Shadow Labyrinth
เกมส์

Shadow Labyrinth เดินตามเขา เจ้าจึงตามหลัง

เขาวงกตแห่งความลับที่เดินเข้าไป… แล้วออกมายังไงก็ไม่เหมือนเดิมถ้าคุณเป็นคนชอบหนังหรือซีรีส์แนวลึกลับ สยองขวัญจิตวิทยา Shadow Labyrinth – เดินตามเขา เจ้าจึงตามหลัง คือเรื่องที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องผีหรือตัวร้ายธรรมดา แต่เป็น “เขาวงกตแห่งความลึกลับ” ที่จะพาผู้ชมเดินตามตัวละครไปเรื่อย ๆ และค่อย ๆ เปิดเผยความจริงชวนช็อกในแต่ละชั้นของเรื่องเรื่องนี้สร้างบรรยากาศได้แบบจับใจ ตั้งแต่ฉากแรกที่ตัวเอกเดินเข้าไปในสถานที่ลึกลับแล้วพบว่ามันไม่ใช่สถานที่ธรรมดา ทุกมุม ทุกเงา และทุกเสียงล้วนทำให้คนดูขนลุก ตั้งแต่เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ตามหลัง มาจนถึงเงาที่ไม่อาจอธิบายได้   ■ พล็อตชวนติดตาม—เดินตามเขา… แล้วใครตามใคร? เรื่องเริ่มจากตัวเอกหญิงที่ได้รับข้อความลึกลับให้เข้าไปในอาคารร้างแห่งหนึ่ง เมื่อเธอเดินเข้าไป เธอก็พบว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง และทุกก้าวที่เธอเดิน… มีบางสิ่งหรือบางคนที่เฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา ชื่อเรื่อง “เดินตามเขา เจ้าจึงตามหลัง” ไม่ได้เป็นแค่คำโฆษณา แต่เป็นการเล่นกับความคิดของผู้ชมอย่างแยบยล—คุณไม่แน่ใจว่าใครตามใครอยู่ในวงกตแห่งความลับนี้ และทุกครั้งที่คิดว่าควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ก็จะมีสิ่งใหม่ ๆ ปรากฏขึ้น ทำให้ตึงเครียดและลุ้นตามไปด้วย   ■ ตัวละครและเคมีระหว่างตัวละคร—มากกว่าผีและเขาวงกต แม้จะเป็นเรื่องแนวสยองขวัญ แต่ไม่ได้ละเลยการสร้างตัวละครให้มีมิติ ตัวเอกหญิงมีความกล้าหาญแต่ก็มีความเปราะบางในเวลาเดียวกัน และตัวละครที่ตามหลังเธอก็ไม่ได้เป็นตัวร้ายแบบขาวดำชัดเจน แต่เป็นเหมือนเงาที่สะท้อนความลับและความทรงจำบางอย่างของเธอเอง นี่คือจุดที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังสยองขวัญทั่วไป แต่เป็นหนังสยองขวัญเชิงจิตวิทยาที่ทำให้ผู้ชมต้องตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลา—คุณจะกลัวสิ่งที่มองเห็น หรือกลัวสิ่งที่อยู่ในใจของตัวเอง?   ■ […]

