ไฟลต์คลั่ง ฝ่านรกชีวะ

ไฟลต์คลั่ง ฝ่านรกชีวะ

ไฟลต์คลั่ง ฝ่านรกชีวะ เมื่อท้องฟ้ากลายเป็นคุกปิดตาย และทางรอดเดียวคือการ “ลงจอด”ถ้าคุณคิดว่าหนังแนวหายนะบนเครื่องบินกี่เรื่องๆ ก็คงเหมือนกัน เราอยากให้คุณลองเปิดใจให้กับ “Emergency Declaration” หรือชื่อไทยสุดเดือดว่า “ไฟลต์คลั่ง ฝ่านรกชีวะ” นี่ไม่ใช่แค่หนังระทึกขวัญสไตล์เกาหลีทั่วไป แต่มันคือปรากฏการณ์ “ความกดดัน” ที่ย้ายจากพื้นดินไปอยู่บนความสูง 30,000 ฟุต และจะทำให้คุณลืมหายใจไปตลอด 2 ชั่วโมงกว่าๆ!

ข้อมูลภาพยนตร์

  • ผู้กำกับ: ฮันแจริม (Han Jae-rim)
  • สตูดิโอ: Showbox / Magnum 9
  • นำแสดงโดย: ซงคังโฮ, อีบยองฮอน, จอนโดฮยอน, คิมนัมกิล และ อิมชีวาน

ฝันร้ายในเที่ยวบินที่ไร้ทางหนี

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเครื่องบินสายการบินสกายเกาหลี เที่ยวบินที่ KI501 ทะยานจากกรุงโซลมุ่งหน้าสู่ฮาวาย ท่ามกลางผู้โดยสารนับร้อยที่เต็มไปด้วยความหวังและการพักผ่อน แต่แล้วความสยองขวัญก็เริ่มขึ้น เมื่อมีชายหนุ่มลึกลับคนหนึ่ง (รับบทโดย อิมชีวาน) ได้แพร่กระจาย “อาวุธชีวภาพ” ร้ายแรงบนเครื่องบิน

เพียงไม่นาน ผู้โดยสารเริ่มล้มตายด้วยอาการที่น่าสยดสยอง ความโกลาหลแผ่ซ่านไปทั่วลำ ขณะที่บนพื้นดิน อินโฮ (ซงคังโฮ) ตำรวจสายสืบที่พบเบาะแสการก่อการร้ายต้องแข่งกับเวลาเพื่อหาทางช่วยภรรยาของเขาที่อยู่บนเครื่องบินลำนั้น ส่วนบนฟ้า แจฮยอก (อีบยองฮอน) พ่อลูกอ่อนที่มีปมฝังใจกับการบิน ต้องร่วมมือกับกัปตันเพื่อประคองสถานการณ์ที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ เมื่อน้ำมันกำลังจะหมด และไม่มีประเทศไหนยอมให้ “คุกลอยฟ้า” ลำนี้ลงจอด!

ไฟลต์คลั่ง ฝ่านรกชีวะ

ความน่าสนใจที่ทำให้  ไฟลต์คลั่ง ฝ่านรกชีวะ ลุ้นจนตัวโก่ง

  1. รวมดาราตัวท็อป “ระดับออสการ์” ของเกาหลีใต้

นี่คือหนังที่รวมนักแสดงเบอร์ใหญ่ที่สุดของประเทศไว้ในเรื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็น ซงคังโฮ (จาก Parasite), อีบยองฮอน (จาก Squid Game) และ จอนโดฮยอน (เจ้าของรางวัลจาก Cannes) การแสดงของทุกคนไม่ได้มาเล่นๆ แต่ละคนถ่ายทอดความสิ้นหวัง ความกลัว และสัญชาตญาณการเอาตัวรอดออกมาได้อย่างสมจริงจนคนดูรู้สึกเหมือนติดอยู่ในเครื่องบินลำนั้นไปด้วย

  1. โปรดักชันสมจริงจนเวียนหัว (ในทางที่ดี!)

