หนัง

หนัง

 Journey 2 
หนัง

รีวิวหนัง Journey 2

Journey 2: The Mysterious Island พาผู้ชมดำดิ่งสู่การผจญภัยอันน่าตื่นเต้นในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์และอันตราย ถือเป็นภาคต่อของ Journey to the Center of the Earth ที่ยังคงเอกลักษณ์ของภาพยนตร์แนวผจญภัยสำหรับครอบครัวไว้อย่างครบถ้วน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ฌอน แอนเดอร์สัน (รับบทโดย จอช ฮัทเชอร์สัน) พระเอกของเราในภาคแรก ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือที่เข้ารหัสจากเกาะลึกลับที่ไม่เคยปรากฏบนแผนที่ใดๆ ด้วยความกระหายในการผจญภัยและหวังว่าจะได้พบคุณปู่ อเล็กซานเดอร์ แอนเดอร์สัน (รับบทโดย ไมเคิล เคน) ที่หายสาบสูญไป ฌอนจึงชักชวน แฮงค์ พาร์สันส์ (รับบทโดย ดเวย์น “เดอะร็อก” จอห์นสัน) พ่อเลี้ยงของเขาที่เพิ่งจะเข้ามาในชีวิตให้ร่วมเดินทางในภารกิจค้นหาครั้งนี้ การเดินทางของพวกเขาเริ่มต้นที่ปาเลาและต้องอาศัยเฮลิคอปเตอร์นำทางโดย กาบาโท (รับบทโดย หลุยส์ กุซมาน) และลูกสาวคนสวยของเขา ไคแลนี่ (รับบทโดย วาเนสซ่า ฮัดเจนส์) ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าเฮลิคอปเตอร์ การเดินทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและพายุลูกใหญ่ทำให้เฮลิคอปเตอร์ของพวกเขาตกลงบนเกาะแห่งนั้น ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้น พวกเขาก็พบว่าเกาะแห่งนี้คือสถานที่ที่ ฌูล แวร์น นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่เคยจินตนาการไว้ในนวนิยายชื่อดังของเขา มันเป็นโลกที่กลับตาลปัตร สิ่งมีชีวิตตัวเล็กกลับกลายเป็นยักษ์ และสัตว์ตัวใหญ่กลับมีขนาดจิ๋ว ทุกอย่างดูเหมือนจะผิดหลักวิทยาศาสตร์ แต่กลับเต็มไปด้วยความงดงามและอันตรายในเวลาเดียวกัน ไมเคิล เคน ในบทคุณปู่ผู้รักการผจญภัยและการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นตัวละครสำคัญที่เชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน บทบาทของเขาที่ผสมผสานความรู้ ความกล้าหาญ และความขบขันได้อย่างลงตัว ทำให้ตัวละครนี้มีเสน่ห์และน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง ดเวย์น “เดอะร็อก” จอห์นสัน เข้ามาเติมเต็มบทบาทของพ่อเลี้ยงที่พยายามสร้างความสัมพันธ์กับลูกเลี้ยงได้อย่างน่ารัก การแสดงที่ผสมผสานความแข็งแกร่งและความอบอุ่นของเขา ทำให้ฉากครอบครัวมีความน่าเชื่อถือและเข้าถึงใจผู้ชมได้ง่าย ในขณะที่ วาเนสซ่า ฮัดเจนส์ และ จอช ฮัทเชอร์สัน ก็ยังคงเคมีที่เข้ากันได้ดีในฐานะคู่พระนางวัยรุ่นที่ต้องเผชิญอันตรายร่วมกัน ส่วน หลุยส์ กุซมาน ก็สร้างสีสันและความตลกขบขันให้กับเรื่องราวได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้บรรยากาศไม่เคร่งเครียดจนเกินไป จุดเด่นของ Journey 2 คือการใช้เทคนิคภาพยนตร์ที่ทันสมัย โดยเฉพาะ การนำเสนอแบบ 3 มิติ ที่ช่วยให้ภาพของเกาะลึกลับแห่งนี้ดูสมจริงและน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประหลาด ป่าทึบ หรือภูมิประเทศที่สวยงามตระการตา ทุกฉากล้วนถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดสายตาและสร้างประสบการณ์ที่ดื่มด่ำให้กับผู้ชมได้อย่างเต็มที่ ภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยฉากแอ็กชันและฉากผจญภัยที่น่าตื่นเต้นตลอดทั้งเรื่อง ตั้งแต่การหนีจากสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ การสำรวจถ้ำที่เต็มไปด้วยคริสตัล ไปจนถึงการตามหาวิธีที่จะออกจากเกาะก่อนที่มันจะจมหายไปในมหาสมุทร การผจญภัยที่ต่อเนื่องนี้ทำให้ผู้ชมไม่มีโอกาสได้เบื่อเลย โดยรวมแล้ว Journey 2: The Mysterious Island เป็น ภาพยนตร์ผจญภัย ที่สนุกสนาน ดูเพลิน และเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว มันนำเสนอโลกแฟนตาซีที่น่าทึ่ง พร้อมด้วยทีมนักแสดงที่เข้าขากันอย่างลงตัว และฉากแอ็กชันที่ตื่นตาตื่นใจ หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ที่จะพาคุณหลีกหนีจากโลกแห่งความเป็นจริงไปสู่การผจญภัยอันแสนอัศจรรย์ นี่คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาดครับ

หนัง

รีวิวภาพยนตร์เรื่อง Dune มหากาพย์ไซไฟสุดยิ่งใหญ่แห่งปี

ภาพยนตร์ Dune หรือชื่อภาษาไทยว่า “ดูน” คือภาพยนตร์ไซไฟฟอร์มยักษ์ที่สร้างจากนิยายชื่อดังของ Frank Herbert กำกับโดย Denis Villeneuve ผู้กำกับมากฝีมือที่เคยฝากผลงานไว้กับเรื่อง Arrival และ Blade Runner 2049 หนังเรื่องนี้ได้รับความคาดหวังอย่างสูงจากแฟน ๆ ทั่วโลกตั้งแต่ก่อนเข้าฉาย เพราะเนื้อเรื่องต้นฉบับขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในตำนานของนิยายไซไฟที่ยิ่งใหญ่และเข้าถึงยากที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ เรื่องราวเล่าถึงโลกอนาคตที่จักรวาลถูกปกครองด้วยจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ โดยแต่ละตระกูลทรงอำนาจจะได้รับการแต่งตั้งให้ดูแลดาวเคราะห์ต่างๆ ดาวที่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือ Arrakis หรือที่เรียกอีกชื่อว่า ดูน ดาวเคราะห์ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด ที่ซึ่งเป็นแหล่งผลิต “Spice” สารล้ำค่าที่จำเป็นต่อการเดินทางในอวกาศและการคงอยู่ของจักรวาล ตัวเอกของเรื่องคือ Paul Atreides (รับบทโดย Timothée Chalamet) ทายาทแห่งตระกูล Atreides ที่ได้รับคำสั่งจากจักรพรรดิให้ย้ายไปปกครอง Arrakis ต่อจากตระกูล Harkonnen ซึ่งเป็นศัตรูคู่แค้น Paul ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งจากสภาพแวดล้อมอันโหดร้าย การเมืองที่เต็มไปด้วยการทรยศหักหลัง และชะตากรรมลึกลับที่กำลังรอเขาอยู่ ในขณะเดียวกัน เขายังต้องค้นหาความจริงเกี่ยวกับพลังพิเศษที่เขามี และบทบาทสำคัญที่เขาอาจต้องแบกรับในอนาคต จุดเด่นที่สุดคือภาพและงานโปรดักชันที่ยิ่งใหญ่ตระการตา Denis Villeneuve ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของดาว Arrakis

