A Tale Of Two Sons1

Brothers: A Tale Of Two Sons

Brothers: A Tale of Two Sons – สองพี่น้องหนึ่งหัวใจ เกมที่จะทำให้คุณรู้ว่า “ความรัก” ไม่ต้องใช้คำพูดการเดินทางของพี่น้องคู่หนึ่งเพื่อตามหายารักษาพ่อที่กำลังป่วยหนัก ฟังดูเหมือนพล็อตหนังแฟนตาซีทั่วไปใช่ไหมครับ? แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้กลายเป็นตำนาน คือวิธีการที่มันเล่าเรื่องผ่านระบบการเล่นที่แปลกใหม่ จนทำให้เรา “อิน” ไปกับความสัมพันธ์ของตัวละครได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ข้อมูลเกม

  • ผู้สร้าง/สตูดิโอ: Starbreeze Studios (กำกับโดย Josef Fares ผู้กำกับหนังชื่อดังและผู้สร้าง It Takes Two)
  • แนวเกม: Adventure / Puzzle
  • แพลตฟอร์ม: PC, PS4, Xbox One, Nintendo Switch และเวอร์ชัน Remake บน Next-gen

การเดินทางข้ามโลกแฟนตาซีเพื่อ “ลมหายใจ” ของพ่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นด้วยความเศร้า เมื่อพี่น้องคู่หนึ่งต้องสูญเสียแม่ไปต่อหน้าต่อตาจากอุบัติเหตุทางน้ำ และตอนนี้ “พ่อ” ซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายก็กำลังล้มป่วยด้วยโรคประหลาด ทั้งสองจึงต้องออกเดินทางสู่ดินแดนอันไกลพ้นเพื่อตามหา “น้ำแห่งชีวิต” (Water of Life) มาช่วยชีวิตพ่อ

ในการเดินทางครั้งนี้ พี่ชายคนโต (ผู้เข้มแข็งและกล้าหาญ) และน้องชายคนเล็ก (ผู้ร่าเริงแต่ขี้กลัว) ต้องก้าวข้ามผ่านหมู่บ้านที่เงียบเหงา ถ้ำยักษ์ที่อันตราย ไปจนถึงดินแดนแห่งเทพนิยายที่เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์และอันตรายที่คาดไม่ถึง โดยที่ไม่มีบทสนทนาเป็นภาษาที่มนุษย์เข้าใจแม้แต่คำเดียว!

ความน่าสนใจที่ทำให้ “ต้องเล่น” (และห้ามโดนสปอยล์!)

  1. ระบบควบคุม “หนึ่งคน สองร่าง”

ความพิเศษที่สุดของเกมนี้คือ Single-player Co-op ครับ เราจะได้ใช้จอยคอนโทรลเลอร์เพียงอันเดียว โดยที่คันโยกฝั่งซ้ายควบคุม “พี่ชาย” และคันโยกฝั่งขวาควบคุม “น้องชาย”

  • ช่วงแรกคุณจะรู้สึกงงๆ เหมือนสมองแยกซีกไม่ถูก
  • แต่เมื่อเล่นไปสักพัก คุณจะเริ่มรู้สึกว่ามือทั้งสองข้างทำงานสอดประสานกัน เหมือนกับความผูกพันของพี่น้องที่เริ่มแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจุดนี้แหละคือ “ไม้ตาย” ของเกมที่นำมาใช้เล่าเรื่องในตอนจบได้อย่างทรงพลังที่สุด
  1. การเล่าเรื่องด้วยภาพและอารมณ์ (Non-Verbal Storytelling)

เกมนี้ไม่มีซับไตเติล ไม่มีภาษาอังกฤษ ตัวละครคุยกันด้วยภาษาที่สมมติขึ้น (Gibberish) แต่เชื่อไหมครับว่าเราสามารถเข้าใจทุกความรู้สึก ทั้งความกลัว ความดีใจ หรือความเจ็บปวด ผ่านท่าทาง (Animation) และเสียงดนตรีประกอบที่บาดลึก เป็นบทพิสูจน์ว่า “ภาษาใจ” นั้นสำคัญกว่าภาษาพูดจริงๆ

A Tale Of Two Sons1

A Tale Of Two Sons ทำไมเกมนี้ถึงครองใจคนทั่วโลก?

  • โลกแฟนตาซีที่สวยงามแต่แฝงด้วยความเศร้า

ฉากในเกมถูกออกแบบมาอย่างวิจิตรบรรจง ทุกครั้งที่เรานั่งพักบนม้านั่ง (ซึ่งเป็นกิมมิคของเกม) กล้องจะแพนออกเพื่อให้เราเห็นทัศนียภาพที่กว้างไกล ตั้งแต่ป่าเขียวขจีไปจนถึงสมรภูมิของยักษ์ที่ล่มสลาย งานภาพเหล่านี้เล่าประวัติศาสตร์ของโลกในเกมได้โดยไม่ต้องมีตัวหนังสือให้อ่านสักบรรทัด

  • ปริศนาที่ออกแบบมาเพื่อ “ความร่วมมือ”

ปริศนาในเกมไม่ได้ยากจนกุมขมับ แต่เน้นการใช้ทักษะที่ต่างกันของพี่น้อง เช่น พี่ชายที่มีแรงเยอะต้องช่วยดึงคันโยก ในขณะที่น้องชายที่ตัวเล็กกว่าต้องมุดผ่านลูกกรงไปเปิดประตู ทุกการแก้ปริศนาทำให้เรารู้สึกว่า “ถ้าขาดใครคนใดคนหนึ่งไป การเดินทางนี้ไม่มีทางสำเร็จ”

  • ผลงานจากวิสัยทัศน์ของ Josef Fares

ก่อนจะโด่งดังสุดขีดกับ It Takes Two (Game of the Year 2021) Josef Fares ได้วางรากฐานการเล่นเกมแนว Co-op ไว้ที่นี่ ความเป็นดราม่าแบบหนังภาพยนตร์ถูกใส่เข้ามาอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้เกมนี้มีจังหวะการเล่าเรื่อง (Pacing) ที่ดีเยี่ยมเหมือนนั่งดูหนังชั้นดีเรื่องหนึ่ง

บทสรุป: มากกว่าแค่เกม คือบทเรียนเรื่องการเติบโต

เป็นเกมที่ใช้เวลาเล่นไม่นาน (ประมาณ 3-4 ชั่วโมงจบ) แต่ความรู้สึกหลังเล่นจบจะอยู่กับคุณไปตลอดกาล มันเป็นเรื่องของการก้าวข้ามความสูญเสีย การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และความหมายของการมีชีวิตอยู่

หากคุณเคยมีพี่น้อง หรือเคยสูญเสียสิ่งสำคัญไป เกมนี้จะสะกิดแผลใจและช่วยเยียวยามันไปพร้อมๆ กัน เตรียมทิชชู่ไว้ข้างตัวด้วยนะครับ เพราะบทสรุปของเกมนี้ “ทรงพลัง” จนอาจทำให้คุณเสียน้ำตาได้โดยไม่รู้ตัว

สรุปคะแนน: 10/10 (Masterpiece ที่เกมเมอร์ทุกคนควรสัมผัสครั้งหนึ่งในชีวิต)

Scroll to Top