Move to Heaven เมื่อการเก็บกวาดสิ่งของ กลายเป็นการเยียวยาหัวใจ

ซีรีส์เกาหลี Move to Heaven ถือเป็นหนึ่งในผลงานคุณภาพจาก Netflix ที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม ทั้งในแง่ของพล็อตเรื่องที่อบอุ่นหัวใจ การเล่าเรื่องที่ลึกซึ้ง รวมถึงการแสดงของนักแสดงนำที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างกินใจ โดยซีรีส์นี้ดัดแปลงจากบันทึกเรื่องจริงในหนังสือ “Things Left Behind” ของ Kim Sae-byul ผู้เคยทำงานเป็น “ผู้จัดการมรดก” หรือ trauma cleaner ซึ่งทำหน้าที่เก็บกวาดและจัดการสิ่งของของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว

Move to Heaven

เรื่องราวดำเนินไปผ่านตัวละครหลัก ฮันกือรู (แสดงโดย Tang Joon-sang) เด็กหนุ่มที่มีภาวะออทิสติก แอสเพอร์เกอร์ เขามีพรสวรรค์ด้านความจำ และมีหัวใจที่ละเอียดอ่อน เขาทำงานร่วมกับพ่อของเขาในบริษัท ซึ่งให้บริการจัดการของใช้และสิ่งสำคัญที่ผู้เสียชีวิตทิ้งไว้ เป้าหมายไม่ใช่เพียงการเก็บกวาด แต่ยังเป็นการถ่ายทอด “เรื่องราวสุดท้าย” ของผู้จากไปให้ครอบครัวและคนรอบข้างได้รับรู้ เมื่อพ่อของเขาจากไปกะทันหัน กือรูต้องใช้ชีวิตอยู่กับ โจซังกู (แสดงโดย Lee Je-hoon) อดีตนักโทษที่เป็นอาของเขา ทั้งคู่มีนิสัยและโลกที่แตกต่างกันสุดขั้ว กือรูเป็นเด็กที่ซื่อตรงจริงใจ ส่วนซังกูเป็นคนดิบห่าม มีอดีตที่เต็มไปด้วยบาดแผล การมาอยู่ร่วมกันทำให้ทั้งสองต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว เปิดใจ และช่วยกันสานต่อกิจการไปพร้อมๆ กับการเยียวยาหัวใจที่แตกสลาย

ซีรีส์เรื่องนี้โดดเด่นคือ การนำเสนอเรื่องราวของผู้ล่วงลับแต่ละคนผ่านตอนสั้นๆ ที่เข้มข้นและสะเทือนใจ ทุกครั้งที่กือรูและซังกูเข้าไปจัดการห้องของผู้เสียชีวิต ผู้ชมจะได้เห็นเบื้องหลังชีวิต ความรัก ความฝัน ความเสียใจ รวมถึงความสัมพันธ์ที่บางครั้งไม่เคยถูกพูดออกมา มันทำให้ผู้ชมฉุกคิดว่า สิ่งที่คนเราทิ้งไว้หลังความตาย ไม่ใช่แค่สิ่งของ แต่คือความทรงจำและความหมายของชีวิต ด้านการแสดง Tang Joon-sang ถ่ายทอดบทกือรูได้อย่างยอดเยี่ยม เขาใส่รายละเอียดเล็กๆ ลงไปในทุกอากัปกิริยา ทำให้ตัวละครมีเสน่ห์และสมจริง ส่วน Lee Je-hoon ก็นำเสนอความแข็งกระด้างที่ค่อยๆ แตกสลายเมื่อได้ใกล้ชิดกับหลานชาย จนกลายเป็นสายสัมพันธ์ที่อบอุ่นที่สุดของเรื่อง นอกจากนี้ยังมีแขกรับเชิญในแต่ละตอนที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับการเล่าเรื่อง ทำให้ซีรีส์ไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่นิดเดียว

โดยสรุป มูฟ ทู เฮฟเว่น ไม่ใช่แค่ซีรีส์ดราม่า แต่คือบทเรียนชีวิตที่เตือนให้เราเห็นคุณค่าของครอบครัว ความรัก และช่วงเวลาที่ได้อยู่ร่วมกัน มันเป็นซีรีส์ที่ดูแล้วอาจทำให้น้ำตาไหล แต่ก็อบอุ่นหัวใจ และอาจเปลี่ยนวิธีมองชีวิตและความตายของเราไปเลย

 

Hotel Del Luna โรงแรมแห่งวิญญาณ ความรัก

Scroll to Top