maxresdefault
หนัง

รีวิวภาพยนตร์เรื่อง Sound of Metal เสียงที่หายไปกับการค้นพบตัวเองใหม่

ภาพยนตร์ดราม่า Sound of Metal ที่เปี่ยมไปด้วยความลึกซึ้งและอารมณ์ความรู้สึก ที่จะพาผู้ชมไปสัมผัสกับประสบการณ์ของคนที่ต้องเผชิญกับการสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต… “เสียง” ผลงานกำกับโดย Darius Marder และนำแสดงโดย Riz Ahmed ในบทบาทที่ท้าทายและทรงพลังที่สุดบทหนึ่งในชีวิตนักแสดงของเขา เรื่องราวเริ่มต้นที่ รูเบน สโตน (รับบทโดย Riz Ahmed) อดีตมือกลองวงเมทัลคู่กับแฟนสาว ลู (Olivia Cooke) พวกเขาใช้ชีวิตอย่างอิสระอยู่บนรถบ้าน ท่องไปตามเมืองต่างๆ เพื่อแสดงดนตรีในคลับเล็กๆ รูเบนใช้ชีวิตอยู่กับเสียงจังหวะของกลอง ความเร้าใจของเสียงดนตรีและความสัมพันธ์กับลู แต่แล้วชีวิตของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เมื่อเขาเริ่มสูญเสียการได้ยินทีละน้อย จนกระทั่งในที่สุดเขาก็แทบไม่ได้ยินอะไรเลย ความโกลาหลทางอารมณ์เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน ความกลัว ความโกรธ และความสับสน รูเบนไม่สามารถยอมรับความจริงนี้ได้ เขาพยายามหาทางรักษา ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดปลูกถ่ายประสาทหูเทียมที่มีค่าใช้จ่ายสูง หรือแม้แต่การดิ้นรนที่จะรักษาความสัมพันธ์กับลูเอาไว้ แต่สิ่งเหล่านั้นกลับทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงอีกครั้ง นั่นคือ…เขาต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งหมด หนึ่งในจุดเด่นของหนังเรื่องนี้ คือการถ่ายทอด “ประสบการณ์ของคนหูหนวก” ออกมาอย่างสมจริง ทีมงานเลือกใช้เทคนิคเสียงที่เรียกว่า sound design แบบเฉพาะ ทำให้ผู้ชมได้รับรู้ความเงียบ ความพร่าเบลอของเสียง และความอึดอัดแบบที่คนหูหนวกต้องเผชิญในชีวิตจริง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ทรงพลังและกระทบใจคนดูอย่างมาก อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ไม่พูดถึงไม่ได้

หนัง

รีวิวหนัง Fountain of Youth เมื่อท่านพ่อ กาย ริตชี มาลองทำหนังผจญภัยไปสุดหล้า

  เมื่อผู้กำกับยอดฝีมือ กาย ริตชี ที่สร้างหนังบู๊ก็เจ๋ง ทำหนังแฟนตาซีก็ปัง และล่าสุดได้รับมอบหมายโจทย์เป็นหนังผจญภัยไขปริศนาฟอร์มใหญ่มาให้ละเลงสร้าง เขาก็ไม่รีรอที่จะวาดลวดลายออกมาเป็น Fountain of Youth การผจญภัยสุดขอบโลกครั้งใหม่ ที่มาพร้อมกับดาราระดับซุปตาร์ตัวเป้งและทุนสร้างสูงปรี๊ด ที่อาจจะกลิ่นอายคล้าย ๆ กับหนังดังหลายเรื่องไปหน่อยก็ตามลุค กับ ชาร์ล็อตต์ สองพี่้น้องที่ต่างมีเส้นทางแยกกันไปคนละทิศทาง ได้หวนกลับมาร่วมมือกันอีกครั้ง เพื่อจุดเป้าหมายเดียวกันในการตามหาน้ำพุแห่งความเยาว์ที่เลื่องชื่อในตำนาน ด้วยการแกะเบาะแสมาจากข้อมูลทางประวัติศษสตร์ ออกเดินทางไปตามเส้นทางภารกิจที่ยิ่งใหญ่ บนเดิมพันความสำเร็จที่พลังอำนาจของน้ำพุศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อาจจะมอบความเป็นอมตะให้กับพวกเขาเอาจริง ๆ แค่เริ่มต้นเปิดเรื่องขึ้นมาก็ซื้อใจคอหนังชาวไทยไปแล้ว เพราะออกสตาร์ทด้วยฉากโหมโรงในกรุงเทพฯ กับคลอไปด้วยเพลงดังอมตะ Bang Bang (My Baby Shot Me Down) ฉบับดัดแปลงเป็นคำร้องภาษาไทยทั้งหมด ก็ชวนกระตุ้นความสนใจได้ไม่น้อย Fountain of Youth เป็นหนังแอคชันผจญภัยสไตล์ตามหาขุมทรัพย์ ที่ทำให้เราเลี่ยงจะไม่นึกถึงหนังดัง ๆ อย่าง แฟรนไชส์ Indiana Jones, National Treasure หรือ Uncharted ไม่ได้ เพราะหนังดูจะมาในสูตรเดียวกันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนังแนวบู๊ผจญภัยในศักราชนี้ค่อนข้างเป็นความท้าทายในการสร้างไม่น้อย ถึงแม้มันจะเป็นหนังที่สามารถไปตามสูตรสำเร็จแบบเดิม ๆ

