up

การ์ตูน

Dug Days การผจญภัยน่ารักของเจ้าหมาดั๊ก

การ์ตูนแอนิเมชันแนวคอมเมดี้ที่เป็นภาคแยกของภาพยนตร์ชื่อดัง Up (2009) จากค่าย Pixar และ Disney อย่างเรื่องราวของ Dug Days โดยในภาคนี้จะโฟกัสไปที่ ดั๊ก สุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์จอมซนผู้พูดได้จากปลอกคอแปลภาษา ซึ่งกลายเป็นขวัญใจของแฟนๆ หลังจากปรากฏตัวในเรื่อง Up โดยซีรีส์ดั๊กเป็นการเล่าเรื่องราวหลังจากเหตุการณ์ในภาพยนตร์ต้นฉบับ เมื่อคุณปู่คาร์ลและดั๊กย้ายมาใช้ชีวิตในย่านชานเมืองอันสงบสุข เนื้อหาของดั๊กมีลักษณะเป็นซีรีส์ตอนสั้น ๆ แต่ละตอนมีความยาวประมาณ 8-10 นาที ซึ่งแต่ละตอนก็จะเล่าเรื่องราวสนุก ๆ ของดั๊กที่พยายามปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ เช่น การเจอกับสัตว์แปลก ๆ ในสวนหลังบ้าน การได้กลิ่นของอะไรบางอย่างแล้วเกิดจินตนาการล้ำโลก หรือแม้แต่การดูแลคุณปู่คาร์ลในชีวิตประจำวัน ความน่ารักของดั๊กคือการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ใสซื่อ และเต็มเปี่ยมด้วยความรักต่อเจ้าของ ซึ่งสร้างความประทับใจและเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมทุกวัย จุดเด่นของดั๊กคือการผสมผสานความตลกกับความอบอุ่นใจในแบบที่ Pixar ถนัด ผ่านการออกแบบตัวละครที่มีเสน่ห์ ภาพสวยคมชัด และเสียงพากย์ที่มีชีวิตชีวา โดยเฉพาะเสียงของ Bob Peterson ที่พากย์เป็นดั๊กเช่นเดียวกับใน Up รวมถึงการกลับมาของ Ed Asner ในบทของคุณปู่คาร์ล ที่แม้จะเป็นบทสั้นๆ แต่ก็ยังคงความน่ารักและอบอุ่นใจเช่นเดิม โดยรวมแล้ว Dug

รีวิวการ์ตูน Up ปี2009
การ์ตูน

รีวิวการ์ตูน Up ปี2009

Up เป็นผลงานมาสเตอร์พีซของ Pixar ที่นำเสนอเรื่องราวการผจญภัยอันน่าเหลือเชื่อ ผสมผสานอารมณ์ขัน ความอบอุ่น และความซาบซึ้งใจได้อย่างลงตัว นับเป็น การ์ตูนแอนิเมชัน ที่ไม่ได้มีดีแค่ภาพสวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยหัวใจและข้อคิดที่ลึกซึ้ง เรื่องราวเริ่มต้นด้วยฉากเปิดตัวที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในฉากที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์แอนิเมชัน เราได้เห็นชีวิตคู่ของ คาร์ล เฟรดริกเซน และ เอลลี่ ตั้งแต่พบกัน วัยเด็ก จนถึงวัยชราที่ต้องเผชิญกับการพลัดพราก ฉากนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีแต่กลับถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความฝัน และความสูญเสียได้อย่างครบถ้วนและทรงพลัง ทำให้ผู้ชมหลายคนต้องหลั่งน้ำตาโดยที่ยังไม่ทันได้เข้าสู่การผจญภัยหลักเลยด้วยซ้ำ มันเป็นการปูพื้นฐานทางอารมณ์ที่แข็งแกร่ง ทำให้เราผูกพันกับคาร์ลและเข้าใจแรงผลักดันเบื้องหลังการเดินทางของเขา เมื่อเอลลี่จากไป คาร์ล ชายชราผู้โดดเดี่ยวและหัวใจสลาย ได้ตัดสินใจสานฝันที่ค้างคามาตลอดชีวิตให้เป็นจริง นั่นคือการนำบ้านทั้งหลังที่เต็มไปด้วยความทรงจำของเขากับเอลลี่ บินไปสู่ “Paradise Falls” ดินแดนแห่งความฝันในอเมริกาใต้ ด้วยความช่วยเหลือจากลูกโป่งนับพันลูก แนวคิดที่แปลกใหม่และเปี่ยมจินตนาการนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยที่เต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ระหว่างการเดินทาง คาร์ลได้พบกับ รัสเซล ลูกเสือวัย 8 ขวบผู้กระตือรือร้นที่แอบติดมาในบ้านโดยบังเอิญ รัสเซลเป็นตัวละครที่น่ารักและสร้างสีสันให้กับเรื่องราวอย่างมาก เขาเป็นเหมือนแสงสว่างที่ค่อยๆ ส่องเข้าไปในชีวิตที่มืดมิดของคาร์ล ความสัมพันธ์ระหว่างคู่หูต่างวัยคู่นี้ค่อยๆ พัฒนาขึ้นจากความรำคาญใจไปสู่ความผูกพันที่แน่นแฟ้น ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประหลาดในตำนานอย่าง เควิน นกสีสันสดใสตัวยักษ์ และ ดั๊ก สุนัขพูดได้ที่สร้างเสียงหัวเราะได้ตลอดเวลา รวมถึงการเผชิญหน้ากับอดีตฮีโร่ในวัยเด็กของคาร์ลและเอลลี่อย่าง ชาร์ลส มุนทซ์ ที่กลายเป็นตัวร้ายของเรื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสนุกสนาน แต่ยังสอดแทรกข้อคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิต การปล่อยวางอดีต และการเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ คาร์ลได้เรียนรู้ว่าความสุขที่แท้จริงอาจไม่ใช่การยึดติดกับความฝันเดิมๆ เสมอไป แต่เป็นการมองหาความสุขในปัจจุบันและสร้างความทรงจำใหม่ๆ กับคนที่อยู่เคียงข้างเขา การผจญภัยไม่ได้เป็นเพียงการตามหาดินแดนในฝันเท่านั้น แต่เป็นการค้นพบความหมายที่แท้จริงของชีวิตและการเติบโตทางอารมณ์ของตัวละคร งานภาพของ Up ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่อาจมองข้ามได้ Pixar ได้สร้างสรรค์โลกที่เต็มไปด้วยสีสันสดใส รายละเอียดที่ประณีต และการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล การออกแบบตัวละครก็มีเอกลักษณ์และน่าจดจำ เพลงประกอบภาพยนตร์ก็ไพเราะและช่วยเสริมอารมณ์ในแต่ละฉากได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลง “Married Life” ที่เป็นดนตรีประกอบฉากเปิดตัวอันเป็นตำนาน โดยรวมแล้ว Up เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ มันคือการเดินทางที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ น้ำตา และข้อคิดดีๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย เป็นเครื่องยืนยันว่าการ์ตูนไม่ใช่แค่สำหรับเด็ก แต่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและสะท้อนชีวิตได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าคุณจะดู Up กี่ครั้ง ก็ยังคงรู้สึกประทับใจและอบอุ่นหัวใจได้เสมอ