ยัยจอมกวนป่วน
นิยาย

ยัยจอมกวนป่วน หัวใจนายไอดอล

โรแมนซ์สายกวนมาครบ ความหวานมาครึ่งโลก—ซีรีส์ที่ดูแล้วหัวใจมันเต้นแรงแบบไม่ตั้งใจ!ถ้าคุณเป็นสายซีรีส์ที่ชอบแนว “คู่กัดที่กลายเป็นคู่ใจ” หรือความรักที่เริ่มต้นจากการปะทะกันก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นความผูกพันละมุน ๆ—ยัยจอมกวนป่วนหัวใจนายไอดอล คือหนึ่งในเรื่องที่ควรลองดูสักครั้ง เพราะมันมีทุกอารมณ์ที่ซีรีส์โรแมนติกควรมี ทั้งความกวน ความฮา ความเขิน และเคมีพระนางที่แรงจนแทบกลายเป็นกระแสในโซเชียลแบบไม่ต้องโปรโมตเยอะเรื่องนี้เปิดตัวด้วยโทนสดใส จังหวะเร็วกำลังดี ไม่ยืดเยื้อ แต่ก็ไม่เร่งจนเกินไป เหมือนซีรีส์ที่ตั้งใจให้เรา “ผ่อนคลาย” พร้อมยิ้มตามไปเรื่อย ๆ แถมยังมาพร้อมฉากน่ารักน่าเอ็นดูที่ทำให้คนดูหลงรักได้แบบไม่ต้องพยายาม พล็อตของเรื่องเรียบง่ายแต่ขับเคลื่อนด้วยความสนุก ตัวเอกฝ่ายหญิงเป็นสาวนิสัยตรง ๆ มั่นใจในตัวเอง พูดอะไรคิดอะไรไม่ค่อยเก็บไว้ในหัวนาน เป็นเหมือนพายุลูกเล็กที่พร้อมพัดเข้ามาได้ทุกเมื่อ หยิ่งฉี่ฉง ส่วนตัวพระเอกเป็นไอดอลหนุ่มสุดฮอตที่ชีวิตถูกริ้วรอยคาดหวังจากผู้คนมากมายจนแทบไม่มีพื้นที่ส่วนตัว แล้วโชคชะตาก็จับทั้งสองมาเจอกันในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด—แน่นอนว่ามันไม่ใช่การพบกันแบบสวยงามเลยสักนิด เสียดายที่ความประทับใจแรกดันเป็น “ความวุ่นวายแบบโคตรฮา” จนทำให้ทั้งสองกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตั้งแต่แรกเห็น แต่ความน่าสนุกคือ…ยิ่งทะเลาะกัน ยิ่งเห็นความจริงใจ และยิ่งกัดกันมากเท่าไหร่—เคมีก็ยิ่งระเบิดมากเท่านั้น! จุดแข็งของเรื่องนี้อย่างไม่ต้องสงสัยคือ “เคมีที่เข้ากันสุด ๆ” ระหว่างพระนาง ฝ่ายหญิงมีเสน่ห์แบบสดใส ไม่เฟค ฝ่ายชายมีความเย็น ๆ แต่แพ้ทางความกวนแบบไม่รู้ตัว ทุกครั้งที่ทั้งคู่ต้องมาเผชิญหน้ากัน บทพูดมันลื่นเหมือนคนรู้จักกันมานาน ทั้งจิกกัด ปล่อยมุกบ้าง แกล้งกันบ้าง แต่ทุกอย่างมีความอบอุ่นซ่อนอยู่ใต้ผิวอารมณ์ตลอด โมเมนต์ดัง ๆ เช่น ฉากปะทะคารมที่ฮาจนหัวเราะออกมา

4 ป่าช้า
หนัง

4 ป่าช้า Graveyard Horror (2025)

ถ้าคุณเป็นแฟนหนังสยองขวัญที่ชอบบรรยากาศหลอน ๆ แบบซึมเข้ากระดูก มากกว่าการตกใจแบบเสียงดัง ๆ เพียงอย่างเดียว—ขอบอกเลยว่า Graveyard Horror (2025) หรือชื่อไทย “4 ป่าช้า” คือหนังที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการนั้นแบบครบเครื่อง! เพราะมันไม่ได้แค่หลอน แต่ยังเล่าเรื่องด้วยอารมณ์ ความลึก และความเป็นมนุษย์ที่แทรกอยู่ในทุกฉากที่เกิดขึ้นในป่าช้าแต่ละแห่งหนังทั้งเรื่องเป็นแบบ Anthology Horror หรือหนังสั้น 4 ตอนที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งเหมือนพาเรานั่งรถผีไปเที่ยวความมืดมนที่ต่างจุด แต่เชื่อมถึงกันด้วยพลังบางอย่างที่ชวนขนลุกมาก ถึงแม้แต่ละตอนจะมีโทนไม่เหมือนกัน แต่ทุกตอนมีบรรยากาศวังเวงจนทำให้ต้องมองไปรอบห้องว่ามีใครยืนอยู่มุมมืดรึเปล่า…   ■ ตอนที่ 1 — “ป่าช้าร้างแห่งความผิดบาป” หนังเปิดด้วยบรรยากาศเย็นยะเยือกแบบไม่ต้องพยายาม ตัวเอกเดินเข้าไปสำรวจสุสานร้างที่ลือกันว่าใครเข้าไปตอนกลางคืนจะได้ยินเสียงกระซิบตามหลังตลอดเวลา ความน่ากลัวของตอนนี้ไม่ได้มาจากผีโผล่แรง ๆ แต่คือเสียง… ลมหายใจที่เหมือนอยู่ใกล้มาก ๆ ทั้งที่ไม่มีใคร ระหว่างที่ตัวละครเจอ “อะไรบางอย่าง” ที่นักเล่าเรื่องในหมู่บ้านเตือนเอาไว้ ความลับในอดีตของเขาก็ค่อย ๆ เปิดเผยทีละชั้น จนเรารู้ว่า… บางครั้งคนเราก็กลัวความทรงจำของตัวเองมากกว่าผีเสียอีก ตอนแรกถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดึงคนดูอยู่หมัด ทั้งหลอนและมีปมลึกให้คิดตาม   ■ ตอนที่ 2 —