Head Over Heels
หนัง

รีวิวหนัง Head Over Heels

ภาพยนตร์เรื่อง Head Over Heels ชื่อไทย: หัวใจเต้นรักไม่พักเลย ถือเป็นผลงานรอมคอมที่มอบความบันเทิงอย่างเรียบง่ายและดูเพลิน เหมาะสำหรับคอหนังที่กำลังมองหาเรื่องราวเบาๆ สบายๆ เพื่อผ่อนคลาย ด้วยพล็อตที่ไม่ได้ซับซ้อนมากนัก ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงและอินไปกับตัวละครได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ อแมนด้า รับบทโดย โมนิก้า พ็อตเตอร์ สาวนักอนุรักษ์งานศิลปะที่ชีวิตกำลังรุ่งโรจน์ ต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อเธอพบว่าแฟนหนุ่มนอกใจ เธอตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการย้ายเข้ามาอยู่กับเพื่อนสาวร่วมห้องอีกสี่คนในอพาร์ตเมนต์กลางเมืองแมนฮัตตัน ซึ่งแต่ละคนก็มีบุคลิกและอาชีพที่แตกต่างกันออกไป ทั้งหมดนี้เองที่ทำให้ชีวิตของอแมนด้าเริ่มมีสีสันและวุ่นวายปนเปไปพร้อมๆ กัน จุดหักเหที่แท้จริงมาถึงเมื่ออแมนด้าพบว่าเพื่อนบ้านหนุ่มห้องตรงข้ามอย่าง จิม วินสตัน รับบทโดย เฟรดดี้ พรินซ์ จูเนียร์ นายแบบหนุ่มสุดฮอต กำลังมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวอีกคน ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นฆาตกรที่ก่อคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมห้องของเธอ ด้วยความกระตือรือร้นและนิสัยที่อยากรู้อยากเห็น อแมนด้าจึงเริ่มสืบหาความจริงเกี่ยวกับจิม พร้อมกับเพื่อนๆ ร่วมห้องที่มาร่วมวงช่วยสืบด้วยอีกแรง ซึ่งนำไปสู่เรื่องราวอลเวง ชวนหัว และสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงมากมาย สิ่งที่ทำให้ Head Over Heels มีเสน่ห์คือการผสมผสานระหว่างพล็อตโรแมนติกคอมเมดี้กับกลิ่นอายของภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนแบบขำๆ ทำให้เรื่องราวมีมิติมากขึ้น ถึงแม้ว่าประเด็นฆาตกรรมจะไม่ได้ถูกนำเสนออย่างจริงจังนัก แต่ก็เป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวให้เกิดสถานการณ์ชวนปวดหัวและสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี ตัวละครแต่ละตัวมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนสาวของอแมนด้า ที่เข้ามาช่วยสร้างสีสันและมุกตลกในเรื่องราวอยู่เสมอ เคมีระหว่างโมนิก้า พ็อตเตอร์และเฟรดดี้ พรินซ์ จูเนียร์ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่ลงตัว ทำให้คนดูเชื่อในความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาจากความเข้าใจผิดกลายเป็นความรัก อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ของความซับซ้อนของพล็อตหรือความลึกซึ้งของตัวละคร Head Over Heels อาจไม่ใช่ภาพยนตร์ที่จะตราตรึงใจไปตลอดกาล แต่ด้วยจังหวะที่กระชับ ไม่ยืดเยื้อ และบรรยากาศที่สดใส ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ เหมาะสำหรับคืนวันหยุดที่อยากดูอะไรเบาๆ สนุกๆ โดยไม่ต้องคิดมาก ถือเป็นภาพยนตร์ที่ดูได้เรื่อยๆ ไม่น่าเบื่อ และมอบความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้กับผู้ชมได้อย่างแน่นอน