การ์ตูน

up ปู่ซ่าบ้าพลัง กับการผจญภัยครั้งใหม่

การ์ตูนอีกเรื่องหนึ่งสนุกซึ้งกินใจมากๆ นั่นก็คือ up ปู่ซ่าบ้าพลัง ซึ่งเป็นเรื่องราวของชายชราคนหนึ่งที่ได้พบรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งหลงรักในการเดินทาง และผจญภัยเหมือนกัน ทั้งคู่จึงได้แต่งงานกัน สามีของเขาสัญญากับภรรยาของเขาว่าสักวันจะพาไปเที่ยวที่อเมริกาใต้ ความฝันของทั้งคู่คือการมีลูกด้วยกันและไปเที่ยวอเมริกาใต้ แต่แล้วความฝันของเขาก็พังทลาย เพราะเขาทั้งคู่ไม่สามารถมีลูกด้วยกันได้ และวันหนึ่งภรรยาของเขาได้เสียชีวิตลง เพราะภรรยาของเขาแก่กว่า เขารู้สึกเสียใจมาก ที่ไม่สามารถทำให้ความฝันของภรรยาเขาเป็นจริงได้ และยึดติดกับความทรงจำที่เคยอยู่กับภรรยาของเขารวมถึงบ้านหลังที่เขาอยู่ เขาผู้ที่รักภรรยาที่จากไปสุดหัวใจ เขาทำทุกทางที่จะให้ความฝันของภรรยาที่จากไปเป็นจริง แต่แล้วก็มีเหตุให้ต้องใช้เงิน ที่เก็บหอมรอมริบมากับภรรยาใช้จ่ายไปทีละนิด การเดินทางเพื่อภรรยา ของเขาจึงเกิดขึ้น เขาได้นำลูกโป่งเป็นแสน ๆ ลูก ผูกติดกับบ้านของเขา และบ้านของเขาก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นไปบนฟ้า แต่แล้วเขาก็พบว่ามีลูกเสือน้อยวัย 9 ขวบ คนหนึ่งขึ้นมาอยู่ในบ้านของเขาแล้วเขาทั้งคู่จึงได้เป็นคู่หูต่างวัยที่เดินทางไปด้วยกัน ผจญภัยและช่วยกันแก้ปัญหาในระหว่างทางที่เขาเจออะไรที่ทั้งคู่ไม่เคยพบเจอ และลูกเสือน้อยวัย 9 ขวบ คนนั้นก็พร้อมที่จะปั่นป่วนทุกภารกิจที่เข้ามา ลูกเสือวัย 9 ขวบคนนั้นเติบโตมาจากครอบครัวที่มีปัญหา เขาอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง พ่อเขาไม่เคยมีเวลาให้เขา ลูกเสือน้อยวัย 9 ขวบคนนั้นอยากเจอพ่อของเขามาก แต่มีทางเดียวที่จะทำให้เขาพบพ่อของเขาได้ นั่นก็คือเก็บเหรียญลูกเสือให้ครบ และพ่อของเขาจะเป็นคนมาติดเข็มลูกเสือให้ในวันที่เข็มเสือครบเขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ได้เหรียญสุดท้ายมา แต่การเดินทางของชายคนนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะลูกเสือน้อยวัย 9 ขวบคนนั้นเป็นคนที่ช่างสงสัย ซึ่งมีคำถามในตลอดว่าทำไม

Scroll to Top