ล่าปีศาจพิฆาตรัก
ซีรี่ส์

ล่าปีศาจพิฆาตรัก The Demon Hunter’s Romance

รีวิว ล่าปีศาจพิฆาตรัก ถ้าคุณเป็นสายซีรีส์ที่ชอบทั้งความแฟนตาซี แอ็กชันดุดัน และความโรแมนซ์ละมุน ๆ แบบพร้อมให้หัวใจเต้นแรงไปด้วย—“ล่าปีศาจพิฆาตรัก The Demon Hunter’s Romance” คืออีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด! เป็นซีรีส์จีนที่หยิบเอาเสน่ห์ของการล่าปีศาจมาผสมกับความรักต้องห้ามได้อย่างลงตัว จนเกิดเป็นความ “เคมีแรงชนิดไฟลุก” ที่ดูแล้วเพลินแบบไม่รู้ตัวเรื่องนี้เล่าแบบสลับอารมณ์ได้ดีมาก มีทั้งความอบอุ่น ความซึ้ง ความลึกลับ และฉากบู๊เท่ ๆ ที่สไตล์การถ่ายภาพสวยจนอยากแคปเก็บทุกซีน ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่เริ่มต้นด้วยโทนลึกลับ แต่ยิ่งดูยิ่งรู้ว่ามันหวานแบบค่อย ๆ ย่องเข้าหัวใจคนดูเฉยเลย!   ■ เปิดเรื่องแบบจับใจ—ผูกปมเร็ว แต่ดูไม่งง แค่ตอนแรกก็พาเราก้าวเข้าสู่โลกที่มนุษย์และปีศาจอยู่ร่วมกันแบบตึง ๆ มีองค์กรนักล่าปีศาจคอยรักษาความสงบ และมีปีศาจหลายตนที่ไม่ได้เลวร้ายเพียงเพราะ “กำเนิด” ของพวกเขา พระเอกของเรื่องเป็นนักล่าปีศาจสายเท่—นิ่ง ขรึม ดูอันตราย แต่ลึก ๆ ก็มีความอบอุ่นที่เขาเองยังไม่รู้ ส่วนตัวนางเอกดันเป็นปีศาจที่มีความลับบางอย่างติดตัว ไม่ใช่คนเลว แต่โชคชะตากลับพาให้ต้องถูกล่า การที่ทั้งสองต้องมาร่วมเส้นทางกัน ทั้งที่ “ควรจะเป็นศัตรู” นี่แหละคือเมนหลักของความสนุก เพราะทุกครั้งที่พรหมลิขิตพวกเขาโยนให้เจอกัน ความสัมพันธ์ก็ขยับทีละนิดแบบเนียน ๆ แต่หวานเกินคาด   ■