รีวิว หนัง How to Train Your Dragon (เขี้ยวกุด)
หนัง

รีวิว หนัง How to Train Your Dragon (เขี้ยวกุด)

รีวิวหนังไลฟ์แอ็คชั่นที่ถูกจับตามาตั้งแต่มีข่าวเริ่มการผลิตเลยก็ว่าได้ สำหรับภาพยนต์เรื่อง How to Train Your Dragon ฉบับคนแสดงที่  Universal Picture ได้ปล่อยตัวอย่างหนังออกมาให้แฟน ๆ ได้ตื่นตาตื่นใจกับโฉมแรกของ เขี้ยวกุด ในฉบับคนแสดงที่ดูตรงปกและจริงใจ เรียกได้ว่าใส่ใจทุกรายละเอียดของงานสร้างไม่ต่างจากฉบับแอนิเมชั่น หนัง อภินิหารไวกิ้ง พิชิตมังกร เป็นผลงานการกำกับและเขียนบทโดย ดีน เดอบลัวส์ (Dean DeBlois) จากแอนิเมชั่นฉบับไตรภาค เนื้อเรื่อง อภินิหารไวกิ้ง พิชิตมังกร เรียกได้ว่าเป็นการ รีวิวหนัง ที่มีการดำเนินเรื่องราว บนเกาะเบิร์ค ที่ซึ่งชาวไวกิ้งและมังกรเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาหลายชั่วอายุคน ฮิคคัพ หนุ่มน้อยลูกชายของ สโตอิค เดอะ วาสต์ หัวหน้าเผ่าผู้ยิ่งใหญ่ เขามีความคิดที่แตกต่างจากผู้อื่น และเขาก็ได้ท้าทายประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายศตวรรษที่ว่าการต่อสู้กับมังกรคือวิถีแห่งชีวิตผู้คนบนเกาะแห่งนี้ เมื่อเขาได้เป็นเพื่อนกับ เขี้ยวกุด (Toothless) มังกรเพลิงนิลผู้น่าเกรงขาม ซึ่งความสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิดนี้เปิดเผยถึงธรรมชาติที่แท้จริงของมังกรที่ท้าทายความเชื่อของสังคมไวกิ้ง โดยมี แอสทริด และ ก็อบเบอร์ ช่างตีเหล็กสุดเก๋า อยู่เคียงข้าง ฮิคคัพ เผชิญหน้ากับโลกที่เต็มไปด้วยความกลัวและความเข้าใจผิด ในขณะเดียวกัน

