สมอลล์ฟุต

Smallfoot (2018) สมอลล์ฟุต

รีวิว สมอลล์ฟุต “เยติ” คือเรื่องจริง และมนุษย์ต่างหากคือสิ่งลี้ลับหากพูดถึงแอนิเมชันครอบครัวที่ดูสนุก เข้าใจง่าย แต่แฝงประเด็นชวนคิดเกี่ยวกับความเชื่อและการเปิดใจรับความแตกต่าง ชื่อของ Smallfoot คืออีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ภาพยนตร์แอนิเมชันจากค่าย Warner Animation Group และจัดจำหน่ายโดย Warner Bros. Pictures กำกับโดย Karey Kirkpatrick ซึ่งเคยฝากผลงานแนวครอบครัวและคอมเมดี้มาก่อนนำตำนาน “บิ๊กฟุต” มาพลิกมุมมองใหม่อย่างสร้างสรรค์ ด้วยการเล่าเรื่องจากฝั่งของเยติบนยอดเขาหิมะ ที่เชื่อว่ามนุษย์ หรือที่พวกเขาเรียกว่า “สมอลล์ฟุต” เป็นเพียงนิทานหลอกเด็ก ความคิดเรียบง่ายนี้เอง กลายเป็นจุดตั้งต้นของการผจญภัยที่ทั้งสนุก ตลก และมีแง่คิดมากกว่าที่คาด

เรื่องย่อ: เมื่อความจริงสั่นคลอนความเชื่อ

เรื่องราวเริ่มต้นในหมู่บ้านเยติบนภูเขาสูง ที่ทุกอย่างดำเนินไปตามกฎและความเชื่อดั้งเดิม ชาวเยติทุกตนเชื่อใน “ศิลาแห่งความจริง” ซึ่งจารึกกฎเกณฑ์ของโลกเอาไว้ หนึ่งในนั้นคือคำสอนที่ว่า “สมอลล์ฟุตไม่มีอยู่จริง”

ไมโก ตัวเอกของเรื่อง เป็นเยติหนุ่มผู้ร่าเริงและมองโลกในแง่ดี วันหนึ่งเขาบังเอิญพบมนุษย์ที่ตกลงมาจากท้องฟ้า เหตุการณ์นี้ทำให้ความเชื่อทั้งหมู่บ้านสั่นคลอน แต่แทนที่เขาจะได้รับคำชื่นชม กลับถูกมองว่าโกหกและถูกขับไล่ออกจากสังคม

ไมโกจึงออกเดินทางเพื่อตามหาความจริง พร้อมกับกลุ่มเยติที่เริ่มตั้งคำถามต่อกฎเกณฑ์เดิม การผจญภัยพาเขาไปสู่โลกของมนุษย์ ที่ทั้งน่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความเข้าใจผิด ความสัมพันธ์ระหว่างเยติกับมนุษย์ค่อย ๆ เปิดเผยให้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายต่างกลัวในสิ่งที่ตนไม่เข้าใจ

ประเด็นที่มากกว่าความน่ารัก

แม้จะเป็นแอนิเมชันสำหรับครอบครัว แต่ Smallfoot สอดแทรกประเด็นเรื่อง “ความเชื่อ” และ “ข้อมูลที่ถูกบิดเบือน” ได้อย่างชาญฉลาด หนังตั้งคำถามว่า หากเราเชื่อบางอย่างเพราะถูกสอนมาโดยไม่เคยพิสูจน์เอง เรากำลังปกป้องความจริง หรือเพียงแค่ปกป้องความสบายใจของตัวเอง

เนื้อเรื่องสะท้อนภาพของสังคมที่ยึดติดกับกรอบเดิม ๆ และกลัวการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการตั้งคำถามและการเปิดใจรับฟังมุมมองที่แตกต่าง โดยไม่ทำให้เนื้อหาหนักเกินไปสำหรับผู้ชมเด็ก

งานภาพ สีสัน และดนตรีที่ติดหู

จุดเด่นอีกอย่างของ Smallfoot คือการออกแบบภาพที่สดใสและอบอุ่น โลกของเยติถูกสร้างขึ้นอย่างมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลนตัดกับสีพาสเทลของตัวละคร ขณะที่โลกมนุษย์ถูกถ่ายทอดด้วยโทนสีที่สมจริงกว่า สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสองโลก

ภาพยนตร์ยังเป็นแนวมิวสิคัล มีเพลงประกอบหลายเพลงที่ช่วยเล่าเรื่องและสะท้อนอารมณ์ของตัวละคร เสียงพากย์ต้นฉบับนำโดย Channing Tatum ในบทไมโก และ Zendaya ในบทมีชี ทำให้ตัวละครมีเสน่ห์และมีพลังมากขึ้นเพลงในเรื่องไม่ได้มีไว้แค่ความบันเทิง แต่ยังช่วยขยายธีมหลักเกี่ยวกับการค้นหาความจริงและการกล้าเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่คุ้นเคย

สมอลล์ฟุต

ตัวละครที่มีมิติและเติบโต

แม้จะเป็นหนังที่ดูเบาสบาย แต่ตัวละครแต่ละตัวกลับมีพัฒนาการที่ชัดเจน ไมโกเริ่มต้นจากเยติที่เชื่อทุกอย่างตามตำรา ก่อนจะกลายเป็นคนที่กล้าท้าทายระบบเดิม ๆ ส่วนตัวละครอื่น ๆ ก็มีบทบาทในการสะท้อนมุมมองที่หลากหลาย ทั้งฝ่ายที่ยึดมั่นในประเพณี และฝ่ายที่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่การปะทะกันระหว่างความเชื่อดั้งเดิมกับความจริงใหม่ ๆ ทำให้เรื่องราวมีแรงขับเคลื่อน และทำให้ผู้ชมเอาใจช่วยตัวละครไปจนจบ

เหมาะกับใคร และควรดูไหม

Smallfoot เหมาะสำหรับผู้ชมทุกวัย เด็ก ๆ จะได้สนุกกับความน่ารักของเยติและฉากตลก ขณะที่ผู้ใหญ่จะได้ข้อคิดเกี่ยวกับการใช้เหตุผลและการเปิดใจรับข้อมูลใหม่ ๆแม้โครงเรื่องจะไม่ได้ซับซ้อนมาก แต่ความเรียบง่ายนี่เองที่ทำให้หนังเข้าถึงง่าย ดูได้เพลิน และสามารถนำไปต่อยอดพูดคุยกันในครอบครัวได้โดยรวมแล้ว Smallfoot คือแอนิเมชันที่ผสมผสานความบันเทิงกับสาระได้อย่างลงตัว เป็นอีกหนึ่งผลงานจาก Warner Animation Group ที่พิสูจน์ว่า หนังสำหรับครอบครัวสามารถทั้งสนุก สดใส และมีเนื้อหาชวนคิดในเวลาเดียวกัน หากกำลังมองหาหนังดูสบาย ๆ แต่ได้แง่มุมดี ๆ กลับไปคิดต่อ Smallfoot คือคำตอบที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับค่ำคืนแห่งความอบอุ่นในครอบครัว

 

Scroll to Top