Shrek (ภาค 1 - ภาค 4)
การ์ตูน

Shrek ภาค 1 – ภาค 4

จากอสูรกายตัวเขียวสู่ตำนานแอนิเมชันสุดป่วนที่อบอุ่นหัวใจแบบไม่เหมือนใครถ้าพูดถึงแอนิเมชันที่ “ยิ่งดูยิ่งรัก” และเต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว บอกเลยว่า Shrek ยืนหนึ่งแบบไม่ต้องเถียง เพราะมันเป็นซีรีส์หนังที่ทั้งล้อเลียนเทพนิยาย ตลกแสบ ๆ คัน ๆ แต่กลับให้ข้อคิดชีวิตแบบเจ็บจี๊ดได้อย่างเหนือชั้น แถมมีหัวใจความเป็นครอบครัวและความรักที่อบอุ่นแบบสุด ๆที่สำคัญ—ทุกภาคมีโทนและอารมณ์ของตัวเอง ทำให้ดูทั้งสี่ภาคติดกันแล้วไม่เบื่อเลยแม้แต่นิดเดียวพร้อมแล้วก็มาอ่านรีวิวแบบเล่าเพลิน ๆ ไปทีละภาคกันเลย!   ■ — “เทพนิยายที่โยนสูตรเดิมทิ้ง แล้วทำใหม่แบบ ‘โคตรแสบ!’” ภาคแรกเปิดตัวได้ทรงพลังมาก เพราะมันกล้าล้อเลียนเทพนิยายเกือบทุกเรื่องที่เรารู้จัก ไม่ว่าจะเจ้าหญิงนอนในหอคอย มังกร ผู้กล้า หรือเจ้าชายสุดหล่อ ทุกอย่างถูกบิดใหม่จนคนดูขำท้องแข็ง ชเร็ก—อสูรกายตัวเขียวที่อยากอยู่คนเดียว—กลับต้องออกผจญภัยช่วยเจ้าหญิงฟิโอนาแบบงง ๆ พร้อมคู่หูตัวป่วนอย่าง “ดองกี้” ที่พูดมากระดับตำนาน บอกเลยว่าเคมีของสองตัวนี้คือขับเคลื่อนหนังทั้งเรื่องแบบไม่ต้องพยายาม ความพิเศษของภาค 1 คือมันไม่ใช่แค่เรื่องตลก แต่ยังพูดถึงการมองข้ามรูปลักษณ์ภายนอกแบบโคตรตรงใจ และตอนจบที่ฟิโอนาเผย “ตัวตนจริง” นี่คือหนึ่งในฉากที่ทำให้คนดูรักซีรีส์นี้ไปตลอดกาล   ■  — “ภาคที่ดีที่สุดของซีรีส์—ปั่นกว่าเดิม สนุกกว่าเดิม และอบอุ่นกว่าเดิม!” ภาค 2 คือมงกุฎของแฟรนไชส์นี้จริง ๆ ทุกอย่างถูกอัปเกรดขึ้นหมด—ทั้งมุกตลก แอ็กชัน ความสัมพันธ์

RAIDOU
เกมส์

RAIDOU Remastered The Mystery of the Soulless Army สางคดีด้วยปีศาจ

🕵️‍♂️ นัวจัด! รีวิว RAIDOU Remastered สางคดีด้วยปีศาจ – เมื่อนักสืบยุคไทโชต้องพกดาบและภูตผีปีศาจ!สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ สายเกม RPG ผู้รักความแปลกใหม่และกลิ่นอายย้อนยุค! วันนี้ขอมาป้ายยาเกมที่เพิ่งรีมาสเตอร์ใหม่แบบกรุบกริบ ที่บอกเลยว่าใครที่เคยคิดถึงบรรยากาศญี่ปุ่นยุคไทโชที่เต็มไปด้วยความลึกลับและความคลาสสิกของซีรีส์ Shin Megami Tensei ต้องกรี๊ด!เรากำลังพูดถึง RAIDOU Remastered: The Mystery of the Soulless Army (สางคดีด้วยปีศาจ) ค่ะ! เชื่อว่าหลายคนอาจจะคุ้นชื่อ เพราะนี่คือภาคแยกสุดปังที่พาเราไปสวมบทบาทเป็นนักสืบยุคเก่าที่โคตรจะเท่!   🕰️ ย้อนเวลาสู่ยุคไทโช: กลิ่นอายคลาสสิกที่ยังตราตรึง เสน่ห์แรกที่ทำให้เกมนี้กินขาดตั้งแต่ยังไม่เริ่มเล่นคือ บรรยากาศ (Atmosphere) ค่ะ! เกมพาเราย้อนกลับไปในยุค ไทโช (Taishō Era) ของญี่ปุ่น (ช่วงปี 1912–1926) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่วัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกกำลังผสมผสานกันอย่างลงตัว ลองนึกภาพตามนะคะ: ถนนที่เต็มไปด้วยรถรางไฟฟ้าและอาคารสไตล์ตะวันตก แต่ผู้คนยังสวมใส่ชุดกิโมโนและเครื่องแบบนักเรียนแบบย้อนยุค และในขณะที่ผู้คนกำลังก้าวหน้าทางเทคโนโลยี… ความเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจก็ยังคงฝังลึกและวนเวียนอยู่ในเงามืด! นี่แหละค่ะคือโลกของ ไรโด คุซึโนฮะ (Raidou

