ABYSSDIA

ABYSSDIA

หากคุณกำลังมองหาเกมที่มีเนื้อเรื่องเข้มข้น งานภาพระดับมาสเตอร์พีซ และบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ABYSSDIA คือชื่อที่คุณต้องปักหมุดไว้ในลิสต์เกมห้ามพลาดของปีนี้ครับ! วันนี้เราจะพาทุกคนดำดิ่งลงสู่ห้วงลึกเพื่อดูว่าทำไมเกมนี้ถึงกลายเป็นกระแสในหมู่เกมเมอร์สายเนื้อเรื่องอย่างรวดเร็ว

ผู้สร้างและสตูดิโอ: เบื้องหลังความงามที่แฝงด้วยความสยอง

ถูกพัฒนาโดยทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านการเล่าเรื่องผ่านบรรยากาศ (Atmospheric Storytelling) โดยเน้นไปที่การผสมผสานระหว่างงานศิลปะสไตล์กอทิก (Gothic) และความลึกลับของท้องทะเลลึก ทีมผู้พัฒนาตั้งใจให้ตัวเกมไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด แต่เป็นการ “ตั้งคำถาม” กับตัวผู้เล่นตลอดเวลาผ่านงานดีไซน์ที่ประณีตและดนตรีประกอบที่บีบคั้นอารมณ์

 เรื่องราวท่ามกลางความมืด: เมื่อโลกถูกกลืนกินโดย “อเวจี”

เนื้อเรื่องของเริ่มต้นขึ้นในโลกที่แสงอาทิตย์ได้เลือนหายไปนานนับศตวรรษ โลกทั้งใบถูกปกคลุมด้วย หรือความมืดมิดที่ไม่มีที่สิ้นสุด มนุษยชาติที่เหลืออยู่ต้องอาศัยอยู่ในเมืองลอยฟ้าหรือใต้ดินที่เต็มไปด้วยความแร้นแค้นเราจะได้รับบทเป็น “The Seeker” นักเดินทางปริศนาผู้มีพลังในการสื่อสารกับเศษเสี้ยวแห่งแสงที่เหลืออยู่ ภารกิจของคุณคือการเดินทางลงไปยังใจกลางของ Abyss เพื่อค้นหา “หัวใจแห่งโลก” ที่ลือกันว่าสามารถคืนแสงสว่างกลับมาได้ แต่ระหว่างทาง คุณจะได้พบกับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวว่า… แสงสว่างที่ทุกคนถวิลหา อาจไม่ใช่ความรอดที่แท้จริง

ความน่าสนใจที่ทำให้คุณ “หยุดเล่นไม่ได้”

  1. ระบบ “Sanity vs. Power” (จิตใจกับพลัง)

ใน ABYSSDIA ยิ่งคุณใช้พลังวิเศษมากเท่าไหร่ จิตใจของตัวละครจะยิ่งดำดิ่งสู่ความบ้าคลั่ง หน้าจอจะเริ่มบิดเบี้ยว เสียงรอบข้างจะเปลี่ยนไป และศัตรูอาจจะดูน่ากลัวขึ้น (หรือหายไปเฉยๆ จนคุณระแวง) การรักษาสมดุลระหว่างการเก่งขึ้นกับการรักษาความมีสติ คือความท้าทายหลักที่ทำให้เกมนี้มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

  1. การสำรวจโลกที่ “มีชีวิต” (และพร้อมจะขยับเข้ามาหาคุณ)

ฉากในเกมไม่ได้เป็นเพียงแค่ฉากหลัง แต่ละพื้นที่ใน Abyss มีเรื่องราวของมันเอง ตั้งแต่ซากปรักหักพังของอาณาจักรโบราณ ไปจนถึงป่าปะการังเรืองแสงที่ดูสวยงามแต่แฝงไปด้วยพิษร้าย ทุกการสำรวจจะมอบเบาะแสเนื้อเรื่อง (Lore) ที่ทำให้เราอยากรู้อยากเห็นอยู่ตลอดเวลา

  1. ทางเลือกที่มีน้ำหนักและส่งผลกระทบจริง

เกมนี้ไม่มี “ขาว” หรือ “ดำ” ทุกการตัดสินใจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยชีวิต NPC หรือการเลือกสังเวยบางสิ่งเพื่อความก้าวหน้า จะส่งผลต่อฉากจบและสภาพของโลกในเกมอย่างเห็นได้ชัด คุณอาจจะช่วยเมืองหนึ่งไว้ได้ แต่กลับทำให้โลกมืดมนลงกว่าเดิมก็ได้!

ABYSSDIA

 เจาะลึกหัวข้อย่อย: ทำไม ABYSSDIA ถึงเป็นมากกว่าแค่เกม Action-RPG?

  • งานภาพระดับ Cinematic ที่ทุก Frame คือวอลเปเปอร์

ต้องยอมรับว่าทีมอาร์ตของเกมนี้ “จัดเต็ม” มาก การเล่นแสงสีในที่มืดทำออกมาได้ไร้ที่ติ แสงจากโคมไฟดวงเล็กๆ หรือประกายไฟจากการปะทะดาบ ดูมีพลังและสร้างความหวังท่ามกลางความมืดมิดได้อย่างมหัศจรรย์

  • ระบบการต่อสู้ที่ต้อง “คิด” ก่อน “กด”

ลืมการรัวปุ่มไปได้เลย เพราะศัตรูในมีรูปแบบการโจมตีที่หลากหลายและรุนแรง การจับจังหวะ การเคาน์เตอร์ และการเลือกใช้ไอเทมให้ถูกจังหวะคือหัวใจสำคัญ ตัวเกมมีความเป็น Soul-like เล็กน้อยแต่เข้าถึงง่ายกว่า ทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่ไม่รู้สึกท้อแท้จนเกินไป

  • ดนตรีประกอบที่โอบล้อมความเหงา

เสียงเพลงในเกมนี้ประกอบไปด้วยเครื่องสายและเสียงประสานที่ให้ความรู้สึกเวิ้งว้างและยิ่งใหญ่ในเวลาเดียวกัน มันช่วยดึงอารมณ์ให้เราอินไปกับตัวละคร Seeker ที่ต้องแบกรับชะตากรรมของโลกไว้เพียงลำพัง

 สรุปรีวิว: คุ้มค่าแก่การเปย์หรือไม่?

คือจดหมายรักถึงแฟนเกมแนว Dark Fantasy และคนที่ชอบการเสพเนื้อเรื่องลุ่มลึก แม้ตัวเกมจะมีความยากระดับหนึ่ง และโทนเรื่องที่ค่อนข้างหดหู่ แต่ความพึงพอใจหลังจากที่ได้รับรู้ความจริงของโลก และการผ่านบอสแต่ละตัวไปได้นั้น เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและคุ้มค่ากับเวลาทุกนาที“ในโลกที่ไร้แสงสว่าง… คุณจะยอมเป็นแสงนั้นเอง หรือจะยอมถูกความมืดกลืนกินไปพร้อมกับความจริง?”

คะแนนรีวิว: 9.5/10 (หักนิดเดียวตรงที่บางฉากมืดจนต้องเพ่งตาแทบหลุด!)

Scroll to Top