หนัง

หนัง

Aquaman
หนัง

รีวิว หนัง Aquaman and the Lost Kingdom

รีวิว หนัง Aquaman and the Lost Kingdom มาพบกันเป็นประจำในทุกๆ เช้ากับการแนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายอรรถรสความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกับ “Movie of the Day” แหวกว่ายสู่มหาสมุทรอีกครั้งกับภารกิจกอบกู้ครั้งใหม่ของเจ้าสมุทร อควาแมนกับอาณาจักรสาบสูญ”หนังที่มารับหน้าที่ปิดจักรวาลหนังดีซีอย่างเป็นทางการ ด้วยการอัปสเกลความมันส์ขึ้นจากภาคก่อนอย่างชัดเจน เนื้อเรื่องย่อ อควาแมนกับอาณาจักรสาบสูญ หลังจากที่ แบล็ค แมนต้า ผู้พ่ายแพ้ให้แก่อควาแมนในภาคแรก ยังคงมุ่งมั่นหาทางแก้แค้นให้การตายของพ่อ เขาจะไม่มีวันหยุดยั้งการโค่นล้มอควาแมน ครั้งนี้แบล็ค แมนต้าน่ากลัวขึ้นกว่าเดิม โดยมีอาวุธอย่างตรีศูลสีดำแห่งตำนานที่สามารถปล่อยพลังอันน่ากลัวจากยุคโบราณออกมาได้ เพื่อการเอาชนะอควาแมนต้องหันไปจับมือกับออร์ม น้องชายที่ถูกขังตัวเอาไว้และเป็นอดีตกษัตริย์แห่งแอตแลนติส พวกเขาต้องก้าวข้ามเรื่องความแบ่งแยกเพื่อปกป้องอาณาจักรของพวกเขาเอาไว้ ปกป้องครอบครัวของอควาแมนและโลกจากการถูกทำลายล้างอย่างย่อยยับ การผจญภัยสู่ เนครัส อาเธอร์ และ ออร์ม ร่วมเดินทางผ่านดินแดนปรับเปลี่ยนโดย โอริคัลคัม, ตามหา แบล็ค แมนต้า ไปจนถึง แอนตาร์กติกาตำนานอาณาจักรที่ 7 เนครัสที่ถูกฝังปิดด้วยน้ำแข็ง แบล็ค แมนต้า ทำพิธีใช้ดวงเลือดจาก อาเธอร์ จูเนียร์ เพื่อปลุก คอร์แด็กซ์ อดีตกษัตริย์ เนครัสให้ฟื้นคืนชีพศึกปะทะครั้งสุดท้ายการต่อสู้ระหว่าง อาเธอร์ เคอร์รี, ออร์ม และ เมร่า กับ แบล็ค […]

หนัง

รีวิวหนัง How to Train Your Dragon อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร 