เฟิงหรูชิง
นิยาย

เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา

องค์หญิงผู้ถูกทอดทิ้ง หัวใจแกร่งดั่งเหล็กกล้า และพรสวรรค์ด้านการแพทย์ที่สั่นสะเทือนทั้งแผ่นดินสำหรับใครที่ชอบนิยายจีนโบราณสายเข้ม ๆ มีทั้งการเมืองในวัง คนทรยศ ความลับของชาติกำเนิด รวมถึงตัวนางเอกที่ “เก่งจริง ไม่ได้เก่งแบบโดนเสกให้เก่ง” บอกได้เลยว่า เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา คือหนึ่งในเรื่องที่อ่านแล้วหยุดไม่ได้แบบแท้จริง เพราะมันมีครบทุกอย่าง—ทั้งดราม่า เคมีตัวละคร บทฉลาด ๆ และฉากหวานที่ทำหัวใจสั่นแบบไม่ต้องพูดเยอะนี่คือนิยายที่อ่านแล้วสัมผัสได้ถึงความ “สะใจ” จากการเห็นนางเอกเอาคืนคนที่เคยทำร้ายเธอ และในขณะเดียวกันก็ “อบอุ่นหัวใจ” เมื่อได้เห็นเธอค่อย ๆ เปิดใจให้กับคนที่รักเธออย่างจริงใจ   จากองค์หญิงฝีมือหมอเทพ… สู่หญิงสาวที่โลกเคยมองข้าม เฟิงหรูชิง เติบโตมากับตำแหน่ง “องค์หญิง” ก็จริง แต่เธอไม่ได้มาพร้อมกับความสุขใด ๆ เลย ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยความเย็นชา การถูกทอดทิ้ง และสายตาดูแคลนจากคนรอบตัว—ตั้งแต่ในวังหลังไปจนถึงขุนนางผู้มีอำนาจ แต่สิ่งที่ทำให้เธอ “ยืนหยัดได้” คือความสามารถทางการแพทย์ที่ไม่ใช่แค่เก่งธรรมดา แต่คือ “ระดับเทพ” แบบที่สามารถรักษาได้ตั้งแต่โรคพื้นฐานไปจนถึงอาการสาหัสที่แพทย์คนอื่นยอมแพ้ เป็นตัวเอกหญิงที่ไม่ได้สวยอย่างเดียว แต่ฉลาด เก่ง และมีสมองที่คมพอจะต่อกรกับเล่ห์เหลี่ยมของคนทั้งวัง อ่านแล้วรู้สึกเลยว่า—นี่แหละ นางเอกที่คู่ควรกับคำว่า “ตัวแม่” ของนิยายจีนโบราณ   การเมืองในวังหลัง—เข้มข้นแต่ไม่งง

The Last Shot
หนัง

รีวิวหนัง “มือปืน The Last Shot สาดกระสุนนัดจัดจ้าน ฉาบด้วยแอคติ้งทีมนักแสดงชุดดรีมทีม!

