Kingdom of the Planet

Kingdom of the Planet of the Apes โทนเรื่องสดใหม่ แต่ฉากสงครามอาจจะไม่เร้าใจมาก

Kingdom of the Planet of the Apes คือการกลับมาอีกครั้งของแฟรนไชส์ไซไฟระดับตำนาน ที่เลือกเดินหน้าไปสู่ยุคใหม่ หลังจากไตรภาคของซีซาร์จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้พยายามแข่งกับความยิ่งใหญ่ทางอารมณ์ของภาคก่อนหน้า แต่เลือกเล่าเรื่องด้วยมุมมองใหม่ โทนใหม่ และตัวละครชุดใหม่ เปิดประตูสู่โลกของ “อาณาจักรวานร” ในยุคที่มนุษย์กลายเป็นเพียงเงาในประวัติศาสตร์

ผู้แต่ง / สตูดิโอ

ภาพยนตร์กำกับโดย Wes Ball (ผู้กำกับ The Maze Runner) และอำนวยการสร้างโดย 20th Century Studios ซึ่งยังคงรักษามาตรฐานงานโปรดักชันระดับฮอลลีวูด ทั้งงานภาพ เทคนิคพิเศษ และการออกแบบโลกหลังล่มสลาย แม้จะเปลี่ยนผู้กำกับและตัวละครหลัก แต่ทีมงานยังคงยึดแนวคิดการเล่าเรื่องเชิงปรัชญาและการตั้งคำถามต่ออารยธรรมเช่นเดิม

เรื่องย่อ (ไม่สปอยล์)

เหตุการณ์ในเกิดขึ้นหลายชั่วอายุหลังจากยุคของ ซีซาร์ วานรได้กลายเป็นเผ่าพันธุ์หลักของโลก สร้างสังคม ความเชื่อ และโครงสร้างอำนาจของตนเอง ขณะที่มนุษย์ถดถอยลงไปใช้ชีวิตอย่างเงียบงันและกระจัดกระจาย

เรื่องราวติดตามวานรหนุ่มจากเผ่าหนึ่ง ที่ต้องออกเดินทางท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก การเดินทางครั้งนี้ทำให้เขาได้พบกับอาณาจักรวานรอื่น ๆ ที่มีแนวคิดและวิถีชีวิตแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พร้อมตั้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับอำนาจ เสรีภาพ และความหมายของการเป็นผู้นำ

Kingdom of the Planet

จุดเด่นที่ทำให้น่าติดตาม

  1. โทนเรื่องสดใหม่ ไม่ยึดติดกับอดีต
    ภาพยนตร์เลือกเดินหน้าไปไกลจากเรื่องราวเดิม ไม่พยายามดึงซีซาร์กลับมาเป็นศูนย์กลาง แต่ใช้ “ตำนานของซีซาร์” เป็นรากฐานทางความคิด ทำให้ผู้ชมได้เห็นผลลัพธ์ของอุดมการณ์ในระยะยาว และตั้งคำถามว่าคำสอนที่ถูกส่งต่อมาหลายชั่วอายุ อาจถูกบิดเบือนได้อย่างไร
  2. โลกของวานรที่มีความหลากหลายมากขึ้น
    ภาคนี้ขยายภาพของสังคมวานรให้กว้างกว่าเดิม ทั้งวัฒนธรรม การปกครอง และความเชื่อ ทำให้โลกของ Planet of the Apes ดูมีชีวิต และน่าสำรวจมากขึ้น ไม่ได้มีเพียง “ฝ่ายดี” และ “ฝ่ายร้าย” อย่างชัดเจน
  3. งานภาพและเทคนิคการแสดงที่ยังคงแข็งแรง
    เทคโนโลยีโมชั่นแคปเจอร์ยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญ การแสดงทางสีหน้าและแววตาของวานรทำได้สมจริง ช่วยถ่ายทอดอารมณ์ ความลังเล และความขัดแย้งภายในได้อย่างชัดเจน แม้ตัวละครจะไม่ใช่มนุษย์ก็ตาม
  4. เน้นการเล่าเรื่องมากกว่าฉากแอ็กชัน
    แม้จะมีฉากปะทะและสงครามอยู่พอสมควร แต่ภาพยนตร์เลือกให้น้ำหนักกับการสร้างโลกและประเด็นทางความคิดมากกว่า ทำให้บางฉากแอ็กชันอาจไม่เร้าใจเท่าที่แฟน ๆ สายแอ็กชันคาดหวัง

ข้อดีของภาพยนตร์

  • เปิดจักรวาลบทใหม่ได้อย่างน่าสนใจ
  • ธีมอำนาจและการสืบทอดอุดมการณ์ชวนคิดตาม
  • งานภาพและโปรดักชันยังอยู่ในระดับสูง
  • เหมาะกับผู้ชมที่ชอบไซไฟเชิงเนื้อหา มากกว่าความมันอย่างเดียว

Kingdom of the Planet

สรุป

คือการเริ่มต้นยุคใหม่ของแฟรนไชส์ที่กล้าเปลี่ยนทิศทาง โดดเด่นด้วยโทนเรื่องที่สดใหม่ การสร้างโลกที่ลึกขึ้น และประเด็นที่ชวนตั้งคำถาม แม้ฉากสงครามและแอ็กชันอาจไม่เข้มข้นเท่าภาคก่อน ๆ แต่ในแง่ของการวางรากฐานเรื่องราวและขยายจักรวาล ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามอง หากคุณเป็นแฟน Planet of the Apes หรือชอบหนังไซไฟที่เน้นความคิดและโลกทัศน์มากกว่าความระเบิดภูเขาเผากระท่อม ภาคนี้ยังคงเป็นประสบการณ์ที่ควรค่าแก่การรับชมบนเว็บไซต์ของคุณ

 

Scroll to Top