หนัง

แม่ครับ หลับซะเถอะ

วันนี้ขอพักเบรก มานั่งจับเข่าคุยเรื่องภาพยนตร์กันบ้าง เรื่องที่ผมหยิบมาวันนี้บอกเลยว่า “แม่ครับ หลับซะเถอะ” (Gooseboy) ไม่ใช่หนังที่ดูแล้วจะยิ้มร่าเหมือนไปสวนสนุก แต่มันคือหนังที่จะเข้าไปเขย่าความรู้สึกในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจใครหลายคนใครที่ชอบงานภาพยนตร์แนว ดราม่าสะท้อนชีวิต หรือชอบตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ในครอบครัว เรื่องนี้คือ “ของดี” ที่ต้องปักหมุดไว้เลยครับ เมื่อ “แม่” คือบททดสอบที่ใหญ่ที่สุดของชีวิต ถ้าให้ผมเล่าให้ฟังแบบเพื่อนคุยกัน เรื่องนี้ไม่ใช่หนังแม่ลูกผูกพันแบบในละครหลังข่าวที่จบด้วยการกอดกันร้องไห้หน้าเตาผิงนะครับ แต่มันคือการสำรวจ ความสัมพันธ์ที่เปราะบาง ของลูกชายที่พยายามจะดูแลแม่ที่ป่วยเป็น โรคอัลไซเมอร์ โดยที่ตัวเองก็ยังแบกภาระทางอารมณ์และปัญหาชีวิตส่วนตัวไว้จนแทบจะยืนไม่ไหวในฐานะที่เราต่างก็มีภาระหน้าที่ ผมเชื่อว่าหลายคนจะอินกับตัวละครลูกชายที่ต้องเลือกระหว่าง “หน้าที่” กับ “ความต้องการของตัวเอง” จนบางครั้งมันก็แอบมีความตลกแบบร้ายๆ (Dark Humor) แทรกเข้ามาในความตึงเครียดของสถานการณ์ เหมือนเวลาที่เราทำอะไรเด๋อด๋าไปเพราะความเหนื่อยล้าจนกลายเป็นเรื่องน่าขำไปซะงั้น ทำไม “แม่ครับ หลับซะเถอะ” ถึงเป็นหนังที่ควรค่าแก่การเสียน้ำตา? จุดแข็งของหนังเรื่องนี้ที่ผมในฐานะคอนเทนต์ครีเอเตอร์ต้องขอชื่นชม คือการนำเสนอ ความสมจริง ครับ การแสดงที่ทรงพลัง: นักแสดงนำถ่ายทอดความรู้สึกของการเป็น “คนเฝ้าไข้” ออกมาได้แบบเข้าเนื้อ คือไม่ใช่แค่คนดีที่อดทน แต่เป็นคนที่มีความโกรธ ความท้อแท้ และความรักผสมปนเปกันไป ซึ่งนั่นแหละคือ ความเป็นมนุษย์ ที่สุดแล้ว บทสนทนาที่เฉียบคม: ในความเงียบของหนัง มีคำพูดบางประโยคที่จุกอก โดยเฉพาะช่วงที่แม่เริ่มหลงลืมทุกอย่างไปเรื่อยๆ […]