     ฉบับอัปเกรดเติมเต็มความฟูไปทั้งใจหนึ่งในหนังรีเมคเป็นฉบับคนแสดงที่มีแฟน ๆ เฝ้ารอคอยกันมาที่สุดในปีนี้อีกเรื่องก็คือ How to Train Your Dragon อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร ที่ได้กระทำการปัดฝุ่นหยิบเอาแฟรนไชส์แอนิเมชันเรื่องดังที่สร้างออกมาเป็นหนังไตรภาคครบสมบูรณ์ไปเมื่อทศวรรษที่แล้ว กลับมาสร้างใหม่อีกครั้งด้วยการเติมจิตวิญญาณและเนื้อหนังมังสาให้หนังเรื่องนี้ได้ดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ซึ่งก็ราวกับว่าเป็นการเติมดวงใจให้เต็มแก่หนังเรื่องนี้ เมื่อภัยคุกคามจากอดีตหวนกลับมาสั่นคลอนชะตากรรมของทั้งชาวไวกิ้งและเหล่ามังกรบนเกาะเบิร์ก มิตรภาพที่ไม่น่าจะก่อตัวขึ้นมาได้ ระหว่าง ฮิคคัพ ไวกิ้งหนุ่มผู้ชาญฉลาด และ ทูธเลส มังกรไนท์ฟิวรีผู้กล้าหาญ ได้กลายมาเป็นกุญแจสำคัญในการนำทั้งสองเผ่าพันธุ์ก้าวสู่อนาคตใหม่ร่วมกันอย่างน่าอัศจรรย์สำหรับเวอร์ชันไลฟ์แอคชันเรื่องนี้ นับว่าโชคดีมาก ๆ ที่ยังคงได้ “ดีน เดอบลัวส์” ผู้กำกับผู้มีวิสัยและจิตนาการอันล้ำเลิศ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังและปลุกปั้นสร้างตั้งแต่จุดเริ่มต้นของ How to Train Your Dragon ฉบับแอนิเมชันภาคแรก และอยู่ดูแลงานสร้างการ์ตูนมาทุก ๆ ภาค กลับมารับหน้าที่ดูแลกำกับหนังในฉบับคนแสดงครั้งนี้ด้วย นั่นจึงเป็นสิ่งที่ไร้ข้อกังขาได้สบาย ๆ ที่ได้นักสร้างที่รู้จักและคุ้นเคย แทบจะมีเลือดเป็นชาวไวกิ้งผสมกับมังกรมารังสรรค์งานสร้างหนนี้        โดยที่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้น ก็เป็นไปอย่างที่คิดเอาไว้ เพราะ How to Train Your Dragon ฉบับคนแสดงนั้น เปี่ยมล้นไปด้วยจิตวิญญาณและการเติมแต่งจินตนาการมาจากมุมมองของนักสร้างที่รู้จักเรื่องราวจักรวาลนี้ได้อย่างถ่องแท้ เราเชื่อว่า

promising-young-woman01
หนัง

รีวิวหนัง Promising Young Woman สัญญารักปฏิวัติหัวใจ

เธอคือคำสัญญา…ที่มาพร้อมกับการล้างแค้น Promising Young Woman ไม่ใช่แค่หนังระทึกขวัญธรรมดา แต่มันคือการตีแผ่ความรุนแรงทางเพศในสังคมที่แฝงด้วยความเจ็บปวด ห่อหุ้มด้วยภาพลักษณ์สดใสแต่ซ่อนคมมีดไว้ข้างใน โดยเฉพาะการใช้ตัวละครหญิงเป็นผู้นำเล่าเรื่องในเชิงโต้กลับ สะท้อนถึงความล้มเหลวของสังคมในการยืนเคียงข้างเหยื่อ และเลือกจะเงียบแทนที่จะลุกขึ้นต่อสู้ เรื่องราวเริ่มจาก แคสซี่ (Carey Mulligan) หญิงสาวที่เคยมีอนาคตสดใสในฐานะนักศึกษาแพทย์ แต่ชีวิตของเธอกลับพังทลายหลังเหตุการณ์ที่เพื่อนสนิทของเธอตกเป็นเหยื่อของการข่มขืนในรั้วมหาวิทยาลัย ทว่าเหตุการณ์นั้นกลับไม่มีใครลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรมให้เหยื่อ ความเงียบ ความเพิกเฉย และการปกป้องผู้กระทำผิดในระบบ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของแคสซี่ จากหญิงสาวธรรมดา กลายเป็นหญิงสาวผู้มุ่งมั่น “แก้แค้น” ด้วยวิธีที่ทั้งบาดใจและสะเทือนอารมณ์ ทุกคืนวันศุกร์ แคสซี่จะแกล้งทำตัวเมาและอ่อนแอในบาร์ เพื่อเปิดเผยพฤติกรรมของผู้ชายที่ “แสร้งดี” แล้วฉวยโอกาสจากผู้หญิง เธอไม่ได้ใช้ความรุนแรงทางกายภาพ แต่ใช้ความจริงและจิตวิทยาสะท้อนกลับให้เหยื่อของเธอได้เห็นตัวเองในกระจกบานใหญ่ ความฉลาดของหนังอยู่ตรงนี้ มันไม่ต้องใช้เลือด ไม่ต้องใช้ความรุนแรงอย่างโจ่งแจ้ง แต่มันบีบอารมณ์และตบหน้าคนดูด้วยความจริงอย่างเจ็บแสบ Carey Mulligan แสดงได้อย่างน่าทึ่ง เธอสามารถแบกรับทั้งเรื่องไว้ได้ด้วยสายตา น้ำเสียง และอารมณ์อันซับซ้อนของตัวละครแคสซี่ ที่ทั้งเจ็บปวด อ่อนแอ และแข็งกร้าวในเวลาเดียวกัน เราเห็นเธอหัวเราะในแบบที่ปั้นแต่ง และร้องไห้ในแบบที่ไม่มีใครเห็น ความหลากหลายของอารมณ์เหล่านี้ทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงมิติของความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง อีกหนึ่งจุดแข็งของหนังคือโทนสี การออกแบบภาพ และดนตรีประกอบ เพลงป๊อปหวานๆ ที่นำมาใช้ตัดกับสถานการณ์อึดอัดในเรื่อง กลายเป็นความย้อนแย้งที่ทรงพลังมาก เช่น

