ถ้าพูดถึง Digimon เชื่อว่าหลายคนจะมีภาพจำแบบเด็กยุค 90–2000 ที่โตมากับการ์ด ดิจิไวซ์ และความผูกพันระหว่าง “เด็กผู้ถูกเลือก” กับมอนสเตอร์คู่ใจ แต่คราวนี้ Digimon กลับมาอีกครั้งในรูปแบบที่…เกินคาดมาก ๆ เพราะ Digimon Story Time Stranger เป็นแค่เกมผจญภัยเฉย ๆ แต่มันคือการ “เดินทางย้อนเวลา” ที่สมกับชื่อแบบสุด ๆ เกมนี้พาเราไปสัมผัสโลกดิจิตอลเวิลด์ในมุมที่ทั้งลึกลับ มีอารมณ์ความเป็นแฟนตาซียุคเก่า และยังแอบกดความดราม่าเบา ๆ ใส่มาให้หัวใจเต้นแผ่ว ๆ แบบที่แฟนดิจิมอนต้องกรี๊ดแน่ ๆ ส่วนคนที่เพิ่งเข้าวงการก็เล่นได้เพลินเหมือนกำลังอ่านนิยายผจญภัยเล่มหนึ่งเลยด้วย
เปิดเกมมา—ก็โดนดึงเข้ามาแบบไม่ทันได้ตั้งสติ
เนื้อเรื่องเปิดมาแบบรวดเร็วปานวาร์ปจริง ๆ
ตัวเอก (ซึ่งเราตั้งชื่อเองได้ตามใจ) อยู่ดี ๆ ก็ถูกบางอย่างในโลกดิจิตอล “เรียกตัว” เข้าไปโดยไม่รู้สาเหตุ และตื่นขึ้นมาในยุคที่ไม่ใช่ยุคปัจจุบันของดิจิตอลเวิลด์ แต่เป็น “อดีตที่ไม่มีใครรู้จัก”
เหมือน Digimon เวอร์ชันไทม์ทราเวล ที่เราต้องตามปริศนาว่า…
- ทำไมเราถึงถูกดึงเข้ามา?
- ช่วงเวลานี้มีอะไรผิดปกติ?
- ใครเป็นคนส่งสัญญาณมา?
- และดิจิมอนที่เดินเข้ามาชวนเราไปผจญภัยคือใครกันแน่?
แค่ช่วงแรกก็ให้ฟีลลึกลับแบบนุ่ม ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกอยากรู้ต่อทันที เหมือนโดนล่อด้วยก้อน “ปริศนา + น่ารัก + อบอุ่น” แล้วก็เดินตามแบบไม่คิดชีวิต
คู่หูดิจิมอนในภาคนี้ น่ารักแบบเคมีเข้ากันเว่อร์
ในภาคนี้ ตัวเอกจะได้ “ดิจิมอนคู่หู” ตั้งแต่ต้นเรื่อง
และเคมีของทั้งคู่คือสิ่งที่ทำให้เกมนี้อบอุ่นและเล่นเพลินมากกกก
ดิจิมอนจะไม่ใช่แค่ตัวช่วยต่อสู้ แต่เป็นเพื่อนแบบจริง ๆ
พูดคุย ถามความคิดเห็น แสดงความรู้สึก หงุดหงิดเวลาเราเลือกผิดทาง หัวเราะเวลาเราทำอะไรเปิ่น ๆ
อ่านบทสนทนาของพวกเขาคือฟีลเดียวกับเวลานั่งดูอนิเมะดิจิมอนยุคแรก ๆ ที่เต็มไปด้วยความผูกพันแบบดิบ ๆ ไม่ปรุงแต่ง เรียลจนใจฟูมาก
ระบบการต่อสู้ – กลิ่น JRPG ยุคทองผสมความทันสมัย
Combat ของภาคนี้ไม่ได้หวือหวาแบบสายแอ็กชัน แต่เป็น เทิร์นเบสที่มีจังหวะและกลยุทธ์
ใครเป็นสายแฟน JRPG น่าจะฟินแน่
- ใช้สกิลตามธาตุ
- บัฟ/ดีบัฟมีผลชัดเจน
- การจับจังหวะเวลาศัตรูอ่อนแอคือกุญแจสำคัญ
- มีระบบคู่หูช่วยเสริมการโจมตี
ที่ชอบมากคือ “การต่อสู้มีน้ำหนัก”
ไม่ได้เร็วจนเฉย ๆ แต่ก็ไม่ช้าเกินไป
