ซีรี่ส์

ซีรี่ส์

Ashes of Love
ซีรี่ส์

Ashes of Love ความรักอมตะในโลกเทพเซียนที่เต็มไปด้วยปริศนา

ซีรี่ส์จีน Ashes of Love หรือชื่อไทยว่า “มธุรสหวานล้ำ สลายเป็นเถ้าราวเกล็ดน้ำค้าง” เป็นซีรีส์จีนแนวเทพเซียนที่สร้างจากนิยายชื่อเดียวกันของ “จิ่วจินเจอ” ออกอากาศในปี 2018 โดยมีทั้งหมด 63 ตอน กำกับโดย “จางเจียหยาง” และนำแสดงโดย “เติ้งหลุน” (รับบท เฟิ่งหวง) และ “หยางจื่อ” (รับบท จิ่นมี่) เรื่องราวผสมผสานระหว่างความรักที่ซับซ้อน การเมืองในวัง และการต่อสู้ของเทพเซียน เรื่องเริ่มต้นด้วยการที่เทพธิดาบุปผา แม่ของจิ่นมี่ ถูกสาปให้ไม่สามารถรู้จักความรักได้ จึงกินยาเม็ดดาวตกที่ทำให้เธอไม่สามารถแสดงออกถึงความรักได้ จิ่นมี่เติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความรัก จนกระทั่งได้พบกับเฟิ่งหวง เทพแห่งไฟ ทั้งสองตกหลุมรักกัน แต่ความรักของพวกเขาถูกขัดขวางด้วยความลับในอดีตและการเมืองในวัง ในส่วนของการแสดงของ เติ้งหลุน และนักแสดง หยางจื่อ ได้รับคำชมอย่างมาก เคมีระหว่างทั้งสองชัดเจนและน่าประทับใจ โดยเฉพาะในฉากที่ทั้งสองต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ การแสดงของพวกเขาทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความเจ็บปวดและความหวังในความรักของตัวละคร ซีรีส์นี้มีการผลิตที่มีคุณภาพสูง ฉากต่างๆ ถูกถ่ายทำอย่างสวยงามและมีความละเอียด การใช้เทคนิคพิเศษและซีจีทำให้ฉากการต่อสู้และฉากแฟนตาซีดูน่าตื่นตาตื่นใจ การออกแบบเครื่องแต่งกายและฉากหลังสะท้อนถึงวัฒนธรรมจีนโบราณได้อย่างดี ผู้ชมหลายคนให้ความเห็นว่า แอชเชส ออฟ เลิฟ เป็นซีรีส์ที่มีเนื้อหาลึกซึ้งและน่าติดตาม แม้ว่าจะมีความยาวถึง […]

