Anyone But You

Anyone But You

รีวิวภาพยนตร์ Anyone But You จากคู่กัดสู่คู่ใจ โรแมนติกคอมเมดี้สูตรคลาสสิกที่ดูสนุกเกินคาดถ้าคุณกำลังมองหาหนังรักเบาสมอง ดูง่าย ดูเพลิน และเต็มไปด้วยเคมีของนักแสดงคือหนึ่งในภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ที่ตอบโจทย์ได้ดีอย่างไม่น่าแปลกใจ หนังหยิบพล็อต “จากคนที่ไม่ถูกกันเลย สู่คนที่ขาดกันไม่ได้” กลับมาเล่าใหม่ในบรรยากาศร่วมสมัย พร้อมมุกตลกและสถานการณ์ชวนยิ้มที่ทำให้คนดูเผลอยิ้มตามตลอดเรื่อง

Anyone But You ผู้แต่งและสตูดิโอผู้สร้าง

เป็นภาพยนตร์จาก Sony Pictures Entertainment กำกับโดย วิล กลัค (Will Gluck) ผู้กำกับสายโรแมนติกคอมเมดี้ที่เคยฝากผลงานไว้ในแนวหนังรักและหนังเบาสมองมาแล้วหลายเรื่อง

ตัวหนังได้รับแรงบันดาลใจหลวม ๆ จากบทละครคลาสสิกของเชกสเปียร์เรื่อง Much Ado About Nothing ซึ่งเป็นต้นแบบความสัมพันธ์แบบคู่กัด ปากร้าย แต่เคมีแรง ทำให้มีกลิ่นอายความคลาสสิก ผสมกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว

Anyone But You

สรุปเนื้อเรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นที่ บี และ เบน ชายหญิงสองคนที่พบกันโดยบังเอิญ และเริ่มต้นความสัมพันธ์ได้อย่างสวยงามราวกับหนังรักในฝัน แต่ด้วยความเข้าใจผิดและจังหวะชีวิตที่ไม่ลงตัว ความประทับใจในวันแรกกลับจบลงด้วยความไม่ถูกชะตา จนทั้งคู่กลายเป็น “คนที่ไม่อยากเจอหน้ากันอีก”

หลายเดือนต่อมา ทั้งบีและเบนต้องกลับมาเจอกันอีกครั้งในงานแต่งของเพื่อน ที่ซึ่งเต็มไปด้วยคนรอบข้าง ความคาดหวัง และสถานการณ์ชวนอึดอัด เพื่อหลีกเลี่ยงคำถามและแรงกดดัน ทั้งคู่จึงตกลง “แกล้งทำเป็นคบกัน” แบบไม่จริงจัง แต่ยิ่งแสดง ยิ่งใกล้ ยิ่งถกเถียง หัวใจที่เคยปิดตายก็เริ่มสั่นไหวอีกครั้ง

ความน่าสนใจที่ทำให้น่าติดตาม

  1. พล็อตคลาสสิกที่ยังใช้ได้เสมอ
    แม้โครงเรื่องจะคุ้นเคย แต่หนังรู้จังหวะการเล่า ไม่เร่ง ไม่ยืด และใส่มุกตลกที่เข้ากับยุคสมัย ทำให้ดูสนุกโดยไม่รู้สึกเชย
  2. เคมีนักแสดงคือหัวใจสำคัญ
    จุดเด่นที่สุดของคือเคมีระหว่างนักแสดงนำ ที่ทั้งกัดกันแรง หยอกกันเจ็บ แต่ก็มีช่วงอ่อนโยนที่ทำให้ผู้ชมเชื่อในความรู้สึกของตัวละครได้ไม่ยาก
  3. บทสนทนาสนุก ดูเป็นธรรมชาติ
    บทพูดเต็มไปด้วยความกวน ความประชด และการโต้ตอบแบบคนจริง ทำให้หลายฉากดูเหมือนบทสนทนาที่อาจเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน
  4. โทนหนังเบา ดูเพลิน เหมาะกับทุกโอกาส
    ไม่ได้พยายามจะเป็นหนังรักลึกซึ้งหรือดราม่าหนัก แต่เป็นหนังที่ดูเพื่อผ่อนคลาย หัวเราะ และยิ้มไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนา

Anyone But You

สรุป

คือโรแมนติกคอมเมดี้ที่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร และทำหน้าที่นั้นได้อย่างดีเยี่ยม หนังอาจไม่ได้แปลกใหม่หรือซับซ้อน แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ความสนุก และเคมีที่ทำให้คนดูอินไปกับตัวละครได้ตลอดเรื่องหากคุณคิดถึงบรรยากาศหนังรักยุคก่อนที่ดูแล้วสบายใจ มีทั้งเสียงหัวเราะและโมเมนต์ชวนอมยิ้มคือหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะสำหรับวันสบาย ๆ และพิสูจน์ให้เห็นว่า หนังรักสูตรเดิม ๆ ถ้าทำถูกทาง ก็ยังทำให้หัวใจเต้นได้เสมอ

 

Scroll to Top