จังหวะมันกำลังดี เหมือนเล่นเกมผจญภัยที่ตั้งใจให้เราคิด แต่ไม่ถึงกับต้องเปิดโน้ตบุ๊กคำนวณสูตร
สำรวจโลกอดีต – สวยมาก จนอยากหยุดทุกอย่างมาถ่ายรูป
โลกในภาคนี้คือความไฮไลต์แบบไม่ต้องสงสัย
เพราะเป็น “อดีตของดิจิตอลเวิลด์” ที่ไม่เคยมีภาคไหนพาเราไปสัมผัสจริงจังมาก่อน
บรรยากาศคือมู้ดแบบ…
- เมืองโบราณ
- ทุ่งหญ้ากว้างที่มีข้อมูลลอยอยู่เป็นละอองแสง
- ป่าเก่าที่เต็มไปด้วยซากดิจิตอล
- โซนพังทลายที่ให้ฟีลเหมือนซากพีระมิดไซเบอร์
คือทุกโซนมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง และความงามแบบแฟนตาซียุคเก่า ๆ
เดินดูเฉย ๆ ยังรู้สึกดีใจที่ได้เห็นโลกนี้ในมุมใหม่

ความลับของเวลา – ปมใหญ่ที่ทำให้เรื่องนี้มี “น้ำหนัก”
สิ่งที่ทำให้ไม่ใช่แค่เกมเด็ก ๆ คือ “ปริศนาเรื่องเวลา” ที่ค่อย ๆ เปิดออกเรื่อย ๆ แบบนุ่ม ๆ แต่อิมแพคมาก
มันเกี่ยวกับ…
- อดีตของโลกดิจิตอล
- ดิจิมอนบางตัวที่สูญหายไปจากประวัติศาสตร์
- ความผิดพลาดที่ไม่เคยมีใครบันทึก
- และความจริงที่อาจเปลี่ยนโลกทั้งสองใบ
คือมันไม่ใช่ดราม่าหนักหน่วง แต่เป็นความสวยงามแบบเจ็บนิด ๆ
ในสไตล์ดิจิมอนที่เน้นมิตรภาพและการเติบโต
เล่นไปยิ่งอิน เหมือนกำลังตามซีรีส์ภาคพิเศษมากกว่าเล่นเกมซะอีก
ความรู้สึกหลังเล่น – อบอุ่นมาก สนุกมาก และคิดถึงดิจิมอนยุคเก่าแบบเต็มหัวใจ
เกมนี้ให้ฟีลเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง แต่คราวนี้โตพอที่จะเข้าใจ “ความหมายนุ่ม ๆ” ที่ดิจิมอนพยายามสื่อ
มันมีทั้งความสนุก ความลุ้น ความผูกพัน และความรู้สึกว่า “เราอยากปกป้องคู่หูของเรา” เหมือนสมัยถือดิจิไวซ์เล่นตอนเด็กไม่มีผิด
เล่นแล้วรู้สึกดีแบบจริง ๆ
เป็นเกมที่หัวใจนำมาก่อนระบบ และเป็นภาคที่ทำให้ดิจิมอนไม่ใช่แค่สัตว์ต่อสู้ แต่เป็น เพื่อนในยามที่เราหลงทาง
สรุป
เจาะเวลาหามอนสเตอร์ คือเกมที่ทั้งสวย อบอุ่น และเต็มไปด้วยความลึกลับแบบกำลังดี เหมาะกับทั้งแฟนเก่า แฟนใหม่ และคนที่ชอบเกมแนวผจญภัยเนื้อเรื่องดี ๆ
เข้าทางมากสำหรับคนที่ชอบ…
✔ เกมเนื้อเรื่องนำ
✔ โลกแฟนตาซีอบอุ่น
✔ มิตรภาพแบบดิจิมอนยุคเก่า
✔ JRPG เดินคุย-ต่อสู้ง่าย-อินอารมณ์
✔ ปริศนาเรื่องเวลาที่ชวนติดตาม
บอกเลยว่าภาคนี้ ไม่ได้ขายแค่ความน่ารักของมอนสเตอร์
แต่มันขาย “ความผูกพัน” แบบที่เล่นจบแล้วใจอบอุ่นมากกกก
ถ้าพร้อมจะโดนดึงเข้าห้วงเวลาแล้วไปผจญภัยกับเพื่อนใหม่
เกมนี้รอคุณอยู่ในอีกโลกหนึ่งแน่นอน 💙✨👾




