Donkey Kong

Donkey Kong Bananza

Donkey Kong Bananza การกลับมาของราชาแห่งพงไพรในรูปแบบที่ “ว้าว” กว่าเดิม!ถ้าพูดถึงชื่อของเจ้าลิงเนคไทแดง Donkey Kong เชื่อว่าเกมเมอร์หลายคนคงนึกถึงภาพการกระโดดข้ามถังไม้และการผจญภัยในเกาะอันห่างไกล ล่าสุดกับการมาถึงของที่พัฒนาโดยทีมสตูดิโอไฟแรง (มักจะเป็นการรวมกลุ่มของแฟนโปรเจกต์หรือสตูดิโอพาร์ทเนอร์) ที่หยิบเอาหัวใจหลักของความคลาสสิกมาปัดฝุ่นใหม่ จนกลายเป็นเกมที่ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าต้องหลงรัก

🍌 Donkey Kong เนื้อเรื่องย่อ: เมื่อคลังกล้วยถูกคุกคามอีกครั้ง!

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันที่แสนสดใสบนเกาะแต่แล้วความสงบสุขก็ถูกขัดจังหวะ เมื่อกองทัพลึกลับได้บุกเข้ามาขโมย  ขุมทรัพย์ล้ำค่าที่รักษาความสมดุลของธรรมชาติในเกาะไปจนหมดสิ้น

และคู่หูตัวแสบอย่าง Diddy Kong จึงต้องออกเดินทางข้ามทวีป ตั้งแต่ป่าดิบชื้น ภูเขาไฟที่กำลังปะทุ ไปจนถึงโรงงานจักรกลสุดล้ำ เพื่อทวงคืนของรักและสั่งสอนผู้บุกเบิกให้รู้ว่า… ใครคือเจ้าถิ่นที่แท้จริง! (โดยที่เนื้อเรื่องในภาคนี้จะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ของตัวละครและการค้นพบความลับของต้นกำเนิดเกาะที่แฟนๆ ไม่เคยรู้มาก่อน)

จุดเด่นที่ทำให้เกมนี้น่าติดตาม

สิ่งที่ทำให้แตกต่างจากภาคก่อนๆ คือการผสมผสานระหว่าง ความเร็ว (Flow) และ การแก้ปริศนา (Puzzle) ที่ลงตัว:

  1. Dynamic Environment: ฉากในเกมไม่ใช่แค่ฉากหลังที่สวยงาม แต่ทุกอย่างสามารถโต้ตอบได้ ต้นไม้ที่โน้มลงมาตามน้ำหนักตัว หรือพายุฝนที่ส่งผลต่อการควบคุม ทำให้การเล่นแต่ละด่านมีความสดใหม่ตลอดเวลา
  2. Tag-Team System: คุณสามารถสลับตัวละครระหว่าง DK และ Diddy (หรือตัวละครลับอื่นๆ) ได้ทันที ซึ่งแต่ละตัวจะมี Skill Tree เฉพาะตัว ช่วยให้การผ่านอุปสรรคมีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น
  3. Visual & Sound: งานภาพมาในสไตล์กึ่ง 3D ที่สีสันสดใสแบบลูกกวาด แต่ยังคงความอลังการของแสงเงา ส่วนเพลงประกอบก็ยังคงกลิ่นอายแจ๊สผสมจังหวะกลองที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยขับเน้นความตื่นเต้นได้ดีเยี่ยม

Donkey Kong

ข้อดีที่ทำให้คุณไม่ควรพลาด (600 คำสไตล์เจาะลึก)

  1. เกมเพลย์ที่ท้าทายแต่ไม่ทอดทิ้งมือใหม่

เสน่ห์ของคือความยากระดับ “ปาจอย” ในบางจังหวะ แต่ในภาค Bananza นี้ ทีมพัฒนาได้ใส่ระบบ Checkpoint ที่เป็นธรรมมากขึ้น และมีโหมดช่วยเหลือสำหรับผู้เล่นที่อยากเสพเนื้อเรื่อง แต่สำหรับสาย Hardcore ตัวเกมก็มี “Secret Levels” และการเก็บสะสม K-O-N-G letters ที่ยากจนต้องร้องขอชีวิต เป็นความสมดุลที่หาได้ยากในเกม Platformer ยุคปัจจุบัน

  1. การออกแบบด่าน (Level Design) ที่ไร้ที่ติ

แต่ละด่านถูกออกแบบมาให้มีความเป็น “Non-linear” เล็กน้อย มีทางลับและพื้นที่ซ่อนอยู่มากมาย ทำให้การกลับไปเล่นด่านเดิมซ้ำเพื่อเก็บของให้ครบ 100% ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ แต่มันคือการค้นพบสิ่งใหม่ที่ผู้พัฒนาซ่อนไว้ประหนึ่งจดหมายรักถึงแฟนเกม

  1. ระบบ Co-op ที่สนุกจนหยุดไม่ได้

การเล่นคนเดียวว่ามันส์แล้ว แต่การนั่งเล่นกับเพื่อนข้างๆ ในโหมด Local Co-op คือจุดสูงสุดของเกมนี้ การประสานงานกัน (หรือการแกล้งกันโดยไม่ตั้งใจ) สร้างเสียงหัวเราะได้ตลอดการเล่น เป็นเกมที่เหมาะมากสำหรับการมีติดบ้านไว้เล่นกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน

  1. ประสิทธิภาพและการ Optimize

ตัวเกมทำออกมาได้ลื่นไหลมาก (60 Frame Per Second แบบนิ่งๆ) ไม่ว่าจะเป็นจังหวะที่เอฟเฟกต์ระเบิดเต็มหน้าจอ หรือจังหวะที่ต้องใช้ความเร็วสูง การควบคุมตอบสนองฉับไว (Input Lag ต่ำมาก) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเกมแนวนี้

Donkey Kong

🐒 สรุปส่งท้าย

คือการเฉลิมฉลองตำนานของลิงยักษ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา มันไม่ใช่แค่เกมกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง แต่มันคืองานศิลปะที่มีชีวิต มีความสนุกที่เข้าถึงง่าย และมีความลึกซึ้งให้ค้นหา ถ้าคุณกำลังมองหาเกมที่จะเติมเต็มพลังบวกและความตื่นเต้นในวันหยุด เกมนี้คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดครับ!

คะแนนรีวิว: 9/10 – “Must Play สำหรับแฟน Platformer!”

 

Scroll to Top