บ้านเวทมนตร์และนาฬิกาอาถรรพ์
หนัง

รีวิวหนัง บ้านเวทมนตร์และนาฬิกาอาถรรพ์

บ้านเวทมนตร์และนาฬิกาอาถรรพ์ หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า “The House with a Clock in Its Walls” คือภาพยนตร์แนวแฟนตาซีผจญภัยที่พาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกแห่งเวทมนตร์ ความลึกลับ และความตลกขบขันได้อย่างน่าสนใจ โดยสร้างมาจากนวนิยายเยาวชนอันโด่งดังของ John Bellairs และกำกับโดย Eli Roth ผู้ซึ่งมักจะสร้างสรรค์ผลงานแนวสยองขวัญ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีกลิ่นอายเฉพาะตัวที่แตกต่างออกไปจากแนวทางปกติของเขา แต่ก็ยังคงเสน่ห์และความบันเทิงไว้อย่างเต็มเปี่ยม เรื่องราวของเด็กชายผู้โดดเดี่ยวกับโลกเวทมนตร์ที่ไม่คาดฝันเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ลูอิส บาร์นาเวลต์ (แสดงโดย Owen Vaccaro) เด็กชายกำพร้าวัย 10 ขวบ ต้องย้ายมาอยู่กับ คุณลุงโจนาธาน (แสดงโดย Jack Black) เพียงลำพังในคฤหาสน์เก่าแก่หลังใหญ่ ณ เมืองมิชิแกน คฤหาสน์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบ้านธรรมดา แต่เต็มไปด้วยความลึกลับและของวิเศษมากมาย เนื่องจากคุณลุงโจนาธานนั้นแท้จริงแล้วคือ นักเวท และเพื่อนบ้านคนสนิทอย่าง ฟลอเรนซ์ ซิมเมอร์แมน (แสดงโดย Cate Blanchett) ก็เป็น แม่มด ผู้ทรงพลัง เมื่อลูอิสได้เข้ามาใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้ เขาก็ได้ค้นพบความลับที่น่าตกตะลึง นั่นคือมี นาฬิกาปริศนา ซ่อนอยู่ภายในกำแพงของบ้าน ซึ่งนาฬิกาเรือนนี้ถูกสร้างขึ้นโดยอดีตเจ้าของบ้านผู้ชั่วร้ายและมีพลังอำนาจที่จะนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่ ลูอิสและคุณลุงโจนาธาน รวมถึงฟลอเรนซ์ จึงต้องร่วมมือกันไขปริศนาของนาฬิกาเรือนนี้ และหยุดยั้งหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา การแสดงอันยอดเยี่ยมและเคมีที่ลงตัวหนึ่งในจุดแข็งที่โดดเด่นของภาพยนตร์เรื่อง บ้านเวทมนตร์และนาฬิกาอาถรรพ์ นี้คือการรวมตัวกันของนักแสดงมากฝีมืออย่าง Jack Black และ Cate Blanchett ทั้งคู่สามารถสร้างเคมีที่เข้าขาและน่าประทับใจ Jack Black สวมบทบาทคุณลุงโจนาธานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยอารมณ์ขันที่เป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัว ส่วน Cate Blanchett ก็ถ่ายทอดบทบาทแม่มดฟลอเรนซ์ได้อย่างสง่างาม ทรงพลัง และมีชั้นเชิงทางการแสดงที่ยอดเยี่ยม ทำให้ตัวละครของเธอมีความน่าเกรงขามแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นในขณะเดียวกัน ด้าน Owen Vaccaro ในบทบาทของลูอิสเองก็แสดงได้อย่างน่าเชื่อถือและเป็นตัวละครที่ผู้ชมสามารถเอาใจช่วยได้ง่าย การปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเหล่านี้ทำให้เรื่องราวมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยมิติ บรรยากาศ แฟนตาซีผสมกลิ่นอายโกธิค ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จในการสร้างบรรยากาศของคฤหาสน์เวทมนตร์ได้อย่างน่าทึ่ง มีความลึกลับและมืดมนเล็กน้อยตามสไตล์โกธิค แต่ก็ยังคงความสนุกสนานและแฟนตาซีเอาไว้ได้อย่างไม่ลดเลือน งานสร้างและฉากต่างๆ ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและสร้างสรรค์ ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าไปในโลกเวทมนตร์จริงๆ นอกจากนี้ ภาพยนตร์ยังสอดแทรกความตลกขบขันและสถานการณ์ชวนหัวที่เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นระยะ โดยเฉพาะจากตัวละครของ Jack Black ที่เป็นเหมือนตัวขับเคลื่อนอารมณ์ขันของเรื่อง ความบันเทิงสำหรับทุกคนในครอบครัวแม้จะมีองค์ประกอบของความลึกลับ สัตว์ประหลาด และสถานการณ์ที่อาจดูน่ากลัวเล็กน้อยสำหรับเด็กเล็ก แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังคงรักษาโทนเรื่องให้เหมาะสมกับผู้ชมทุกวัย โดยถูกจัดเรต PG ทำให้เป็นภาพยนตร์ที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวที่จะเพลิดเพลินไปด้วยกัน ไม่เพียงแค่ความบันเทิง แต่ภาพยนตร์ยังแฝงข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับความสำคัญของครอบครัว มิตรภาพ การยอมรับในความแตกต่างของผู้อื่น และการค้นพบคุณค่าในตัวเอง ถือเป็นภาพยนตร์แนวแฟนตาซีที่มอบความสุข ความตื่นเต้น และข้อคิดดีๆ ได้อย่างครบครัน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวเวทมนตร์และการผจญภัยในโลกที่เหนือจินตนาการมีอะไรอีกไหมที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้?