The Murderer: เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ
หนัง

The Murderer: เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ

โดยเรื่องนี้เป็น หนังคอมเมดี้แนวสิบสวน มีเนื้อเรื่องน่าติดตามและยังได้พี่หม่ำ จ๊กม๊กมาแสดงนำด้วย โดยเรื่องราวนั้นเริ่มต้นจากเหตุการณ์ฆาตกรรม 7 ศพในจังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีความลึกลับซ่อนเงื่อน และมีผู้ต้องสงสัยก็คือชาวต่างชาติอย่าง เอิร์ล ชาวอังกฤษที่เป็นลูกเขยของบ้าน ซึ่งผู้เข้ามาทำคดีสืบสวนก็คือ ณวัฒน์ มือปราบหัวร้อนบ้านดอนกระโทก ตัวตึงด้านการสืบสวนที่ต้องทำคดีสังหารหมู่ในครั้งนี้ พร้อมกับเรื่องราวที่ชวนอิหยังวะเมื่อยิ่งสืบไป ก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ มีความจริงจังที่ดูแล้วก็ต้องตลกเล็กน้อยตามไปด้วย เรื่องราวจะจบลงแบบไหนต้องไปดูกันเอาเอง แต่รับรองว่าสนุกใช้ได้เลย เรื่องย่อ เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ (The Murderer) เป็นภาพยนตร์ภาษาถิ่นอีสานเรื่องแรกของ Netflix ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม ซึ่งเป็นเรื่องของคดีฆาตกรรมยกครัว ณ บ้านกลางทุ่งทางภาคอีสาน มีฝรั่งชาวอังกฤษเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับ 1 โดยที่มีพยานเป็นภรรยาคนไทยแต่เพียงผู้เดียวที่ยังคงเชื่อในตัวสามี คดีเล่าผ่านการสืบสวนคดีฆาตกรรมที่ทั้งตลกร้าย เสียดสี ประชดประชัน อันนำไปสู่บทเฉลยที่คาดไม่ถึง ะเนื้อเรื่องเล่าโดยย่อมีแค่การตามหาตัวฆาตกรของคดีที่เกิดขึ้น ไม่มีเส้นเรื่องหลายเส้นให้ปวดหัว แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การนำเอาความเป็นหนังสืบสวนสอบสวนมาผสมรวมกันกับการพูดถึงวัฒนธรรมพื้นบ้านของไทยอย่างภาคอีสานออกมาได้อย่างถึงลูกถึงคน ตัวละครที่เป็นคนอีสานกับความคิดที่มีต่อเขยฝรั่ง อาหารการกินที่อีสานสุดๆ ซาวด์เสียงแคน เพลงประกอบ บรรยากาศบ้านกลางทุ่งนาที่เป็นภาพชินตาของคนไทย คำพูดคำจากความคิดต่างๆ ที่มีความเป็นอีสานแท้ๆ ในแบบที่คนไทยดูแล้วเข้าใจ และเคยเห็นมาบ้างแล้วในหนังอีสานทั่วไป