ซีรี่ส์

Eternal Love สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่

รีวิวซีรี่ส์ Eternal Love หรือที่รู้จักในชื่อไทย สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ เป็นซีรี่ส์จีนแฟนตาซีโรแมนติกที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลกด้วยเนื้อหาที่ลึกซึ้งและตัวละครที่มีมิติ ซีรี่ส์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อดังของถังชิงอิ่ว (Tang Qi Gong Zi) และเล่าเรื่องราวความรักเหนือกาลเวลาของเทพสาวไป๋เชี่ยน และเทพหนุ่มเย่เฟยตี้ที่เกี่ยวพันกันถึงสามชาติ เรื่องราวเริ่มต้นในอาณาจักรสวรรค์ โดยไป๋เชี่ยน รับบทโดย หยางมี่ เป็นเทพสาวผู้สูงศักดิ์และมีความงามเหนือใคร แต่กลับต้องเจอกับชะตากรรมรักที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เธอได้พบกับเย่เฟยตี้ (รับบทโดย หยางหยาง) เทพหนุ่มผู้มีบุคลิกเข้มแข็งและซ่อนความอ่อนโยนไว้ภายใน ทั้งสองเกิดความผูกพันตั้งแต่ครั้งแรก แต่ด้วยความซับซ้อนของโชคชะตาและการแก่งแย่งอำนาจในสวรรค์ ทำให้ความรักของพวกเขาต้องพบอุปสรรคมากมาย สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้โดดเด่นคือการผสมผสานระหว่างแฟนตาซีและโรแมนติกอย่างลงตัว ซีรี่ส์นี้ไม่เพียงแต่เล่าเรื่องความรักเท่านั้น แต่ยังมีฉากการต่อสู้สุดตระการตา การเมืองในอาณาจักรเทพ และความลึกลับของพลังเวทมนตร์ ทุกฉากถูกถ่ายทอดด้วยกราฟิก CG ที่สวยงาม ทำให้โลกแฟนตาซีที่ปรากฏในเรื่องดูมีชีวิตและสมจริง นอกจากพล็อตเรื่องที่เข้มข้น ตัวละครใน ยังมีการพัฒนาที่น่าสนใจ ทั้งไป๋เชี่ยนที่ต้องเรียนรู้ความรักและการเสียสละ และเย่เฟยตี้ที่ต้องต่อสู้เพื่อความถูกต้องและปกป้องคนรัก การมีตัวละครรองอย่างอวี้เสียนและผิงเสวียนก็ช่วยเพิ่มความซับซ้อนให้กับเรื่องราว ทำให้ผู้ชมไม่เพียงแต่ติดตามความรักหลัก แต่ยังสนใจเรื่องราวของตัวละครอื่นๆ ด้วย อีกหนึ่งจุดเด่นของซีรี่ส์คือการสร้างอารมณ์และความโรแมนติกอย่างละเอียดอ่อน ฉากรักใน Eternal Love เต็มไปด้วยความหวานปนเศร้า แสดงให้เห็นถึงความรักที่แท้จริงมักต้องผ่านอุปสรรคและเวลา เรื่องนี้ยังสะท้อนความหมายของความอดทนและการให้อภัย ความรักที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่ความสุขชั่วขณะ แต่คือการอยู่เคียงข้างกันในทุกสถานการณ์ โดยรวมแล้ว

ล่าปีศาจพิฆาตรัก
ซีรี่ส์

ล่าปีศาจพิฆาตรัก (The Demon Hunter’s Romance, 2025)

คุณเคยจินตนาการไหมว่าถ้าเรามีพลังพิเศษมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ชีวิตจะเป็นยังไง? ฟังดูน่าสนุก แต่ถ้าสิ่งนั้นคือ ปีศาจและวิญญาณร้าย ความฝันก็คงกลายเป็นฝันร้ายในทันที และนี่คือจุดเริ่มต้นของซีรีส์แฟนตาซี–โรแมนซ์จากแดนมังกร The Demon Hunter’s Romance (ล่าปีศาจพิฆาตรัก) ที่จะพาเราเข้าไปในโลกเหนือธรรมชาติ เต็มไปด้วยความลึกลับ การต่อสู้ และความรักที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรค เรื่องย่อ ล่าปีศาจพิฆาตรัก ตวน บันเซี่ย (รับบทโดย ซ่ง จู่เอ๋อร์) สาวน้อยผู้มีชะตากรรมแปลกกว่าคนทั่วไป เธอมีดวงตาที่สามารถมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเงามืด—เหล่าปีศาจและวิญญาณที่ปะปนอยู่ในโลกมนุษย์ พรสวรรค์ที่เหมือนคำสาปนี้ทำให้ครอบครัวและคนรอบตัวหวาดกลัว จนเธอถูกส่งไปใช้ชีวิตที่อื่นตั้งแต่ยังเด็ เมื่อโตขึ้น บันเซี่ยกลับมาบ้านเกิดอีกครั้งและได้พบกับ จิ่ว ซวนเย่ (เริน เจียหลุน) นักล่าปีศาจหนุ่มรูปหล่อผู้ลึกลับ การพบกันนี้ไม่เพียงนำเธอเข้าสู่เส้นทางการผจญภัยที่เต็มไปด้วยอันตราย แต่ยังเปิดประตูสู่ความจริงเบื้องหลังการหายตัวไปของพ่อเธอ และความลับที่ปกคลุมตัวตนของซวนเย่ ทั้งสองต้องร่วมมือกันไขคดีที่เกี่ยวข้องกับปีศาจมากมาย ซึ่งแต่ละตัวไม่ได้มีแค่ความน่ากลัว แต่ยังมีเรื่องราว แรงจูงใจ และความเศร้าที่ซ่อนอยู่ ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นความรักที่ต้องเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ จุดเด่นที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจ ✨ การแสดงของเริน เจียหลุน ในบท นักล่าปีศาจ จิ่ว ซวนเย่ เขาสามารถถ่ายทอดความแข็งแกร่งดุดัน พร้อมความอ่อนไหวที่ซ่อนอยู่ได้อย่างมีเสน่ห์ ฉากแอ็กชันของเขาดูสมจริง