หนัง

รีวิวหนัง Bride Hard อึดนรกแต่ง อลหม่านพิทักษ์วิวาห์เพื่อนสาวบู๊พลังหญิงที่ถามหายาแก้ปวด      

 คือเป็นหนังที่แค่ได้เห็นใบหน้าที่สวยเปล่งประกายและท่วงท่าของ เรเบล วิลสัน ​ก็เหมือนคนดูจะล่วงรู้ได้เป็นเนืองๆ ว่าจะต้องเผชิญหน้าและรับแรงกระแสอะไรในคอนเทนท์นี้ เพราะการมาของ Bride Hard อึดนรกแต่ง หนังแอคชันป่วนวันวิวาห์เรื่องนี้ มาพร้อมกับความวายป่วงระดับหรรษา อีกทั้งยังเป็นการฉีกแนวครั้งล่าสุดของอดีตแม่สาวบิ๊กไซส์ ที่ตอนนี้กลายเป็นสาวหุ่นปัง ออกลีลาเหวี่ยงหมัดลั่นไกปืนอย่างเต็มไม้เต็มมือเป็นครั้งแรกเมื่อกลุ่มทหารรับจ้างได้บุกจู่โจมจับตัวแขกในงานแต่งงานหรูแห่งหนึ่งเอาไว้เป็นตัวประกัน พวกเขากลับไม่ได้ล่วงรู้เลยว่า หนึ่งในเพื่อนเจ้าสาวในงานแต่งงานแห่งนี้ อย่าง แซม แท้ที่จริงแล้วเธอเป็นสายลับชุดปฏิบัติการ ที่พร้อมจะจัดการกับใครก็ตามที่เข้ามายุ่งกับงานแต่งงานของ เบตซีย์ เพื่อนรักของเธอ จิตใจสำนึกเดียวของเธอก็คือ..เอาให้ตายนี่ผลงานล่าสุดของตัวพ่อนักสร้างหนังบู๊ ไซมอน เวสต์ ที่เคยปั้นหนังดัง ๆ ระดับบ็อกซ์บัสเตอร์ อย่าง Con Air หรือ Lara Croft: Tomb Rider ที่ล้วนแต่เป็นหนังแอคชันป๊อบคอร์นโดนใจคนดูในช่วงยุค Y2K แต่ก็ดูเหมือนว่าภาพบรรยากาศความเรืองรองในฝีมือของผู้กำกับท่านนี้ก็น่าจะได้กลายเป็นเพียงแค่อดีตไปเสียแล้ว เพราะต้องยอมรับความจัดจ้านในแง่ฝีมือการรังสรรค์ผลงานหนังบู๊ของเขาในยุคนี้ แทบจะแตะไม่ถึงเลเวลที่มาตรฐานยุคปัจจุบันทำเอาไว้     ทำให้ผลลัพธ์ในแง่งานกำกับที่ออกมาใน Bride Hard นั้น เกือบจะไม่ต่างกับพวกบรรดาหนังแผ่นหนังเกรดบีอะไรทำนองนั้น บางทีอาจจะถึงขั้นมาตรฐานต่ำกว่าหนังลูกกวาดที่สร้างออกมาฉายทางสตรีมมิงในเยอะแยะทุกวันนี้เสียด้วยซ้ำ เพราะทุก ๆ มุมมองในแง่การกำกับของไซมอน เวสต์ แทบจะสอบตกในทุก ๆ แง่ในความเป็นภาพยนตร์ก็ว่าได้แต่ก็นับว่าเคราะห์ดีที่หนังยังมีจังหวะที่ชวนดูได้เพลิน ๆ