หนัง

รีวิวหนัง Deep Cover ภารกิจด้นสด ปลดล็อกสกิลรั่ว ดำดิ่งชวนขำกับสายตำรวจการละคร

รีวิวหนัง Deep Cover ภารกิจด้นสด ปลดล็อกสกิลรั่ว ดำดิ่งชวนขำกับสายตำรวจการละคร    นับว่านานทีปีหนจะได้เสพย์สุขไปคอนเทนท์หนังสัญชาติอังกฤษแท้ ๆ ที่พกพาลีลาการเสียดสีและเหน็มแนมสังคมออกมาสักเรื่อง และล่าสุดก็เป็นคิวของ Deep Cover ภารกิจด้นสด ปลดล็อกสกิลรั่ว ที่นับว่าเป็นหนังออริจินัลบริติชที่มาด้วยท่วงท่าไปเรื่อยของลีลาการแสดง ที่ทำให้คนดูได้สัมผัสเห็นความไปเรื่อย ๆ ของพวกเขาที่ก้าวเข้าไปสู่วังวนแห่งโลกอาชญากร ซ้ำยังมาพร้อมกับทัพนักแสดงลีลาตัวท็อปเรื่องราวของคนหนุ่มสาวที่รู้สึกว่ายังไม่เคยสัมผัสอะไรที่เรียกว่าความสำเร็จเลยสักครั้งในชีวิต แคท เป็นเทรนเนอร์สอนการแสดงตลกด้นสดที่ยังไม่เคยมีมาสเตอร์พีชของตัวเอง มาร์ลอน หนุ่มที่พกพรสวรรค์ทางการแสดงแต่กลับไร้โอกาสให้เฉิดฉาย และ ฮิว พนักงานออฟฟิศที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเข้าสังคม พวกเขาได้กลายมาเป็นนักแสดงด้นสดที่มาเป็นสายให้กับตำรวจแบบข้าง ๆ คู ๆ และได้นำสกิลการแสดงเข้าไปตบตาพวกแก๊งอาชญากรใต้ดินในกรุงลอนดอน ชนิดที่ไม่ต่างกับเข้าไปกระตุกหนวดเสือ”ทอม คิงสลีย์” หวนกลับมาสร้างหนังในรอบเกือบสิบปี หลังจากที่หันไปเอาดีในงานกำกับซีรีส์ดังอยู่หลายเรื่อง ที่มาพร้อมกับดรีมทีมมือเขียนบทระดับเทพ ที่นำโดย “คอลิน เทรวอร์โรว์” (ผู้กำกับ หนังชุด Jurassic World) ที่ต้องบอกเลยว่า Deep Cover เรื่องนี้ไปได้แหล่มแจ่มแมวเพราะบทหนังเป็นหลักเป็นอันโดยแท้ แม้ว่าจะเป็นหนังตลกสไตล์บริติชที่มักจะเต็มไปด้วยมุกขบขำที่ลุ่มลึกไปสักหน่อย แต่บอกเลยว่าลีลาเรื่องนี้เนี๊ยบแบบจัดจ้านไม่เบา          พล็อตเรื่องอาจจะไม่ได้สดใหม่เท่าไหร่ ร้อยเรียงมาแบบง่าย ๆ กับประเด็นของคนขี้แพ้ที่กำลังจนตรอกที่จับพลัดจับผลูมารับงานเป็นสายสืบ ออกมาเป็นหนังที่มีลักษะเหมือนบัดดี้คู่หูสืบสวนสอบสวนแบบชวนงงงวย แต่ยังสอดแทรกมาด้วยมุกตลกแบบชาวอังกฤษ ที่อาจจะไม่ได้โจ่งแจ้ง

