ปิดโรงเรียนล่าโหดครู2

ปิดโรงเรียนล่าโหดครู

รีวิว ปิดโรงเรียนล่าโหดครู (Lesson of the Evil): เมื่อคุณครูสุดเนี้ยบ กลายเป็นเพชฌฆาตหน้าหยก!หากคุณเคยคิดว่า “ครู” คือเรือจ้างที่ส่งศิษย์ถึงฝั่งฝัน ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คุณต้องขยี้ตาและนิยามคำว่าครูใหม่ทั้งหมด! Lesson of the Evil หรือ ปิดโรงเรียนล่าโหดครู คือผลงานชิ้นเอกของปรมาจารย์ด้านความรุนแรงอย่าง ทาคาชิ มิอิเกะ (Takashi Miike) ที่จะพาคุณไปสำรวจด้านมืดที่ลึกที่สุดของมนุษย์ ภายใต้หน้ากากที่ดูสมบูรณ์แบบ

 ปิดโรงเรียนล่าโหดครู สรุปเนื้อเรื่องย่อ: ภายใต้รอยยิ้มพิมพ์ใจ มีอะไรซ่อนอยู่?

เรื่องราวเลิศเลอเพอร์เฟกต์เริ่มต้นที่โรงเรียนมัธยมปลายชินโคกะโยะ ที่นั่นมี “ฮาสุมิ เซย์จิ” (รับบทโดย ฮิเดอากิ อิโตะ) อาจารย์หนุ่มสอนภาษาอังกฤษผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ เขาเป็นที่รักของนักเรียนและเป็นที่ไว้วางใจของเพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าปัญหาจะหนักแค่ไหน—การกลั่นแกล้งกัน, การล่วงละเมิดทางเพศ หรือการทุจริต—ฮาสุมิจะก้าวเข้ามาจัดการได้อย่างนุ่มนวลและเด็ดขาดเสมอแต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังรอยยิ้มแสนอบอุ่น ฮาสุมิคือ “ไซโคพาธ” (Psychopath) ขนานแท้ที่ไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี สำหรับเขาแล้ว มนุษย์เป็นเพียงเบี้ยบนกระดาน และเมื่อปัญหารุมเร้าจนเขาเริ่มควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ วิธีการ “แก้ปัญหา” ที่ง่ายที่สุดสำหรับเขาก็คือ “การกำจัดขยะ” ให้สิ้นซาก… และการนองเลือดในโรงเรียนที่ดูเหมือนสรวงสวรรค์จึงเริ่มต้นขึ้นในคืนเทศกาลโรงเรียน!

ปิดโรงเรียนล่าโหดครู2

 5 เหตุผลที่ทำให้หนังเรื่องนี้ “ห้ามพลาด”

  1. การแสดงระดับเทพของ ฮิเดอากิ อิโตะ:

ต้องบอกว่าพระเอกคนนี้แบกหนังไว้ทั้งเรื่อง เขาสามารถเปลี่ยนจากครูผู้ใจดีมาเป็นฆาตกรที่เลือดเย็นจนน่าขนลุกได้เพียงแค่การขยับกล้ามเนื้อตาเพียงนิดเดียว การแสดงของเขาทำให้เราทั้งหลงรักและหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน

  1. งานภาพและงานสร้างสไตล์ Takashi Miike:

ถ้าคุณรู้จักชื่อนี้ คุณจะรู้ว่า “ไม่ธรรมดา” หนังไม่ได้ขายแค่ความสยองขวัญ แต่มีการจัดแสง สี และมุมกล้องที่ดูอาร์ตและเท่ในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะฉากไคลแมกซ์ที่ยาวนานและบีบคั้นอารมณ์สุดๆ

  1. เพลงประกอบที่ตัดกับความจริง:

หนังเลือกใช้เพลงคลาสสิกอย่าง “Mack the Knife” (Die Moritat von Mackie Messer) มาเป็นธีมหลักของฆาตกร เพลงจังหวะสนุกๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆาตกรรม ทำให้บรรยากาศในหนังดูวิปริตและติดตา (ติดหู) อย่างบอกไม่ถูก

  1. การวิพากษ์สังคมโรงเรียนญี่ปุ่น:

ภายใต้ความโหด หนังได้จิกกัดระบบการศึกษา สังคมที่หน้าไหว้หลังหลอก และการปิดบังความเน่าเฟะไว้ใต้พรม ซึ่งเป็นเชื้อไฟอย่างดีที่ส่งเสริมให้คนอย่างฮาสุมิมีอำนาจเหนือคนอื่น

  1. ลุ้นระทึกจนนั่งไม่ติด:

ในช่วงครึ่งหลัง หนังจะเปลี่ยนโทนจากแนวจิตวิทยามาเป็นแนว Survival Horror ที่คุณต้องลุ้นว่านักเรียนคนไหนจะรอดจากน้ำมือของ “อาจารย์” ที่พวกเขารักที่สุด

 เกร็ดน่าสนใจ: จากนิยายรางวัลสู่จอเงิน

Lesson of the Evil สร้างมาจากนิยายขายดีของ ยูสึเกะ คิชิ (Yusuke Kishi) ซึ่งได้รับรางวัลด้านวรรณกรรมมากมาย ความโดดเด่นของเวอร์ชันภาพยนตร์คือการที่สตูดิโอและผู้กำกับกล้าที่จะนำเสนอความรุนแรงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของบุคคลที่ “ดูดีเกินไป” จนเรามองไม่เห็นอันตรายที่แฝงอยู่

 ความน่าติดตามที่ทำให้คุณต้องดูให้จบ

ความสนุกของหนังเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การทายว่าใครคือฆาตกร เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร แต่อยู่ที่การดู “วิธีการ” ของฮาสุมิ ว่าเขาจะจัดการกับพยานและอุปสรรคต่างๆ อย่างไรโดยไม่ให้ตัวเองถูกจับได้ และในขณะเดียวกัน เราก็จะได้เห็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ในสถานการณ์ที่มืดแปดด้านหนังเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่หนังที่ให้ความรู้สึก Feel Good แต่อันที่จริงมันเป็นกระจกสะท้อนว่า “ปีศาจที่น่ากลัวที่สุด มักจะมาในคราบของคนที่ใจดีที่สุดเสมอ”

ปิดโรงเรียนล่าโหดครู2

สรุปคะแนนความน่าดู

  • ความสยองขวัญ: 🔪🔪🔪🔪🔪 (5/5)
  • บทภาพยนตร์: 🔪🔪🔪🔪 (4/5)
  • การแสดง: 🔪🔪🔪🔪🔪 (5/5)

คำแนะนำ: เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบแนวระทึกขวัญ, จิตวิทยา และไม่กลัวเลือด (ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่ขวัญอ่อนหรือต้องการแรงบันดาลใจในการไปโรงเรียนในวันรุ่งขึ้น!)

 

Scroll to Top