Mother and Mom
ซีรี่ส์

Mother and Mom 2025 ซีรีส์แนวครอบครัวดราม่า

วันนี้เราจะมา รีวิวซีรีส์เกาหลี เรื่อง Mother and Mom เป็นซีรีส์แนวครอบครัวดราม่าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยายเรื่อง “Riding Insaeng” เนื้อหาจะเจาะลึกถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนระหว่างผู้หญิงสามรุ่นในครอบครัวเดียวกัน ได้แก่ ย่า แม่ และลูกสาว โดยสะท้อนถึงประเด็นทางสังคมที่หนักหน่วงของเกาหลีใต้อย่าง ระบบการศึกษาที่เข้มข้น และความคาดหวังที่ถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นซีรีส์เรื่องนี้ตั้งคำถามถึงนิยามที่แท้จริงของ “ความเป็นแม่” และ “ความเป็นลูก” ในสังคมที่การแข่งขันเป็นหัวใจสำคัญของชีวิตของลูกที่พ่อแม่หลายคนยอมทุ่มเททุกอย่างให้นั้น แท้จริงแล้วคือความฝันของใครกันแน่ และความคาดหวังที่ถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นนั้นได้สร้างความทุกข์ให้กับคนในครอบครัวอย่างไรบ้าง จุดเริ่มต้นของเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่ชีวิตของ ลี จองอึน หญิงสาววัยสี่สิบต้น ๆ ที่มีชีวิตที่ดูสมบูรณ์แบบ เธอเป็นนักการตลาดมืออาชีพในบริษัทเครื่องสำอางชื่อดัง มีสามีที่แสนดีคือ ฮง แจมัน และลูกสาวสุดที่รักวัย 7 ขวบชื่อ ฮง ซอยุน จองอึนมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า การศึกษาคือใบเบิกทางเดียวที่จะทำให้ลูกสาวของเธอประสบความสำเร็จในอนาคตเพื่อเตรียมความพร้อมให้ซอยุนเข้าสู่ระบบการศึกษาที่เข้มข้น จองอึนจึงตัดสินใจครั้งใหญ่ที่จะย้ายครอบครัวไปอยู่ในย่านแดชีดง ที่ซึ่งมีการแข่งขันด้านการศึกษาที่สูงที่สุดในประเทศ แต่ทันทีที่พวกเขาย้ายเข้าไปอยู่ใน “สนามรบ” แห่งนี้ จองอึนก็ต้องเผชิญกับโลกที่โหดร้ายกว่าที่คิดไว้มาก ทั้งการแก่งแย่งที่นั่งในสถาบันกวดวิชาชื่อดัง การแบ่งชนชั้นทางสังคมของแม่ๆ ที่วัดกันด้วยผลการเรียนของลูก และความกดดันที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง สถานการณ์ที่คับขันทำให้จองอึนตัดสินใจขอความช่วยเหลือจาก ยุน จีอา แม่ของเธอ