หนัง

รีวิวหนังเรื่อง The Invisible Man ระทึกขวัญลึกลับที่เล่นกับจิตใจ

เป็นภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ-จิตวิทยา The Invisible Man ที่กำกับโดย Leigh Whannell และได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยายคลาสสิกของ H.G. Wells แต่ปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้ร่วมสมัยมากขึ้น โดยเน้นไปที่ประเด็นความรุนแรงในครอบครัว การล่วงละเมิดทางจิตใจ และการเอาตัวรอดของผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อได้อย่างชาญฉลาด ตัวหนังมีทั้งบรรยากาศอึดอัด ลุ้นระทึก และตั้งคำถามกับความจริงที่คนอื่นมองไม่เห็น เรื่องราวเริ่มต้นจาก เซซิเลีย หญิงสาวที่ตัดสินใจหนีออกจากบ้านของ เอเดรียน แฟนหนุ่มมหาเศรษฐีนักวิทยาศาสตร์ผู้มีพฤติกรรมควบคุมเธออย่างรุนแรง หลังจากหลบหนีออกมาได้ไม่นาน เซซิเลียก็ได้รับข่าวว่าเอเดรียนได้ฆ่าตัวตายและทิ้งมรดกไว้ให้เธอจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ประหลาดเริ่มเกิดขึ้นรอบตัวเธอ ไม่ว่าจะเป็นเสียงแปลก ๆ ข้าวของเคลื่อนที่เอง หรือเหตุการณ์ที่ทำให้เธอดูเหมือนคนเสียสติ เซซิเลียเริ่มเชื่อว่าเอเดรียนยังมีชีวิตอยู่ และเขากลายเป็น “มนุษย์ล่องหน” ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการสะกดรอยและทำลายชีวิตเธอโดยที่ไม่มีใครเชื่อ สิ่งที่น่าสนใจคือ หนังไม่ได้นำเสนอเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่ผสมผสานเทคโนโลยีและจิตวิทยาเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน Elisabeth Moss รับบทเซซิเลียได้อย่างยอดเยี่ยม ถ่ายทอดความหวาดระแวง เจ็บปวด และความกล้าหาญออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ เธอคือหัวใจของหนังอย่างแท้จริง เพราะหนังแทบทั้งเรื่องจะโฟกัสไปที่มุมมองของตัวเธอเพียงคนเดียว ทำให้ผู้ชมต้องเอาใจช่วยและสงสัยไปพร้อมกันว่า อะไรจริง อะไรไม่จริง สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในหนังเรื่องนี้คือการใช้ “พื้นที่ว่าง” และ “ความเงียบ” อย่างมีประสิทธิภาพ กล้องมักจะจับภาพในมุมกว้างที่ดูเหมือนไม่มีอะไรอยู่ แต่กลับทำให้คนดูรู้สึกเหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่ในเงามืด

รีวิว ภาพยนต์ Exhuma (ขุดมันขึ้นมาจากหลุม)
Uncategorized, หนัง

รีวิว ภาพยนต์ Exhuma (ขุดมันขึ้นมาจากหลุม)

รีวิวภาพยนต์เรื่อง Exhuma หรือ ขุดมันขึ้นมาจากหลุม ภาพยนตร์แนวสยองขวัญจากประเทศเกาหลีใต้ ครอบครัวเศรษฐีในลอสแองเจลิส ถูกผีดักจู่โจมทารกแรกเกิด จึงว่าจ้างหมอผี ฮวาริม และบงกิล ที่เชื่อมโยงกับซินแสฮวงจุ้ย และสัปเหร่อ (ยูแฮจิน) ไปทำพิธีย้ายศพบรรพบุรุษที่สุสานเกาหลีแต่สิ่งที่ปลุดออกมาจากหลุมคือ ปีศาจร้ายโบราณสุดสะพรึง สำหรับวันนี้เราจะมา รีวิวภาพยนต์ ที่เป็นการเล่าเรื่องราวทั้งหมดของ Exhuma เริ่มต้นมาจาก ผีบรรพบุรุษ ที่โกรธเคืองลูกหลานของตัวเองจนคนในตระกูลเกิดอาการป่วยแปลก ๆ ซึ่งหนทางแก้ไขก็คือการขุดสุสานและย้ายหลุมศพไปยังสถานที่ที่ดีกว่านี้ แต่ในระหว่างทางที่ย้ายก็เกิดอุปสรรคจนวิญญาณของบรรพบุรุษหลุดออกมาได้และตามไล่ฆ่าเฉพาะลูกหลานทุกคน ทว่าก่อนที่เรื่องราวจะเลวร้ายไปมากกว่านั้น พวกเขาก็ตัดสินใจเผากระดูกบรรพบุรุษคนนั้นในวันฝนตก ซึ่งมีความเชื่อว่าหากเผาศพในวันแบบนี้จะไม่มีทางไปสู่สุคติแน่นอน และนี่คือพล็อตเรื่องครึ่งแรกของภาพยนตร์เรื่องขุดมันขึ้นมาจาก ที่ค่อย ๆ ปูพื้นฐานให้เราเข้าใจหลักการไสยศาสตร์ ฮวงจุ้ย และความเชื่อมากมายผ่านการปราบผีบรรพบุรุษตัวแรก ที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะยังไม่เข้าใจนักว่าเพราะอะไรแกถึงโกรธแค้นลูกหลานของตัวเองจนอยากฆ่าให้ตายทั้งโคตรขนาดนั้นจากเนื้อเรื่องเราจะพบว่า ผีบรรพบุรุษ คนนี้คือนายพลใหญ่สมัยที่เกาหลีอยู่ใต้อาณานิคมของญี่ปุ่น ซึ่งลูกหลานของเขาก็ร่ำรวยจนสามารถย้ายไปอยู่ต่างประเทศได้ แต่ไม่ว่าจะร่ำรวยแค่ไหนหลุมฝังศพของนายพลคนนี้กลับซอมซ่อและอยู่ในทำเลที่แย่มากจนน่าตกใจ ไม่เพียงเท่านั้นฝั่งลูกหลานที่หลงเหลืออยู่ก็ไม่มีใครอยากจะพูดถึง ไม่อยากแม้แต่จะเปิดโลงให้คนมาอาบน้ำศพก่อนย้ายไปฝังที่ใหม่กิซึเนะ คือฉายาของพระญี่ปุ่นที่ทำหน้าที่หาฮวงจุ้ยหลุมศพให้กับเหล่านายพลใหญ่ของเกาหลีที่ยอมสวามิภักดิ์เข้ากับฝั่งญี่ปุ่น หากใครคุ้นเคยกับภาษาญี่ปุ่นก็น่าจะรู้สึกได้ว่าชื่อนี้พ้องกับคำว่า คิตสึเนะ ซึ่งเป็นชื่อเรียกของ ปีศาจจิ้งจอก ในตำนานของญี่ปุ่น ที่ทั้งเจ้าเล่ห์ มีไหวพริบ สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ เมื่อประกอบเข้ากับพื้นที่ของสุสานที่มีจิ้งจอกปรากฏตัวออกมาบอกใบ้อยู่เนือง ๆ ก็เชื่อได้ว่าพระกิซึเนะคนนี้จะต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับปีศาจจิ้งจอก แต่เป็นที่แน่นอน ผลลัพธ์ทั้งหมดนี้เราก็สามารถเห็นได้ชัด

