กลับมาอเมริกาอีกแล้วจ้า การกลับมาของเจ้าชายแห่งซามันด้า ฮาฉบับตัวพ่อคืนถิ่น!ผ่านไปกว่า 3 ทศวรรษ ในที่สุดแฟนหนังยุค 80-90 ก็ได้สมหวัง เมื่อดาวตลกค้างฟ้าอย่าง Eddie Murphy ตัดสินใจปัดฝุ่นหยิบชุดประจำชาติซามันด้ากลับมาสวมอีกครั้งใน ภาคต่อที่ขยับขยายจักรวาลความฮาจากนิวยอร์กสู่ดินแดนแอฟริกาอันมั่งคั่ง งานนี้สตูดิโอ Amazon Studios จัดเต็มทั้งทุนสร้างและคอสตูมสุดอลังการ
ข้อมูลเบื้องต้น
- ผู้กำกับ: Craig Brewer (ผู้กำกับจาก Dolemite Is My Name)
- สตูดิโอ: Paramount Pictures / Amazon Studios
- นำแสดงโดย: Eddie Murphy (Akeem), Arsenio Hall (Semmi), Jermaine Fowler (Lavelle)
เรื่องย่อ: เมื่อรัชทายาทไม่ได้มีแค่คนเดียว!
เรื่องราวในภาคนี้สานต่อชีวิตของ เจ้าชายอาคีม (Eddie Murphy) ที่ตอนนี้กำลังจะขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งประเทศซามันด้า (Zamunda) แทนพระบิดาผู้ล่วงลับ แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ ตามกฎมณเฑียรบาลของซามันด้า ผู้ที่จะสืบทอดบัลลังก์ได้ต้องเป็น “รัชทายาทชาย” เท่านั้น ทว่าอาคีมกลับมีแต่ลูกสาวผู้ปราดเปรื่องถึง 3 คน
ทว่าความหวังก็ปรากฏขึ้น เมื่อเขาได้รับรู้ความลับจากพ่อมดประจำตระกูลว่า ในอดีตเมื่อครั้งที่เขาไปเยือนอเมริกา (ภาคแรก) เขาแอบมีลูกชายสายเลือดผสมทิ้งไว้ที่ย่านควีนส์! อาคีมและเพื่อนสนิทคู่ใจอย่าง เซมมี่ (Arsenio Hall) จึงต้องออกเดินทางกลับมาอเมริกาอีกครั้ง เพื่อพาตัว ลาเวลล์ (Jermaine Fowler) ลูกชายที่เขาไม่เคยรู้ว่ามี กลับมาฝึกฝนเพื่อเป็นเจ้าชายแห่งซามันด้าให้ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายของวัฒนธรรมที่ต่างกันสุดขั้ว

ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้?
- การรวมตัวของ “ตัวตลก” ระดับตำนาน
ความมหัศจรรย์ของหนังเรื่องนี้คือการได้เห็น Eddie Murphy และ Arsenio Hall กลับมาโชว์สกิลการแสดงเป็นตัวละครหลายตัว (Multi-character) โดยใช้การแต่งหน้าเอฟเฟกต์ขั้นเทพ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านตัดผมสุดกวน หรือนักร้องวงดนตรีขี้เก๊ก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แฟนๆ คิดถึงมากที่สุด
- งานภาพและคอสตูมที่ “ตะโกน” ว่ารวย!
ต้องยอมรับว่างานออกแบบเครื่องแต่งกายในภาคนี้สวยงามและโดดเด่นมาก หนังเน้นการนำเสนอภาพลักษณ์ของทวีปแอฟริกาในมุมที่ทันสมัย หรูหรา และมีสไตล์ (แนว Afrofuturism คล้ายๆ Black Panther แต่เป็นเวอร์ชันคอเมดี้) ทุกฉากในวังคือความเจริญหูเจริญตาที่คุ้มค่าแก่การรับชม
- พลังหญิง (Female Empowerment) ที่ซ่อนอยู่ในมุกตลก
แม้หนังจะเป็นเรื่องการตามหาลูกชาย แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือการตั้งคำถามถึง “กฎเกณฑ์เก่าๆ” ลูกสาวทั้ง 3 ของอาคีมมีความเก่งกาจและมีความเป็นผู้นำสูงมาก หนังค่อยๆ สอดแทรกข้อคิดว่า ความสามารถไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศสภาพ และการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่าคือหน้าที่ของผู้นำยุคใหม่
- มุกตลก Nostalgia ที่คนรุ่นเก่าอิน คนรุ่นใหม่ขำ
หนังมีการหยิบยกมุกเดิมจากภาคแรกมาล้อเลียน (Easter Eggs) อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นร้านแฮมเบอร์เกอร์ McDowell’s ที่ยังคงเลียนแบบ McDonald’s อยู่เหมือนเดิม หรือตัวละครสมทบที่โผล่มาเซอร์ไพรส์แฟนหนังรุ่นเก๋าเป็นระยะๆ
Coming 2 America มากกว่าแค่หนังตลก คือหนังครอบครัวที่อบอุ่น
ความน่าสนใจที่ทำให้เราต้องติดตามจนจบ คือการลุ้นว่า ลาเวลล์ เด็กหนุ่มจากควีนส์ที่ใช้ชีวิตสบายๆ จะปรับตัวเข้ากับกฎระเบียบสุดเป๊ะของราชวงศ์ได้หรือไม่? และอาคีมจะสามารถปกป้องครอบครัวจากภัยคุกคามของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง นายพลอิซซี่ (Wesley Snipes) ที่คอยจะมารุกรานซามันด้าได้ไหม? (ซึ่ง Wesley Snipes ในบทนี้คือตัวขโมยซีนที่ฮาสุดๆ)
สรุปภาพรวม: คุ้มค่าแก่การเปิดดูไหม?
Coming 2 America อาจจะไม่ใช่หนังที่เน้นบทดราม่าหนักหน่วงหรือพล็อตที่ซับซ้อน แต่มันคือ “หนังฟีลกู๊ด” ที่สร้างมาเพื่อมอบรอยยิ้มและความสุขอย่างแท้จริง เป็นภาพยนตร์ที่ดูได้พร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัวในวันหยุด
ถ้าคุณอยากพักสมองจากเรื่องเครียดๆ แล้วเข้าไปท่องโลกซามันด้าที่เต็มไปด้วยสีสัน เสียงดนตรี และมุกตลกจิกกัดแสบๆ คันๆ หนังเรื่องนี้คือคำตอบครับ!
คะแนนความเพลิน: 8/10 (บวกคะแนนความใจฟูให้แฟนภาคแรกเพิ่มไปเลย!)