ซีรี่ย์จีนเป็นท่านหญิงแท้จริงแสนลำบาก
ซีรี่ส์

รีวิวซีรี่ย์จีน เรื่อง เป็นท่านหญิงแท้จริงแสนลำบาก  

   ซีรี่ย์จีนเป็นท่านหญิงแท้จริงแสนลำบาก (My Sassy Princess) เป็น ซีรีส์จีนแนวย้อนยุค-โรแมนติก-คอมเมดี้ ที่เล่าเรื่องราวความรักและความวุ่นวายของท่านหญิงที่ต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ไม่ง่าย ตัวซีรีส์นำเสนอพล็อตเรื่องที่น่าสนใจ, ตัวละครที่มีเสน่ห์, และเคมีที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความบันเทิงแบบเบาสมองและดูเพลินๆ พล็อตเรื่อง ซีรี่ย์จีนเป็นท่านหญิงแท้จริงแสนลำบาก      ซีรีส์ เป็นท่านหญิงแท้จริงแสนลำบาก เรื่องนี้เล่าเรื่องราวของ หลิวหลิง (รับบทโดย หยวนปิงเหยียน) ท่านหญิงผู้เอาแต่ใจแต่มีความฉลาดและไหวพริบ เธอต้องเผชิญหน้ากับการถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับ เสิ่นเยี่ยน (รับบทโดย เจิ้งเย่เฉิง) ผู้บัญชาการผู้แข็งแกร่งและเย็นชา จากการเริ่มต้นที่เป็นคู่ปรับที่คอยโต้ตอบและปะทะคารมกันอย่างดุเดือด พวกเขาก็ได้ค่อยๆ เรียนรู้ที่จะเข้าใจซึ่งกันและกัน และได้ค้นพบความรักที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความขัดแย้งเหล่านั้นสิ่งที่ทำให้พล็อตเรื่องนี้น่าสนใจคือการนำเสนอเรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากความไม่ชอบหน้ากัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองก็ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตของกันและกัน และต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งเรื่องราวการแก่งแย่งชิงอำนาจในราชสำนักและการปกป้องบ้านเมือง ทำให้เรื่องราวมีความเข้มข้นและน่าติดตามมากขึ้น การแสดง ซีรี่ย์จีนเป็นท่านหญิงแท้จริงแสนลำบาก       นักแสดงนำอย่าง หยวนปิงเหยียน และ เจิ้งเย่เฉิง สามารถถ่ายทอดบทบาทของพวกเขาได้อย่างเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือ หยวนปิงเหยียน ในบทหลิวหลิงสามารถแสดงความน่ารัก, ความซน, และความฉลาดของตัวละครได้อย่างน่าประทับใจ ขณะที่ เจิ้งเย่เฉิง ในบทเสิ่นเยี่ยนก็สามารถแสดงความเย็นชา, ความจริงจัง, และความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายในได้อย่างน่าเชื่อถือ เคมีของทั้งคู่เข้ากันได้ดีมาก ทำให้ฉากโรแมนติกในเรื่องดูน่ารักและน่าติดตามนอกจากนี้ นักแสดงสมทบคนอื่นๆ ก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมและเข้ามาช่วยเติมเต็มเรื่องราวให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ซีรี่ส์

