Afternoons of Solitude_BKKIFF251

Afternoons of Solitude_BKKIFF25

Afternoons of Solitude_BKKIFF25 ศิลปะ ความตาย และความโดดเดี่ยวเบื้องหลัง “ชุดแสงไฟ” ของมาทาดอร์ถ้าคุณคิดว่าสารคดีเกี่ยวกับ “การสูบัว” จะต้องเป็นเรื่องของการประท้วง หรือความป่าเถื่อนเพียงอย่างเดียว… เราอยากให้คุณลบภาพจำเหล่านั้นออกไปก่อน เพราะ Afternoons of Solitude (หรือชื่อสเปน Tardes de soledad) ภาพยนตร์สารคดีเรื่องแรกของผู้กำกับสายอินดี้ระดับโลก อัลเบิร์ต แซร์รา (Albert Serra) จะพาคุณดำดิ่งลงไปสัมผัสประสบการณ์ที่ทั้งงดงามและน่าขนลุกไปพร้อมๆ กัน จนสามารถคว้าพ่วงรางวัลใหญ่อย่าง Golden Shell (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม) จากเทศกาลหนัง San Sebastián และรางวัล Goya Awards 2026 สาขาสารคดียอดเยี่ยมมาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี!และนี่คือรีวิวเจาะลึกจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ (BKKIFF) ที่เราอยากบอกต่อว่า ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงเป็น “ต้องดู” ของปีนี้!

 ข้อมูลภาพยนตร์

  • ผู้กำกับ: อัลเบิร์ต แซร์รา (Albert Serra) ผู้กำกับชาวคาตาลันที่มีชื่อเสียงจากสไตล์การทำหนังที่เน้นภาพสวยราวกับภาพวาดและจังหวะที่นิ่งลึก (ผลงานก่อนหน้า: Pacifiction, The Death of Louis XIV)
  • สตูดิโอผู้สร้าง: การจับมือร่วมทุนของสเปน ฝรั่งเศส และโปรตุเกส นำโดย Andergraun Films, Lacima Producciones และ Idéale Audiences
  • นักแสดงนำ (บุคคลในสารคดี): อันเดรส โรคา เรย์ (Andrés Roca Rey) มาทาดอร์หนุ่มชื่อดังชาวเปรูผู้เป็นซูเปอร์สตาร์แห่งวงการสู้วัวยุคปัจจุบัน

Afternoons of Solitude_BKKIFF25  เรื่องย่อ: วันอันเงียบงัน… ก่อนเสียงคำรามในลานประลอง

ไม่ใช่สารคดีประเภทที่มีคนมานั่งสัมภาษณ์หน้ากล้อง หรือมีเสียงบรรยายเล่าประวัติศาสตร์ แต่หนังใช้วิธี “เฝ้าสังเกตการณ์” อย่างใกล้ชิดและจริงจังตลอดการแข่งขัน 14 ครั้ง โดยโฟกัสไปที่ชีวิตของ อันเดรส โรคา เรย์ มาทาดอร์หนุ่มผู้แบกรับความกดดันระดับประเทศเรื่องราวจะตัดสลับระหว่างสองโลกที่ต่างกันสุดขั้ว:

  • โลกแห่งความโดดเดี่ยว: เริ่มต้นในห้องพักโรงแรมที่เงียบสงัด ภาพของอันเดรสที่กำลังสวดมนต์อย่างเคร่งเครียด จูบรูปพระแม่มารีสีหน้าอมทุกข์ และค่อยๆ สวมใส่ traje de luces หรือ “ชุดแสงไฟ” (ชุดมาทาดอร์ปักดิ้นทองอันประณีต) ที่รัดแน่นจนอึดอัด ราวกับกำลังเตรียมตัวเข้าสู่พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์
  • โลกแห่งการนองเลือด: จากห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ หนังจะพาเรากระโดดเข้าสู่ลานสู้วัวอันกว้างใหญ่ คลุกฝุ่น คลุกเลือด และเผชิญหน้ากับวัวกระทิงดุร้ายตัวเป็นๆ ในระยะประชิดชนิดที่ลมหายใจของสัตว์ป่าแทบจะรดหน้ากล้อง

เมื่อการต่อสู้จบลง (ไม่ว่าจะรอดชีวิตหรือบาดเจ็บ) กล้องก็จะตามเขากลับขึ้นรถตู้ เดินทางท่ามกลางเสียงพูดคุยของทีมงานที่คอยอวยพรและวิจารณ์ผลงาน ก่อนที่เขาจะกลับไปสู่ความเงียบงันในห้องพักโรงแรมอีกครั้ง เป็นวัฏจักรแห่งความตายที่หมุนเวียนไปไม่รู้จบ

Afternoons of Solitude_BKKIFF251

 4 ความน่าสนใจที่จะทำให้คุณละสายตาไม่ได้

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าทำไมสารคดีความยาว 2 ชั่วโมงกว่าเรื่องนี้ถึงทรงพลัง เราได้สรุปไฮไลต์เด็ดๆ ที่จะทำให้คุณอ่านแล้วอยากตีตั๋วไปดูทันที:

