว) ให้รอดพ้นจากการเป็นหมากในการเมือง

ภาค 2 นี้ เรื่องราวเข้มข้นขึ้นเมื่อหลิวเฮ่อไม่ได้เป็นเพียงอ๋องที่ถูกเนรเทศอีกต่อไป แต่เขากำลังก้าวเข้าสู่ศูนย์กลางของพายุอำนาจในเมืองหลวง หลินอวี่ต้องงัด “กลยุทธ์การบริหารสมัยใหม่” มาใช้ในการคานอำนาจกับมหาเสนาบดีผู้กุมบังเหียนราชสำนัก ท่ามกลางปริศนาการข้ามเวลาที่เริ่มเฉลยออกมาว่า การมาของเขานั้นอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มี “แผนการบางอย่าง” ที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันเข้าด้วยกัน!

ทะลุเวลาปั้นฮ่องเต้ใหม่

ทะลุเวลาปั้นฮ่องเต้ใหม่ ภาค 2   จุดเด่นที่ทำให้ภาคนี้ “ต้องดู” (Must Watch!)

  1. การปะทะระหว่าง “สมองยุคใหม่” กับ “เล่ห์เหลี่ยมโบราณ”

ความสนุกที่สุดของเรื่องนี้คือการได้เห็นพระเอกนำเอาความรู้เรื่อง เศรษฐศาสตร์ การตลาด และจิตวิทยา มาปรับใช้ในยุคพันกว่าปีก่อน ภาคนี้เราจะได้เห็นการแก้ปัญหาความอดอยาก การวางระบบภาษี และการสร้างเครือข่ายสายลับที่ดูแล้วต้องร้อง “ว้าว” ว่าคิดได้ยังไง!

  1. พัฒนาการของตัวละคร “หลิวเฮ่อ”

จากภาคแรกที่ดูเป็นคุณชายไม่เอาถ่าน ภาคนี้เราจะได้เห็นการเติบโตของเขาอย่างชัดเจน ภายใต้การเคี่ยวเข็ญของหลินอวี่ หลิวเฮ่อเริ่มเรียนรู้ที่จะ “ซ่อนคม” และกลายเป็นผู้นำที่น่านับถือ เคมีระหว่าง “อาจารย์จำเป็น” กับ “ฮ่องเต้ฝึกหัด” ยังคงยอดเยี่ยมและมีโมเมนต์ชวนอมยิ้มท่ามกลางความตึงเครียด

  1. โปรดักชันระดับงานคราฟต์

ทีมสร้างยังคงรักษามาตรฐานการถอดแบบโบราณคดีได้อย่างยอดเยี่ยม เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ประกอบฉาก และการเซตติ้งวังหลวงทำออกมาได้สมจริงมาก (โดยอ้างอิงจากหลักฐานจริงที่ขุดพบในสุสานไห่ฮุนโหว) ทำให้คนดูเหมือนได้หลุดเข้าไปในประวัติศาสตร์จริงๆ

  1. ปริศนาไซไฟที่เริ่มชัดเจน

ภาคนี้ไม่ได้มีแค่การเมือง แต่เริ่มมีการใส่กลิ่นอายความลึกลับเรื่อง “วัตถุโบราณ” ที่เป็นกุญแจสำคัญของการข้ามเวลาเข้ามา ทำให้เส้นเรื่องน่าติดตามมากขึ้นว่า สุดท้ายแล้วหลินอวี่จะได้กลับบ้าน หรือเขาคือผู้ที่ต้องเปลี่ยนประวัติศาสตร์เสียเอง?

ทะลุเวลาปั้นฮ่องเต้ใหม่

เจาะลึกความน่าสนใจ: ทำไมถึงฮิตถล่มทลายในปี 2025?

สิ่งที่ทำให้ Voyage to Haihun S2 แตกต่างจากซีรีส์ข้ามเวลาทั่วไป คือการ “ไม่ดูถูกสติปัญญาคนดู” บทเขียนออกมาอย่างมีเหตุมีผล ศัตรูในเรื่องไม่ได้โง่เพื่อให้พระเอกชนะง่ายๆ แต่เป็นการสู้กันด้วยกระดานหมากที่ลึกซึ้ง

นอกจากนี้ การหยิบเอาประวัติศาสตร์ช่วง “ไห่ฮุนโหว” ซึ่งมีจริงในประวัติศาสตร์จีนมาตีความใหม่ได้อย่างมีเสน่ห์ ทำให้ผู้ชมไม่เพียงแต่ได้ความสนุก แต่ยังได้เกร็ดความรู้ทางวัฒนธรรมที่ถูกสอดแทรกมาอย่างแนบเนียนผ่านการกระทำของตัวละคร

สรุปภาพรวม: คะแนน 9.5/10

ถ้าคุณชอบซีรีส์แนว หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนาขายุทธ (Joy of Life) หรือ ฉางอันสิบสองชั่วยาม คุณจะหลงรักเรื่องนี้ได้ไม่ยากครับ ภาค 2 ทำออกมาได้กลมกล่อมกว่าเดิม มีทั้งบทบู๊ที่ตื่นเต้น บทบุ๋นที่คมกริบ และงานภาพที่สวยจนทุกเฟรมเหมือนภาพวาด

“ในสมรภูมิที่ไม่มีดาบ… ความรู้คืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด” — นี่คือคำจำกัดความที่ดีที่สุดของซีรีส์เรื่องนี้

Scroll to Top