Final Destination Bloodlines ความตายไม่มีวันหลับไหล

ซีรีส์สุดสยอง Final Destination Bloodlines คือการกลับมาของแฟรนไชส์สยองขวัญที่ยังคงยึดคอนเซ็ปต์เดิมอย่างเหนียวแน่น ความตายไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ แต่ภาคนี้ไม่ได้แค่เล่าการหลีกหนีความตายของตัวละครหลักเท่านั้น มันยังเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันผ่านครอบครัวของ Stefani Reyes นักศึกษาสาวผู้มีความฝันเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมในปี 1969 ที่หอคอย Sky View Restaurant ทุกฝันซ้ำ ๆ ของเธอเต็มไปด้วยภาพหลอนและความตื่นตระหนก เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ Stefani ไปเยี่ยมคุณยาย Iris ในกระท่อมที่ห่างไกลและพบสมุดบันทึกเก่าที่เต็มไปด้วยความลับเกี่ยวกับเหตุการณ์ลึกลับและการเอาตัวรอดจากความตาย Iris เคยรอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมครั้งนั้น แต่เมื่อเธอเสียชีวิต ความตายก็เริ่มตามล่าครอบครัวของ Stefani อย่างไม่ลดละ ทุกเหตุการณ์เล็ก ๆ รอบตัวกลายเป็นกับดักที่โหดร้าย การเดินทางของ Stefani จึงไม่ใช่แค่การเอาตัวรอด แต่ยังเป็นการไขปริศนาแห่งความตายที่วนเวียนตามเธอมาอย่างไม่สิ้นสุด สิ่งที่ทำให้ Bloodlines โดดเด่นคือการเล่าเรื่องที่สลับระหว่างอดีตและปัจจุบันอย่างชาญฉลาด ฉากของปี 1969 ถูกถ่ายทอดด้วยบรรยากาศหม่น ๆ และโทนสีอมเหลือง ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนเดินย้อนเวลากลับไปสู่โศกนาฏกรรม ขณะเดียวกันปี 2024 ถูกจัดฉากให้มีความทันสมัยและเต็มไปด้วยความตึงเครียด การตัดสลับฉากระหว่างสองยุคช่วยสร้างความลึกลับและทำให้ทุกการตายมีน้ำหนักทางอารมณ์มากขึ้น ฉากการตายในภาคนี้ยังคงเป็นจุดขายที่แฟน ๆ รู้จักดี ด้วยการจัดวางที่ซับซ้อน การใช้เอฟเฟกต์พิเศษ

The Legend of Zang Hai
ซีรี่ส์

The Legend of Zang Hai (2025) ตำนานจั้งไห่ ซีรีส์จีนน่าดู

เรื่องนี้เป็น ซีรีส์จีนปี 2025 ที่ดัดแปลงจากเรื่องราวการแก้แค้นของ จี้หนู เด็กหนุ่มผู้สูญเสียครอบครัวให้กับ เจ้าเมืองปิงจิง หลังจากครอบครัวถูกฆ่าหมด เขาต้องหนีไปฝึกฝนทักษะเป็นเวลา 10 ปี ก่อนกลับมาสวมบทบาท จั้งไห่ เพื่อวางแผนแก้แค้นอย่างซับซ้อน ซีรีส์เรื่อง ตำนานจั้งไห่ ไม่ใช่แค่การแก้แค้นง่ายๆ แต่เป็น การต่อสู้ทางจิตวิทยาและยุทธศาสตร์ ที่ซับซ้อน การดำเนินเรื่องค่อยเป็นค่อยไป เน้นการวางแผนระยะยาว การเจรจาทางการเมือง และความท้าทายในการรักษาตัวตนท่ามกลางอำนาจและความโลภ เรื่องย่อ The Legend of Zang Hai เรื่องราวเริ่มจาก จี้หนู เด็กหนุ่มผู้เติบโตในครอบครัวอบอุ่น เขาเรียนรู้วิชาโหราศาสตร์และภูมิศาสตร์จากพ่อผู้เป็นอาจารย์ในหอดูดาวชีวิตของเขาสงบสุขจนกระทั่งวันหนึ่ง เจ้าเมืองปิงจิง สังหารครอบครัวและเพื่อนของเขาหมดทั้งตระกูล จี้หนูต้องหนีรอดชีวิตและได้รับการช่วยเหลือจากชายลึกลับที่พาเขาไปฝึกฝนทักษะต่าง ๆ เป็นเวลา สิบปี เพื่อเตรียมตัวกลับมาแก้แค้น หลังจากฝึกฝนอย่างเข้มงวด จี้หนูกลับมายังเมืองหลวงในนาม จั้งไห่ พร้อมแผนการแก้แค้นที่ซับซ้อน เขาต้องแฝงตัวเข้าใกล้ เจ้าเมืองปิงจิง และค่อย ๆ กำจัดเหล่าสมุนและคนสนิทของศัตรูทีละคน เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจและเข้ามาแทนที่ ระหว่างการดำเนินแผน จั้งไห่ได้รับความช่วยเหลือจาก เซี่ยงอันถู นักธุรกิจหญิงผู้ชาญฉลาด