  1. งานภาพระดับมาสเตอร์พีซ: ใกล้จนเห็น “แววตา” ของความตาย

ภาพยนตร์ใช้เวลาถ่ายทำนานถึง 3 ปี และตัดต่ออีก 2 ปี เพื่อให้ได้ฟุตเทจที่สมบูรณ์ที่สุด อาร์ตูร์ ตอร์ต (Artur Tort) ผู้กำกับภาพคู่ใจของแซร์รา ใช้เลนส์ระยะไกลซูมเข้าไปจับภาพใบหน้าของอันเดรสในระยะโคลสอัพ (Close-up) เราจะได้เห็นเหงื่อที่ผุดพราย แววตาที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด และที่น่าทึ่ง (บวกกับน่ากลัว) คือ กล้องยังจับภาพบาดแผล ลมหายใจฟืดฟาด และแววตาสุดท้ายของวัวกระทิงก่อนสิ้นใจได้อย่างโหดร้ายแต่ก็งดงามในเชิงศิลปะอย่างน่าประหลาด

  1. ไม่ตัดสิน… แต่ให้คุณเลือกมองด้วยตาตัวเอง

ประเด็นเรื่องการสู้วัวกระทิงเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากในปัจจุบัน (ก่อนฉายในสเปนมีองค์กรพิทักษ์สัตว์ออกมาประท้วงให้ถอดถอนหนังด้วยซ้ำ) แต่สิ่งที่ผู้กำกับ อัลเบิร์ต แซร์รา ทำได้อย่างชาญฉลาดคือ “เขาไม่เลือกข้าง” หนังไม่มีการใส่ดนตรีบิ้วอารมณ์ให้รู้สึกว่ามาทาดอร์เป็นฮีโร่ และไม่ได้ใส่เสียงบรรยายเพื่อประณามความรุนแรง หนังปล่อยให้ภาพความจริงทำหน้าที่ของมัน นำเสนอทั้งความวิจิตรของท่วงท่า ความกล้าหาญของมนุษย์ และความน่าเวทนาของสัตว์ป่าที่ต้องตายเพื่อความบันเทิง

  1. คอนทราสต์ (Contrast) ที่ชวนอึดอัดแต่เพลินจนลืมเวลา

เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือการเล่นกับอารมณ์ที่ขัดกันอย่างรุนแรง ช่วงเวลาในห้องพักและในรถตู้เป็นอะไรที่ “ธรรมดาและน่าเบื่อ” (Banality) มีเพียงเสียงบ่น เสียงแซวของทีมงานเกี่ยวกับการแต่งตัวหรือขนาดความเป็นชายหลังจากสู้เสร็จ แต่พอตัดเข้าไปในลานประลอง อารมณ์จะพุ่งทะยานสู่ “ความบ้าคลั่งและความศักดิ์สิทธิ์” (Sacred Spectacle) ทันที จังหวะการตัดสลับแบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังเล่นรถไฟเหาะทางอารมณ์อยู่ตลอดเวลา

  1. ซาวนด์ดีไซน์ที่โอบล้อมประหนึ่งอยู่ในสนามจริง

นอกจากดนตรีประกอบที่เลือกใช้ได้อย่างมีรสนิยมแล้ว เสียงบรรยากาศ (Ambient Sound) ในเรื่องนี้คือทีเด็ด! ทั้งเสียงผ้าคลุมสะบัดล่อวัว เสียงเกือกม้าของปิกาดอร์ (ผู้ช่วยควบม้า) เสียงฝีเท้ากระทืบลงบนผืนทราย และเสียงโห่ร้องสลับกับความเงียบกริบของผู้ชมในสนาม… มันทรงพลังจนทำให้เราเหมือนหลุดเข้าไปนั่งอยู่แถวหน้าสุดของสเตเดียมจริงๆ

 บทสรุป: สารคดีที่ท้าทายจิตวิญญาณคนดู

Afternoons of Solitude ไม่ใช่หนังที่ดูง่ายสำหรับทุกคน เนื่องจากมีภาพความรุนแรงและการทำร้ายสัตว์อย่างชัดเจน (ผู้ชมสายกรีนหรือคนรักสัตว์อาจต้องเตรียมใจ) แต่ในแง่ของ “ภาพยนตร์ในฐานะศิลปะ” นี่คือผลงานระดับขึ้นหิ้งที่เปิดเปลือยให้เห็นว่า มนุษย์เรายอมแลกชีวิตและความโดดเดี่ยวไปเพื่ออะไร? เพื่อเกียรติยศ? เพื่อศิลปะ? หรือเพื่อเอาชนะธรรมชาติ?หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ที่จะมาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ท้าทายความคิด และมอบงานภาพที่หาไม่ได้จากหนังบล็อกบัสเตอร์ทั่วไป… รีวิวนี้ขอการันตีเลยว่า สารคดีส่งตรงจากสเปนเรื่องนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอนครับ!

คะแนนความน่าติดตาม: 🌟🌟🌟🌟🌟 (5/5 สำหรับคอหนังสายศิลปะและความสมจริง)

 

Scroll to Top