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ คอหนังไทยทุกคน! วันนี้ขอมาป้ายยาแบบแรง ๆ กับภาพยนตร์ไทยแนวแอ็กชันทริลเลอร์ที่บอกเลยว่า สมการรอคอย และ สมราคาดรีมทีม จริง ๆ ค่ะ นั่นก็คือ “The Last Shot” ถ้าคุณคิดถึงหนังไทยแนวอาชญากรรมที่เดินเรื่องเข้มข้น มีปม มีการหักหลัง และที่สำคัญคือฉากแอ็กชันที่ดูสมจริง ไม่ใช่แค่ยิงกันตูมตามไร้เหตุผล… เรื่องนี้คือคำตอบค่ะ! ดูจบแล้วต้องบอกว่า มันเกินคาดมาก!   🔫 เมื่อ “อดีต” ไล่ล่า และไม่มีทางหนีพ้น หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องของ “สิน” (รับบทโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) อดีตมือปืนฝีมือฉกาจที่พยายามจะล้างมือและใช้ชีวิตเรียบง่ายกับครอบครัวในต่างจังหวัด แต่แน่นอนว่าโลกของคนบาปมันไม่ได้ใจดีขนาดนั้นค่ะ! อดีตมันไล่ตามมาติด ๆ เมื่อเขาต้องรับภารกิจสุดท้ายที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ นั่นคือการลงมือ “เก็บ” เป้าหมายสำคัญที่เชื่อมโยงกับปมในอดีตของเขาเอง สิ่งที่ทำให้เราอินกับตัวละคร “สิน” คือการถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่พยายามจะ “หนี” จากความมืดมิดในตัวเองค่ะ เราได้เห็นความขัดแย้งภายในใจระหว่าง ความรักในครอบครัว กับ สัญชาตญาณของนักฆ่า ที่ยังคงซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง อนันดาแสดงสีหน้า แววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า

The First Night With the Duke
ซีรี่ส์

The First Night With the Duke (ตื่นมาอีกทีก็มีพระเอกนอนอยู่ข้างๆ)

รีวิวซีรีส์ The First Night With the Duke ตื่นมาตกใจ… แต่หัวใจกลับเต้นแรงกว่าที่คิด!ถ้าคุณเป็นสายโรแมนติกแฟนตาซีที่ชอบความฟีลกู๊ดปนฮาแบบไม่ต้องคิดเยอะ (ตื่นมาอีกทีก็มีพระเอกนอนอยู่ข้างๆ) คือหนึ่งในซีรีส์ที่เปิดดูปุ๊บยิ้มออกทันที เพราะมันรวมทุกอย่างที่ทำให้หัวใจเต้นตุบๆ—พระเอกสุดหล่อ คาแรกเตอร์หลุดโลก และสถานการณ์ชวนหน้าแดงที่เกิดขึ้นแบบไม่ให้ตั้งตัว!   ความน่ารักของตัวละคร—หัวใจหลักที่ทำให้ดูเพลิน เรื่องเปิดมาด้วยพล็อตสุดคลาสสิกแต่เล่าได้น่ารักมาก นางเอกของเรา—ริเซล—สาวยุคปัจจุบันที่บังเอิญทะลุมิติเข้าไปในโลกนิยายที่ตัวเองเคยอ่าน ซึ่งฟังดูเหมือนสูตรเดิม แต่จุดที่ทำให้สนุกคือ… เธอตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า “พระเอกของเรื่องกำลังนอนอยู่ข้างๆ แบบแนบชิดชนิดที่หัวใจแทบหยุดเต้น” และใช่ค่ะ/ครับ—เธอตกใจยิ่งกว่าตกน้ำ แต่คนดูนี่แหละเขินกันทั้งประเทศ! ฉากเปิดตัวนี้คือหมัดแรกที่ทำให้ซีรีส์น่าดูสุด ๆ เพราะบรรยากาศทั้งโก๊ะ ทั้งหวาน และทั้งลุ้นว่า… เอ๊ะ มันเกิดขึ้นได้ยังไง? แล้วใจเจ้าชายเย็นชาแบบนั้น จะรับมือกับสาวจากอนาคตที่ทำอะไรคาดเดาไม่ได้ยังไงกันแน่? ต้องยอมรับเลยว่าเคมีระหว่างพระเอกกับนางเอกคือ “จุดแข็งที่สุด” ของเรื่อง นางเอกริเซลเป็นหญิงสาวที่มีความซื่อจริงใจและมีความเปิ่นนิด ๆ แบบตัวเอกสายโรแมนติกแฟนตาซีที่น่ารัก โดยเฉพาะเวลาที่เธอพยายามไม่ทำเหตุการณ์ให้หลุดจากเนื้อเรื่องเดิม แต่สุดท้ายก็พังเพราะความเผลอเรอของตัวเอง—ซึ่งดูแล้วเอ็นดูแทน! ส่วนพระเอก—ดยุกเอลีฮาน—นั้นคือสูตรผสมของ “หนุ่มหล่อเย็นชา + แอบหวงเธอแบบไม่รู้ตัว” แต่พออยู่กับริเซลแล้ว กลับมีโมเมนต์หวั่นไหวที่หลุดออกมาให้คนดูฟินทุกตอน ท่าทีหยิ่ง ๆ ที่ค่อย ๆ แตกออกกลายเป็นความอบอุ่นนี่แหละ ที่ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนหัวใจโดนลูบเบา ๆ

ตอนที่ 8 ลุ้นเมนูบาร์บีคิว
การ์ตูน

อนิเมะ สกิลสุดพิสดารกับมื้ออาหารในต่างโลก ซีซัน 2 ตอนที่ 8 ลุ้นเมนูบาร์บีคิว

ใครที่ตามเรื่อง สกิลสุดพิสดารกับมื้ออาหารในต่างโลก มาตั้งแต่ซีซันแรก น่าจะรู้ดีว่านี่คืออนิเมะที่ดูเพื่อความอิ่มใจ—และอิ่มท้อง—ไม่แพ้รายการทำอาหารเลยทีเดียว และพอเดินทางมาถึงซีซัน 2 ตอนที่ 8 ก็ยังคงรักษามาตรฐานความน่ากินระดับ “ต้องออกไปซื้อของย่างตาม” ได้แบบไม่ลดความร้อนแรงลงเลยสักนิด ตอนนี้บอกเลยว่าเป็นตอนที่ดูแล้วมีทั้งเสียงหัวเราะ เสียงท้องร้อง และเสียงเราเองที่ตะโกนว่า “โฮ้ยย น่ากินเกินไปแล้ว!”   ลุ้นเมนูบาร์บีคิว! ตอนนี้ทำท้องร้องแรงที่สุดในซีซัน ตอนที่ 8 เริ่มต้นด้วยบรรยากาศการเดินทางสบาย ๆ ของ มุโกดะ และแก๊งสัตว์อสูรคู่ใจ—เฟล กับ สุย—ที่ยังคงเป็นสีสันสำคัญของซีรีส์เหมือนเดิม ช่วงแรกดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาก นอกจากการพักค่ายเล็ก ๆ แต่พอการเดินทางพาไปเจอกับวัตถุดิบใหม่ปุ๊บ ความวุ่นวายแบบอบอุ่นใจก็เริ่มขึ้นทันที เพราะ “วัตถุดิบชั้นยอด” มาถึงมือเชฟประจำปาร์ตี้อย่างมุโกดะเมื่อไหร่ ก็แปลว่าพวกเรากำลังจะได้เห็นอะไรน่ากินจนตาเป็นประกายแน่นอน   ตอนแห่งบาร์บีคิว ที่แท้จริง! มุโกดะ จัดหนักจัดเต็มแบบคนมีสกิลโกงด้านอาหาร เพราะคราวนี้เขาหยิบวัตถุดิบชิ้นโตที่ได้มาจากมอนสเตอร์ตัวใหม่ แล้วแปลงร่างเป็นเมนูย่างหอม ๆ บนเตาถ่าน ความสนุกของตอนนี้ไม่ได้มีแค่ภาพเนื้อเด้ง ๆ ฉ่ำ ๆ ที่ขยี้ความหิวของเราอย่างโหดร้ายเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ปฏิกิริยา “ดีใจแบบคุมตัวเองไม่อยู่” ของเฟลที่ถึงขั้นทำตัวเหมือนหมาป่ายักษ์ผู้มีความสุขที่สุดในโลก ภาพบาร์บีคิวในตอนนี้ถือว่าทำออกมาดีมากจนต้องยกนิ้วให้ทีมงาน

Scroll to Top