สตูดิโอทุ่มทุนสร้างฉากเครื่องบินจำลองขนาดเท่าของจริงที่สามารถหมุนได้ 360 องศา! ฉากที่เครื่องบินเสียการทรงตัวแล้วร่วงดิ่งลงจากฟ้าจะทำให้คุณรู้สึกวูบในท้องจริงๆ งานภาพและเสียงทำออกมาได้เนี้ยบระดับฮอลลีวูด จนคุณอาจจะต้องจิกเบาะที่นั่งตามตัวละครในเรื่อง

ไฟลต์คลั่ง ฝ่านรกชีวะ

ทำไมเรื่องนี้ถึงไปไกลกว่าหนังหายนะทั่วไป?

  • การก่อการร้ายที่มองไม่เห็น: อาวุธชีวภาพ

ความน่ากลัวของเรื่องนี้ไม่ใช่ระเบิดหรือการจี้เครื่องบินแบบเดิมๆ แต่มันคือ “เชื้อโรค” ที่เรามองไม่เห็น หนังเข้าถึงจริตของโลกยุคหลังแพนเดมิกได้อย่างดีเยี่ยม เราจะได้เห็นความหวาดระแวงของมนุษย์ที่กลัวคนข้างๆ จะติดเชื้อ และการตัดสินใจที่เห็นแก่ตัวเมื่อความตายมาจ่อหน้า

  • การเมืองและความเห็นแก่ตัว: เมื่อโลก “ไม่ต้อนรับ” คนตาย

สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้บีบคั้นหัวใจที่สุด ไม่ใช่แค่การเอาชนะเชื้อโรค แต่คือการที่เครื่องบินลำนี้กลายเป็น “ขยะลอยฟ้า” ที่ไม่มีประเทศไหนอยากให้ลงจอด เพราะกลัวเชื้อจะระบาดสู่คนในประเทศ หนังสะท้อนภาพการเมืองระหว่างประเทศและจริยธรรมของมนุษย์ได้อย่างเจ็บแสบ จนเราต้องตั้งคำถามว่า “ถ้าเราเป็นคนบนดิน เราจะยอมให้พวกเขาวางแผนจอดหรือไม่?”

  • อิมชีวาน: ตัวร้ายที่ชวนขนลุกที่สุด

ต้องขอชื่นชม อิมชีวาน ในบทผู้ก่อการร้ายไซโคพาธ (Psychopath) เขาแสดงออกผ่านแววตาและรอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยตั้งแต่ปรากฏตัวครั้งแรก เป็นตัวละครที่ขับเคลื่อนความสยองขวัญในช่วงครึ่งแรกของเรื่องได้อย่างทรงพลัง

บทสรุป: ความหวังท่ามกลางนรกบนฟ้า

Emergency Declaration ไม่ได้มีดีแค่ความระทึกขวัญ แต่มันคือหนังที่พูดถึงความรัก ครอบครัว และการเสียสละ แม้ในช่วงท้ายหนังอาจจะมีกลิ่นอายความดราม่าสไตล์เกาหลีอยู่บ้าง แต่ก็เป็นดราม่าที่กระแทกใจและทำให้เราเห็นถึงความสวยงามของความเป็นมนุษย์ในยามที่มืดมนที่สุด

หากคุณชอบหนังแนว Train to Busan ในเวอร์ชันที่อยู่บนเครื่องบิน และต้องการงานสร้างระดับพรีเมียมที่ลุ้นระทึกตั้งแต่ต้นจนจบ เรื่องนี้คือคำตอบครับ!

สรุปคะแนน: 9/10 (หักคะแนนความดราม่าฟูมฟายในช่วงท้ายเล็กน้อย แต่โดยรวมคือ Masterpiece ของหนังภัยพิบัติ!)

 

Scroll to Top