ซีรี่ย์ ต้นตํานานอาภรณ์จักรพรรดิ
ซีรี่ส์

รีวิวซีรี่ย์ ต้นตํานานอาภรณ์จักรพรรดิ Brocade Odyssey 

ชื่อเรื่อง ต้นตํานานอาภรณ์จักรพรรดิ (Brocade Odyssey) ประเภท โรแมนติก, ดราม่า, พีเรียด, การเมือง, การสืบสวน นักแสดงนำ ถานซงอวิ้น, เจิ้งเย่เฉิง ปีที่ฉาย 2024 จำนวนตอน 36 ตอน ช่องทางการรับชม YOUKU เรื่องย่อ ต้นตํานานอาภรณ์จักรพรรดิ       ซีรี่ย์ ต้นตํานานอาภรณ์จักรพรรดิ พาเราย้อนกลับไปในยุคราชวงศ์ถังอันรุ่งเรือง ที่ผ้าไหมและผ้าแพรไหมเป็นสินค้าล้ำค่ามีราคาเทียบเท่าทองคำ เล่าเรื่องราวของ จี้อิงอิง (รับบทโดย ถานซงอวิ้น) บุตรสาวของตระกูลจี้ ผู้สืบทอดพรสวรรค์ด้านการทอผ้า ย้อมสี และออกแบบลวดลาย แต่ด้วยกฎของตระกูลที่อนุญาตให้เพียงบุรุษเท่านั้นที่สามารถสืบทอดสูตรลับ ทำให้เธอถูกกีดกันและไม่ได้รับการยอมรับ แต่ด้วยพรสวรรค์และความมุ่งมั่น เธอจึงเริ่มสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในฐานะช่างทอผ้าหญิงผู้โดดเด่น ในขณะเดียวกัน เธอก็ได้พบกับ หยางจิ้งหลาน (รับบทโดย เจิ้งเย่เฉิง) ชายหนุ่มรูปงามที่มีภูมิหลังลึกลับ และมีภารกิจในการสืบสวนคดีฆาตกรรมและการหายไปของผ้าไหมล้ำค่า ทั้งสองร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ท่ามกลางการช่วงชิงอำนาจและการค้าในราชสำนัก เพื่อปกป้องช่างทอผ้าและเปิดโปงความจริงที่ซ่อนอยู่ จุดเด่นซีรี่ย์ ต้นตํานานอาภรณ์จักรพรรดิ 1.พล็อตเรื่องแปลกใหม่และน่าสนใจ แม้จะเป็น ซีรีส์แนวพีเรียดโรแมนติก แต่

