Metroid Prime 4

Metroid Prime 4 :Beyond

หลังจากการรอคอยที่ยาวนานกว่า 18 ปีนับจากภาค 3 ในที่สุดตำนานนักล่าเงินรางวัลอวกาศ Samus Aran ก็กลับมาอีกครั้งใน Metroid Prime 4: Beyond ผลงานชิ้นเอกที่ Nintendo และ Retro Studios ปลุกปั้นขึ้นมาใหม่เพื่อพิสูจน์ว่าทำไมซีรีส์นี้ถึงยังเป็นราชาแห่งเกมแนวสำรวจมุมมองบุคคลที่หนึ่ง

เนื้อเรื่องย่อ: การพลัดหลงสู่สุดขอบจักรวาล

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Samus Aran เผชิญหน้ากับการโจมตีของกลุ่ม Space Pirates ที่นำโดยคู่ปรับลึกลับอย่าง Sylux ในระหว่างการปะทะกันนั้นเอง แรงระเบิดจากวัตถุโบราณปริศนาได้ส่งเธอข้ามมิติไปยัง Viewros ดวงดาวที่ถูกลืมเลือน ณ สุดขอบจักรวาล

ที่นี่ Samus ต้องออกสำรวจซากอารยธรรมโบราณของเผ่าพันธุ์ Lamorn ที่สูญสิ้นไปแล้ว พร้อมกับต้องค้นหาความลับของพลังงานสีเขียวปริศนาที่กำลังเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตบนดาวให้กลายเป็นอสูรกายกระหายเลือด โดยมีเพียงชุดเกราะคู่ใจและพลังใหม่ที่ได้รับมาเพื่อหาทางกลับบ้าน และหยุดยั้งแผนการร้ายของ Sylux ที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดของดาวดวงนี้

Metroid Prime 4

จุดเด่นที่ทำให้ “Beyond” น่าติดตาม

สิ่งที่ทำให้ภาคนี้พิเศษกว่าภาคไหนๆ คือการผสมผสานกลิ่นอายความสยองขวัญเงียบเหงาในอวกาศ เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ยกระดับเกมเพลย์ไปอีกขั้น:

  • Psychic Abilities: พลังจิตใหม่ที่ Samus ได้รับช่วยให้เธอสามารถควบคุมวิถีกระสุน (Curving Shots) หรือขยับวัตถุขนาดใหญ่เพื่อแก้ปริศนา ทำให้การสำรวจในมุมมอง First-Person มีมิติและสดใหม่กว่าเดิม
  • Vi-O-La Motorcycle: ครั้งแรกของซีรีส์ที่ Samus มีพาหนะคู่ใจเป็นมอเตอร์ไซค์สุดเท่สำหรับใช้ขับขี่ข้ามทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ช่วยเพิ่มสเกลของแผนที่ให้ดูอลังการและให้อารมณ์การผจญภัยแบบกึ่ง Open-world
  • Deep Scanning & Lore: ระบบ Scan Visor ที่เป็นหัวใจหลักยังคงเข้มข้น ทุกซากปรักหักพังและศัตรูมีเรื่องราวซ่อนอยู่ ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนเป็นนักโบราณคดีอวกาศที่ค่อยๆ ประกอบร่างประวัติศาสตร์ของดาวลำนี้ขึ้นมาเอง

Metroid Prime 4

ข้อดีที่เกมเมอร์ไม่ควรพลาด

  1. บรรยากาศที่ดื่มด่ำ (Immersion): Retro Studios ยังคงเทพในเรื่องรายละเอียด ทั้งหยดน้ำที่เกาะหน้ากากเวลาฝนตก หรือไอน้ำที่พุ่งขึ้นมาบังวิสัยทัศน์ ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้สวมชุดเกราะ Power Suit จริงๆ
  2. กราฟิกและประสิทธิภาพ: เกมทำออกมาได้สวยงามระดับหัวแถวของเครื่อง Nintendo Switch โดยเฉพาะแสงเงาในโซนป่าดิบชื้นที่ดูมีชีวิตชีวา และเฟรมเรตที่นิ่งสนิท 60fps แม้ในฉากต่อสู้ที่วุ่นวาย
  3. การออกแบบด่าน (Level Design): ฉากในเกมมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันอย่างชาญฉลาด การได้ไอเทมใหม่แล้วย้อนกลับมาเปิดทางลับที่เคยผ่านมา เป็นความฟินที่เป็นเอกลักษณ์ของ Metroidvania ที่หาใครเทียบได้ยาก
  4. บอสไฟต์ระดับมหากาพย์: บอสแต่ละตัวไม่ได้ใช้แค่แรงปะทะ แต่ต้องใช้ทั้งไหวพริบและการนำความสามารถทั้งหมดที่มีมาผสมผสานกันอย่างลงตัว

ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาคต่อ แต่มันคือจดหมายรักฉบับยาวที่ส่งถึงแฟนเกมทั่วโลก เป็นการประกาศศักดาว่าการรอคอยเกือบสองทศวรรษนั้น “คุ้มค่า” ทุกนาทีจริงๆ ครับ

Scroll to Top