 The Divine Fury ปี 2019
หนัง

รีวิวภาพยนตร์ The Divine Fury ปี 2019

The Divine Fury เป็น ภาพยนตร์แอ็กชันแฟนตาซี สัญชาติเกาหลีใต้ที่ผสมผสานเรื่องราวการต่อสู้กับปีศาจเข้ากับประเด็นทางศาสนาได้อย่างน่าสนใจ แม้ว่าจะไม่ใช่ภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่ก็มีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้ผู้ชมติดตรึงใจได้ พัคซอจุน รับบทเป็น ยงฮู นักสู้ MMA ผู้สูญเสียศรัทธาในพระเจ้าไปตั้งแต่เด็กหลังจากประสบเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิต เขาเป็นตัวละครที่มีบาดแผลในใจและแบกรับความเจ็บปวดเอาไว้ ซึ่งพัคซอจุนก็แสดงบทนี้ออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความมืดมิดในจิตใจของยงฮู การเปลี่ยนแปลงของเขาจากนักสู้ที่ไม่เชื่ออะไรเลย สู่ผู้ที่ต้องต่อสู้กับพลังชั่วร้ายเพื่อปกป้องผู้อื่น ถือเป็นแกนหลักของเรื่องที่ดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและน่าติดตาม เมื่อยงฮูเริ่มมีบาดแผลประหลาดบนฝ่ามือ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการถูกเลือกให้เป็นผู้ขับไล่ปีศาจ เขาได้พบกับ บาทหลวงอัน (รับบทโดย อันซองกิ) ผู้เป็นนักบวชที่อุทิศตนเพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้าย บทบาทของบาทหลวงอันเป็นเหมือนแสงสว่างที่ค่อยๆ ชี้ทางให้ยงฮูค้นพบความหมายและพลังที่ซ่อนอยู่ภายใน อันซองกิถ่ายทอดบทบาทบาทหลวงผู้เปี่ยมด้วยศรัทธาและความเมตตาได้อย่างอบอุ่นและมีพลัง เคมีระหว่างพัคซอจุนและอันซองกิเป็นจุดแข็งที่สำคัญของภาพยนตร์ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์-อาจารย์คู่นี้ดูมีมิติและน่าประทับใจ ฉากแอ็กชันใน The Divine Fury ถือว่าทำได้ดี มีความดุดันและน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะฉากการต่อสู้กับปีศาจที่ทำออกมาได้น่ากลัวและสมจริง เอฟเฟกต์พิเศษที่ใช้ในการสร้างภาพปีศาจและพลังเหนือธรรมชาติก็ดูน่าเชื่อถือและไม่ขัดตา การกำกับภาพและแสงสีก็ช่วยสร้างบรรยากาศที่มืดหม่นและลึกลับได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายและพลังเหนือธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มีข้อสังเกตบางประการ ในบางช่วงจังหวะการเล่าเรื่องอาจจะดูเนิบนาบไปบ้าง และบางทีก็รู้สึกว่ายังไปไม่สุดในประเด็นที่หยิบยกมา แต่โดยรวมแล้ว The Divine Fury ก็เป็นภาพยนตร์ที่มอบความบันเทิงได้อย่างเต็มที่ ด้วยการผสมผสานแอ็กชันสุดมันส์เข้ากับเรื่องราวการค้นหาศรัทธาและการไถ่บาปได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวแอ็กชันเหนือธรรมชาติที่มีกลิ่นอายของความแฟนตาซีและเรื่องราวเกี่ยวกับปีศาจ หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ที่มีทั้งความตื่นเต้น ลุ้นระทึก และยังได้เห็นการแสดงที่ทรงพลังของพัคซอจุนและอันซองกิ The Divine Fury ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม

รีวิวหนัง ซองแดงแต่งผี ฉบับไทยรีเมค
หนัง

รีวิวหนัง ซองแดงแต่งผี ฉบับไทยรีเมค

เป็นหนังไทยที่ถูกเฝ้าจับตามองสุด ๆ ในช่วงต้นปีนี้ สำหรับการหยิบเอาหนังไต้หวันที่ฮิตระเบิดระเบ้อทั่วเอเชียมาปัดฝุ่นรีเมคสร้างใหม่เป็นฉบับหนังไทย กลายออกมาเป็น ซองแดงแต่งผี การันตีด้วยงานสร้างจากค่ายหนังอารมณ์ดีอันดับต้น ๆ ของไทย อย่าง จีดีเอช ที่มาพร้อมกับแพ็คเกจเซอร์วิสสุดใจจึ้งของเหล่าสาววายกับการดึงคู่จิ้นคู่ในตำนานมาประกบคู่บนจอใหญ่เป็นครั้งแรก   เมื่อ เม่น โจรกระจอก ที่ผันตัวมาเป็นสายตำรวจ เผลอไปหยิบซองแดงปริศนา และพบว่ามันคือพิธีกรรมความเชื่อเก่าแก่ที่ทำให้เขาต้องแต่งงานกับศพ ไม่เช่นนั้นเขาจะซวยไปตลอดชีวิต แต่ที่ทำให้ชายแท้อย่างเม่นต้องเหวอสุดขีดก็คือ ศพที่เขาต้องแต่งด้วยดันเป็นผู้ชายด้วยกัน! และนั่นทำให้เขาได้เจอกับ ตี่ตี๋ วิญญาณเกย์หนุ่มสุดคิวท์ ที่ยังไม่ยอมไปเกิดเพราะยังมีเรื่องค้างคาใจ เม่นต้องช่วยตามสืบอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตตี่ตี๋ โดยหวังจะทำให้ตี่ตี๋ไปสู่สุคติและออกไปจากชีวิตเขาซะที ยิ่งไปกว่านั้น เบาะแสทั้งหมดที่เม่นพบกลับกลายเป็นว่านี่อาจไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา แต่มันโยงใยไปสู่แก๊งค้ายาที่เขา และ เจ๊ก๊อย ตำรวจสาวรุ่นพี่ที่เม่นแอบชอบกำลังตามสืบอยู่ด้วย งานนี้ เม่นจึงหวังจะปิดคดีเพื่อที่เขาจะได้ทั้งหน้าที่การงาน ความรัก และช่วยให้ตี่ตี๋ไปเกิดเสียที “หมู-ชยนพ บุญประกอบ” ผู้กำกับหนังคู่บุญของจีดีเอช (จาก Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน) มานั่งเก้าอี้รับหน้าที่ดูแลงานสร้าง พร้อมกับร่วมเป็นหนึ่งในทีมดัดแปลงเขียนบทหนังที่เอาต้นฉบับหนังไต้หวัน Marry My Dead Body มาละเลงใหม่ กลายเป็นหนังไทยที่เต็มไปด้วยอรรถรสหรรษาที่เข้ามือกับรสชาติทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางเพศที่เป็นจุดเด่นของเมืองไทยเป็นอย่างดี เอาจริง ๆ บทหนังต้นฉบับก็ค่อนข้างเหมาะเจาะและเข้าทางกับการนำมาสร้างเป็นหนังไทยได้สบาย ๆ