wonder-woman
หนัง

รีวิวภาพยนตร์ Wonder Woman 1984 วันเดอร์ วูแมน 

เป็นภาพยนตร์ภาคต่อของฮีโร่หญิงจากจักรวาล DC ที่หลายคนตั้งตารอ Wonder Woman 1984 หลังจากภาคแรกประสบความสำเร็จอย่างสูงในปี 2017 สำหรับภาคนี้ ผู้กำกับแพตตี้ เจนกินส์ กลับมารับหน้าที่อีกครั้ง พร้อมด้วยกัล กาด็อตในบทไดอาน่า ปรินซ์ หรือวันเดอร์ วูแมน ที่ยังคงงดงาม ทรงพลัง และเปี่ยมด้วยมนุษยธรรมเช่นเดิม เรื่องราวในภาคนี้เกิดขึ้นในช่วงยุค 1980s ซึ่งเป็นยุคของแฟชั่นจัดจ้าน เทคโนโลยีเริ่มรุ่งเรือง และการแสวงหาความมั่งคั่ง ผู้ชมจะได้เห็นไดอาน่าใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในโลกมนุษย์ เธอทำงานที่พิพิธภัณฑ์และยังคงต่อสู้กับความอยุติธรรมในเงามืด กระทั่งวัตถุโบราณชิ้นหนึ่งที่สามารถบันดาลพรให้ผู้ครอบครองได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย เมื่อมันตกอยู่ในมือของแม็กซ์ ลอร์ด (เปโดร ปาสคาล) นักธุรกิจผู้ทะเยอทะยาน และบาร์บารา มินเนอร์ว่า (คริสเตน วิก) เพื่อนร่วมงานของไดอาน่า ซึ่งกลายเป็นวายร้ายชีต้า แม้ตัวหนังจะมีธีมของความหวัง ความรัก และการเสียสละ แต่เนื้อเรื่องกลับเดินช้าในช่วงต้น และบางจุดดูยืดเกินไป โดยเฉพาะการอธิบายที่มาและพลังของตัวร้าย ซึ่งไม่ค่อยหนักแน่นเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม การกลับมาของสตีฟ เทรเวอร์ (คริส ไพน์) ถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่เพิ่มอารมณ์โรแมนติกให้กับเรื่อง แม้การกลับมาของเขาจะมีเงื่อนไขที่ขัดใจผู้ชมบางส่วน ในด้านภาพและฉากแอ็กชัน “Wonder

รีวิวหนัง Train to Busan  (ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง)
หนัง

รีวิวหนัง Train to Busan  (ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง)

รีวิวหนัง ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง หรือ Train to Busan เป็นภาพยนตร์เกาหลีแนวสยองขวัญ เขียนบทโดย พัค จงซอก และยอน ซังโฮ กำกับโดยยอน ซังโฮ ซึ่งเป็นผู้กำกับที่มีชื่อเสียงในด้านผลงานภาพยนตร์แอนิเมชัน และได้รับรางวัลจากเทศกาลหนังเมืองปูซานในผลงาน The King of Pigs และ The fake มีอี ดงฮา และจาง คยองอิก เป็นผู้อำนวยการสร้าง และค่ายผู้ผลิตและจำหน่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แก่ Next Entertainment World และ Red Peter film เนื้อเรื่อง ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง เรื่องราวของ ซอกวู เป็นผู้จัดการกองทุนที่มุ่งกอบโกยผลประโยชน์ส่วนตนเป็นสำคัญ และไม่มีเวลาให้ครอบครัว เขาอาศัยอยู่ในโซลกับลูกสาวชื่อซอซูอัน และคุณย่า ในวันเกิดของซูอัน เธอขอร้องให้ซอกวูพาไปหาแม่ที่เมืองปูซาน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่เชื้อโรคประหลาดได้แพร่ไปทั่วเมือง และบนรถไฟขบวนที่สองพ่อลูกนั่งไปก็มีหญิงสาวติดเชื้อลอบขึ้นไปด้วย เพียงไม่นาน ผู้คนบนรถไฟต่างก็รับรู้ข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจนเกิดความวุ่นวายขึ้นทุกหนแห่ง สถานการณ์เลวร้ายลงเมื่อหญิงสาวที่แอบขึ้นมาบนขบวนรถไฟกลายเป็น ซอมบี้ ไล่ล่าผู้โดยสาร

Scroll to Top