Arthdal Chronicles
ซีรี่ส์

Arthdal Chronicles อาธดัล สงครามสยบบัลลังก์

ซีรีส์เกาหลีเรื่อง “Arthdal Chronicles”  นำเสนอเรื่องราวแฟนตาซี ประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนและยิ่งใหญ่ โดยมีฉากหลังอยู่ในยุคสำริด ณ ดินแดนสมมติที่ชื่อว่า อาธ เนื้อเรื่องจะแบ่งออกเป็น 3 ภาคหลัก (ซีซัน 1 แบ่งเป็นพาร์ท 1 และ 2, ซีซัน 2 คือพาร์ท 3) ซึ่งแต่ละพาร์ทจะค่อยๆ เปิดเผยปมต่างๆ และขยายความสัมพันธ์ของตัวละครให้เข้มข้นขึ้น พาร์ท 1 เด็กแห่งคำทำนาย The Children of Prophecy พาร์ทนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด โดยแนะนำให้ผู้ชมรู้จักกับ ดินแดนอาธ และกลุ่มชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่คำทำนายแห่งอาธ ดินแดนอาธถูกปกครองโดยกลุ่มชนเผ่าที่ยิ่งใหญ่ 4 เผ่า ได้แก่ เผ่าแซนยอก เผ่าแฮ เผ่าดนชน และเผ่าโบราณอย่างเผ่าแซราม ซึ่งมีอำนาจเหนือกว่าชนเผ่าอื่นๆ มานาน คำทำนายโบราณกล่าวถึงการมาของ “เด็กฝาแฝด” ที่เกิดมาพร้อมกับดาวหางสีน้ำเงิน ซึ่งจะนำมาซึ่งความพินาศหรือการสร้างใหม่ของโลกการสังหารหมู่เผ่าเนแอนทัล ซานึง ผู้นำเผ่าแซนยอกผู้ทะเยอทะยานและโหดเหี้ยม ต้องการแย่งชิงทรัพยากรและดินแดนของเผ่าเนแอนทัล ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีพละกำลังมหาศาล

เด็กใหม่
ซีรี่ส์

เด็กใหม่ รีวิวซีรีส์ไทยที่ดังไกลระดับโลก

หากพูดถึงซีรีส์ไทยที่สร้างกระแสแรงทั้งในประเทศและต่างประเทศ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อ Girl from Nowhere หรือในชื่อไทยว่า เด็กใหม่ ติดอยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน ซีรีส์เรื่องนี้ออกอากาศครั้งแรกในปี 2018 โดยมี “คิมเบอร์ลี่ แอนน์ แทมไพเร็ต” รับบทนำเป็น “แนนโน๊ะ” เด็กสาวลึกลับที่ย้ายเข้าไปในโรงเรียนต่าง ๆ พร้อมกับความลับอันน่าพิศวง เรื่องราวที่เธอไปปรากฏตัวแต่ละครั้ง มักจะเปิดโปงความเน่าเฟะและด้านมืดของสังคมได้อย่างเจ็บแสบและสะท้อนความจริงที่หลายคนอาจไม่กล้าพูดถึง เสน่ห์ของเรื่องนี้อยู่ที่รูปแบบการเล่าเรื่องที่ไม่เหมือนใคร ซีรีส์นี้เป็นลักษณะกึ่ง anthology หรือรวมเรื่องสั้น โดยแต่ละตอนจะมีพล็อตที่แตกต่างกันไป แต่มีแนนโน๊ะเป็นตัวละครหลักเชื่อมโยงทุกตอน ทำให้ผู้ชมไม่รู้สึกเบื่อ เพราะสามารถเริ่มดูจากตอนใดก็ได้ เนื้อหาในแต่ละตอนหยิบยกประเด็นทางสังคมมานำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรุนแรงในโรงเรียน การกลั่นแกล้ง (bullying) การล่วงละเมิดทางเพศ ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น หรือแม้แต่เรื่องความเชื่อและศรัทธาในสิ่งที่มองไม่เห็น สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือการแสดงของ ชิชา อมาตยกุล หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “คิตตี้” ผู้รับบท แนนโน๊ะ เธอถ่ายทอดตัวละครออกมาได้อย่างน่าขนลุกและมีเสน่ห์จนผู้ชมหลงใหล แม้ว่าแนนโน๊ะจะไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่ก็ไม่ใช่ปีศาจเต็มตัว เธอเป็นเหมือน “ผู้พิพากษา” ที่ใช้วิธีการสุดโต่งเพื่อสะท้อนความจริง และเปิดโปงคนที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย ซึ่งตรงนี้เองที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกรักและเกลียดไปพร้อมกัน ด้านงานโปรดักชันของซีรีส์ถือว่าทำได้ดีเกินมาตรฐานซีรีส์ไทยทั่วไป ทั้งการถ่ายภาพที่เน้นโทนหม่น ๆ การใช้สีแดงและดำเพื่อสื่ออารมณ์ และการกำกับที่กล้าเล่าเรื่องตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม

Scroll to Top