ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องราวของ พัค ยองโฮ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่หลงใหลและเชิดชูชีวิตโสด กับ จู ฮยอนจินบรรณาธิการสาวผู้ที่เกลียดการอยู่คนเดียวและกำลังมองหาความรักทั้งสองต้องมาร่วมงานกันเพื่อทำหนังสือรวมเรื่องสั้นเกี่ยวกับชีวิตโสดที่มีชื่อว่า “Single in the City” ซึ่งการทำงานร่วมกันของคนที่มีแนวคิดและไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันสุดขั้วนี้ ก่อให้เกิดเรื่องราววุ่นวายและความสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมา พร้อมทั้งย้อนรอยไปถึงบาดแผลในอดีตจากความรักครั้งเก่าของทั้งคู่
การเริ่มต้นของเนื้อเรื่องหลักโดยละเอียด
ตัวละครหลักและเบื้องหลัง พัค ยองโฮ เขาเป็นทั้งครูสอนเขียนบทความและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามหลายแสนคน แนวคิดของเขาคือการเชิดชูและรักชีวิตโสดอย่างเต็มที่ เขามีทุกอย่างที่ต้องการ: อาชีพที่มั่นคง, ห้องพักสวยๆ และชีวิตที่อิสระ แต่เบื้องหลังความสุขจากชีวิตโสดนี้ คือความเจ็บปวดจากการอกหักครั้งใหญ่ในอดีตที่ยังคงฝังใจ ทำให้เขาเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการมีความสัมพันธ์กับใคร จู ฮยอนจิน เธอเป็นบรรณาธิการบริหารของสำนักพิมพ์ที่กำลังทำโปรเจกต์หนังสือชุดเกี่ยวกับชีวิตคนโสดในเมืองใหญ่ เธอมีทัศนคติที่ตรงข้ามกับยองโฮโดยสิ้นเชิง เธอเป็นคนที่เชื่อในความรักและเกลียดการอยู่คนเดียวอย่างมาก
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวสำนักพิมพ์ของฮยอนจินวางแผนจะทำหนังสือชุด “Single in the City” โดยมีนักเขียนจากหลายๆ เมืองมาเล่าเรื่องราวชีวิตโสดในแบบของตัวเอง พวกเขาต้องการนักเขียนจากกรุงโซล และยองโฮก็คือผู้ที่เหมาะสมที่สุด แต่เขากลับปฏิเสธที่จะเข้าร่วมโปรเจกต์นี้ในตอนแรก เพราะไม่ต้องการเขียนเรื่องราวที่มาจากประสบการณ์ชีวิตส่วนตัวของเขาเองฮยอนจินจึงพยายามโน้มน้าวเขาให้เปลี่ยนใจ ซึ่งระหว่างการทำงานร่วมกันนี้เอง ทำให้ยองโฮได้เห็นด้านที่อ่อนแอและจริงใจของฮยอนจิน และฮยอนจินก็ได้เห็นมุมมองความสุขของชีวิตโสดในแบบที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงค่อยๆ พัฒนาขึ้นอย่างช้าๆ จากการทำงานร่วมกัน
ปมในอดีตที่ถูกรื้อฟื้นเรื่องราวเริ่มซับซ้อนขึ้นเมื่อ ฮง อาคาต้า อดีตแฟนสาวคนแรกของยองโฮ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นนักเขียนชื่อดัง ต้องกลับมาร่วมงานในโปรเจกต์เดียวกันนี้ โดยเธอจะเป็นผู้เขียนบทความจากกรุงบาร์เซโลนา การกลับมาของอาคาต้าทำให้ยองโฮต้องเผชิญหน้ากับความทรงจำที่เจ็บปวดในอดีตที่เขาพยายามลืมมาตลอดขณะที่ยองโฮกับฮยอนจินกำลังพัฒนาความสัมพันธ์ พวกเขาก็ได้เรียนรู้เรื่องราวเบื้องหลังของกันและกัน รวมถึงปมในอดีตของยองโฮและอาคาต้า ซึ่งแต่ละคนมีความทรงจำที่แตกต่างกันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว และนี่ทำให้เนื้อเรื่องแสดงให้เห็นว่าเรื่องราวความรักทุกเรื่องมีหลายมุมมองและไม่มีใครผิดหรือถูกไปเสียทั้งหมด
จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่อง “โสดในโซล”
- เคมีที่เข้ากันของนักแสดงนำ
จุดเด่นที่โดดเด่นที่สุดคือ เคมีที่ลงตัวระหว่าง อี ดงอุค และ อิม ซูจอง ทั้งคู่แสดงบทบาทได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้ชมเชื่อในความสัมพันธ์ของตัวละครได้อย่างง่ายด การแสดงที่น่ารักและอบอุ่นของทั้งคู่ช่วยสร้างบรรยากาศที่สบายๆ และชวนฝันให้กับภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี
- มุมมองความสัมพันธ์ที่ร่วมสมัยและสมจริง
ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้นำเสนอแค่ความรักแบบในเทพนิยาย แต่เน้นไปที่การสำรวจความสัมพันธ์ของคนในยุคปัจจุบัน ทั้งในแง่ของ การเลือกที่จะอยู่คนเดียว (ชีวิตโสด) และ การตามหาความรัก (ชีวิตคู่) หนังได้หยิบยกประเด็นที่คนส่วนใหญ่เผชิญ เช่น ความกลัวที่จะเปิดใจ, ความเจ็บปวดจากอดีต และการค้นหาความสุขในแบบของตัวเอง ซึ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกเข้าถึงและ กับเรื่องราวได้ง่าย
- บรรยากาศและภาพสวยงาม
หนังถ่ายทอดความงดงามของกรุงโซลได้อย่างมีเสน่ห์ ไม่ว่าจะเป็นฉากในคาเฟ่, สวนสาธารณะ, หรือถนนหนทางต่างๆ ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงความโรแมนติกและบรรยากาศที่อบอุ่นของเมือง ฉากแต่ละฉากถูกจัดวางอย่างประณีตและมีโทนสีที่นุ่มนวล สร้างความรู้สึกชวนฝันได้ตลอดเรื่อง
- เนื้อหาที่ไม่ซับซ้อนแต่มีชั้นเชิง
ถึงแม้จะเป็นหนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีโครงเรื่องเข้าใจง่าย แต่ก็มีการสอดแทรกประเด็นที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการเติบโตของตัวละครและการยอมรับตัวเอง โดยเฉพาะการที่ตัวละครหลักทั้งสองคนได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจและยอมรับในอดีตของตัวเองก่อนที่จะก้าวต่อไปในความสัมพันธ์ครั้งใหม่
บทสรุปและความหมายของเนื้อเรื่อง
สำหรับการ รีวิวภาพยนตร์ เรื่องนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่เรื่องราวความรักโรแมนติกเพียงอย่างเดียว แต่ยังสำรวจแนวคิดของคำว่า “ความสุข” ในยุคสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นความสุขจากการอยู่คนเดียวหรือความสุขจากการมีความสัมพันธ์ เนื้อเรื่องค่อยๆ คลี่คลายให้เห็นว่าชีวิตโสดก็มีช่วงเวลาที่โดดเดี่ยว ในขณะที่การมีคู่ก็อาจไม่ได้หมายถึงความสุขเสมอไปท้ายที่สุด ทั้งยองโฮและฮยอนจินต่างได้เรียนรู้และเติบโตจากความสัมพันธ์ครั้งนี้ พวกเขายอมรับความจริงในอดีตและพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า โดยภาพยนตร์จบลงด้วยการให้คำตอบว่าไม่ว่าจะเป็นชีวิตแบบ “โสดในโซล” หรือ “คู่ในโซล” สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและเป็นตัวของตัวเอง
ช่องทางรับชม: ตัวอย่าง Single in Seoul
หนังใหม่ที่น่าดู: Get Away หนังแนว สยองขวัญผสมตลก