A Christmas Prince
หนัง

รีวิว A Christmas Prince เทพนิยายคริสต์มาสสุดโรแมนติก

A Christmas Prince คือภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้จาก Netflix ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่เรื่องราวสุดแฟนตาซีในบรรยากาศคริสต์มาสอันแสนอบอุ่นหัวใจ หนังเรื่องนี้ไม่ได้โดดเด่นด้วยเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนหรือหักมุม แต่กลับมอบความรู้สึกสบายใจและเพลิดเพลินไปกับเทพนิยายเจ้าหญิงเจ้าชายในยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ แอมเบอร์ มัวร์ นักข่าวสาวจากนิวยอร์กที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียน ได้รับมอบหมายให้ไปทำข่าวเกี่ยวกับ เจ้าชายริชาร์ด รัชทายาทผู้โด่งดังแห่งอาณาจักรอัลโดเวีย ที่กำลังจะขึ้นครองราชย์หลังจากที่พ่อของพระองค์สิ้นพระชนม์ ด้วยความฉาวโฉ่และพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจของเจ้าชาย ทำให้แอมเบอร์ต้องแฝงตัวเข้าไปในพระราชวังในฐานะครูสอนพิเศษของเจ้าหญิงเอมิลี่ น้องสาวของเจ้าชายริชาร์ด ในขณะที่แอมเบอร์พยายามรวบรวมข้อมูลเพื่อเขียนข่าวเปิดโปงความจริง เธอกลับได้เห็นมุมที่แตกต่างของเจ้าชายริชาร์ด จากที่เคยคิดว่าพระองค์เป็นเพียงเจ้าชายเพลย์บอยที่ไม่เอาไหน แอมเบอร์กลับพบว่าเจ้าชายริชาร์ดเป็นคนที่มีน้ำใจ จริงใจ และมีความรับผิดชอบต่ออาณาจักรอย่างที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน ความใกล้ชิดและการได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดความรู้สึกพิเศษขึ้นระหว่างทั้งสอง นำไปสู่ความรักที่เบ่งบานท่ามกลางบรรยากาศคริสต์มาสอันแสนโรแมนติก A Christmas Prince นำเสนอภาพของ คริสต์มาสที่แสนวิเศษ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งฉากหิมะขาวโพลน การตกแต่งปราสาทที่งดงาม เพลงประกอบที่ไพเราะ และกิจกรรมเฉลิมฉลองต่างๆ ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับได้เข้าไปอยู่ในเทศกาลแห่งความสุขนั้นจริงๆ เคมีของนักแสดงนำ อย่างโรส แมคไอเวอร์ ในบทแอมเบอร์ และเบน แลมบ์ ในบทเจ้าชายริชาร์ด ก็เข้ากันได้ดี ทำให้เรื่องราวความรักของพวกเขาดูน่าเชื่อและชวนฝัน ตัวละครแต่ละตัวมีเสน่ห์และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องราว โดยเฉพาะเจ้าหญิงเอมิลี่ ที่เป็นเหมือนกามเทพตัวน้อยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างแอมเบอร์กับเจ้าชายริชาร์ด แม้ว่าเนื้อเรื่องจะค่อนข้าง คาดเดาได้ง่าย และเป็นไปตามสูตรสำเร็จของหนังโรแมนติกทั่วไป แต่จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการมอบ ความบันเทิงที่อบอุ่นหัวใจ และความรู้สึก “ฟีลกู้ด” ให้กับผู้ชม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเทพนิยายโรแมนติกใสๆ ไม่ซับซ้อน และอยากพักผ่อนไปกับเรื่องราวความรักในช่วงเทศกาล โดยรวมแล้ว A

Scroll to Top