รีวิว Pokémon Fire Red & Leaf Green บน Switch: การกลับมาของตำนาน Kanto พร้อมเซอร์ไพรส์ “มิว” ที่หาได้จริง!ถ้าพูดถึงชื่อเกมที่ทำให้วัยเด็กของหลายคนเร่าร้อนที่สุด คงหนีไม่พิงตำนานแห่งภูมิภาคคันโตอย่างและในปี 2026 นี้ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของโปเกมอน Nintendo ก็ได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการพอร์ตเกมระดับตำนานนี้ลงบน Nintendo Switch ให้พวกเราได้หวนคืนสู่จุดเริ่มต้นกันอีกครั้งในแบบที่คมชัดและสะดวกกว่าเดิม!
เนื้อเรื่องย่อ: จุดเริ่มต้นของ “โปเกมอนมาสเตอร์”
เรื่องราวเริ่มต้นที่เมืองเล็กๆ อย่าง Pallet Town เราจะได้รับบทเป็นเด็กหนุ่ม (หรือเด็กสาว) ผู้เปี่ยมไปด้วยความฝัน ออกเดินทางไปพร้อมกับโปเกมอนคู่ใจตัวแรก (Bulbasaur, Charmander หรือ Squirtle) ที่ได้รับจาก ศาสตราจารย์โอ็คภารกิจหลักคือการเดินทางไปทั่วภูมิภาค Kanto เพื่อสะสมเข็มกลัดจากยิมทั้ง 8 แห่ง และมุ่งหน้าสู่ Indigo Plateau เพื่อท้าชิงตำแหน่งแชมป์เปี้ยน แต่ระหว่างทางเราต้องเผชิญหน้ากับ แก๊งร็อกเก็ต (Team Rocket) องค์กรชั่วร้ายที่หวังใช้โปเกมอนเพื่อผลประโยชน์ รวมถึงคู่แข่งตัวฉกาจที่มักจะโผล่มาท้าดวลเราในจังหวะที่คาดไม่ถึงเสมอ!
ความน่าสนใจที่ทำให้ “ต้องเล่น” ในเวอร์ชัน Switch
แม้จะเป็นเกมพอร์ตจากเครื่องแต่เวอร์ชัน Switch ปี 2026 นี้มีการปรับปรุงที่น่าสนใจมาก:
- กราฟิก Pixel Art ที่คมชัด: การแสดงผลบนจอ Switch ทำให้ลายเส้นพิกเซลดูสะอาดตาและสีสันสดใสกว่าเดิมมาก
- ระบบ Local Wireless: ลืมสาย Link Cable ไปได้เลย เพราะเวอร์ชันนี้รองรับการเทรดและแบทเทิลผ่านระบบไร้สายของ Switch ได้ทันที
- ฟีเจอร์ Rewind: สำหรับมือใหม่ที่เผลอกดผิด หรือจับโปเกมอนพลาด ระบบนี้ช่วยให้คุณย้อนเวลาไปแก้ไขสถานการณ์ได้แบบไม่ต้องเริ่มใหม่
ไฮไลท์เด็ด: การพบกับ “Mew (มิว)” โปเกมอนมายาในตำนาน!
หนึ่งในคำถามที่ค้างคาใจแฟนๆ มานานหลายทศวรรษคือ “มิวมีจริงในเกมไหม?” ในเวอร์ชันเดิมการจะได้มิวมาต้องผ่านอีเวนต์พิเศษหรือบัคเกมเท่านั้น แต่สำหรับเวอร์ชัน Switch 2026 นี้ คุณสามารถพบกับ Mew ได้แน่นอน! ข้อมูลลับ: มีรายงานว่าในเวอร์ชัน Switch นี้มีการเพิ่ม “Special Event Ticket” หรือภารกิจพิเศษหลังจากเคลียร์เนื้อเรื่องหลักและหมู่เกาะ Sevii Islands เสร็จสิ้น ซึ่งจะเปิดทางให้ผู้เล่นเดินทางไปยัง Faraway Island เพื่อเผชิญหน้าและจับมิวได้แบบตัวเป็นๆ ไม่ต้องพึ่งสูตรโกงอีกต่อไป! ถือเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่ Nintendo มอบให้แฟนเกมนักสะสมอย่างแท้จริง

เจาะลึก 5 หัวข้อที่ทำให้ภาคนี้ “อ่านเพลิน เล่นสนุก”
- ความคลาสสิกที่ไร้กาลเวลา
เสน่ห์ของภาค Fire Red & Leaf Green คือความ “เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง” ระบบการเล่นแบบ Turn-based ที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนเท่าภาคใหม่ๆ ทำให้เราโฟกัสไปที่การวางกลยุทธ์และการสร้างทีมที่ตัวเองรักได้อย่างเต็มที่
- หมู่เกาะ Sevii: เนื้อหาเสริมที่น่าติดตาม
นอกจากแผนที่หลักแล้ว ภาคนี้ยังมีหมู่เกาะทั้ง 7 (Sevii Islands) ที่รอให้เราไปสำรวจ ซึ่งบรรจุโปเกมอนจากภูมิภาค Johto และปริศนาใหม่ๆ ที่ไม่มีในภาคดั้งเดิม (Red/Blue) ทำให้การผจญภัยยาวนานและคุ้มค่ากว่าเดิม
- ระบบ VS Seeker: สู้ซ้ำได้ไม่จำกัด
ไอเทมสุดเลิฟของสายเก็บเลเวล! เราสามารถกดใช้ VS Seeker เพื่อท้าสู้กับเทรนเนอร์ตามทางที่เราเคยชนะไปแล้วได้อีกรอบ เป็นวิธีหาเงินและปั๊มเลเวลที่ดีที่สุด และสนุกกว่าการวิ่งวนในหญ้าเฉยๆ
- การปั้นโปเกมอนที่เป็นมิตรมากขึ้น
แม้จะไม่มีระบบอำนวยความสะดวกเท่าภาค Scarlet/Violet แต่การมีระบบ Nature (นิสัย) และ Ability (ความสามารถ) ในภาคนี้ ก็ช่วยให้การปั้นโปเกมอนมีความลึกซึ้งและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง
- ความภูมิใจเมื่อเติมเต็ม Pokédex
เป้าหมายสูงสุดคือการจับโปเกมอนให้ครบ 151 ตัว (บวกกับมิวที่ยืนยันว่าได้แน่นอน) การได้เห็นสมุดภาพโปเกมอนเต็มสมบูรณ์บนเครื่องเกมยุคใหม่คือความฟินระดับ 10 ที่หาอะไรมาเทียบยาก
สรุป: คุ้มไหมที่จะซื้อ?
สำหรับแฟนพันธุ์แท้บน Switch คือจดหมายรักที่ส่งตรงจากอดีต ส่วนสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในการสัมผัสจุดเริ่มต้นของแฟรนไชส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ในรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุด และที่สำคัญ… การได้มี Mew ในทีมแบบถูกลิขสิทธิ์ คือเหตุผลที่เพียงพอแล้วที่คุณจะกดซื้อเกมนี้ทันที!
คะแนนรีวิว: 9.5/10 (หักคะแนนความยากของดันเจี้ยนบางจุดที่อาจทำเด็กยุคใหม่งงได้นิดหน่อย!)




