The Attorney

The Attorney (2013) ยอดทนายผดุงความยุติธรรม

The Attorney (2013) จากทนายหิวเงินสู่ฮีโร่ผู้สั่นคลอนอำนาจมืด… หนังน้ำดีที่คนรักความยุติธรรมต้องดู!ถ้าจะให้ลิสต์รายชื่อภาพยนตร์เกาหลีใต้ที่ “ทรงพลัง” และ “เปลี่ยนโลก” มากที่สุด หนึ่งในนั้นจะต้องมีชื่อของ The Attorney หรือ ยอดทนายผดุงความยุติธรรม ติดอยู่อันดับต้นๆ แน่นอนครับ แม้หนังจะเข้าฉายมาตั้งแต่ปี 2013 แต่เนื้อหาที่ว่าด้วยการต่อสู้ระหว่าง “ประชาชน” กับ “อำนาจรัฐ” ยังคงทันสมัยและกระแทกใจคนดูทุกยุคสมัยอย่างน่าประหลาด

ข้อมูลภาพยนตร์

  • ผู้กำกับ: ยางอูซอก (Yang Woo-suk)
  • สตูดิโอ: Withus Film
  • นักแสดงนำ: ซงคังโฮ (Song Kang-ho), อิมชีวาน (Im Si-wan), กวักโดวอน (Kwak Do-won)

เรื่องย่อ: เมื่อ “ความถูกต้อง” สำคัญกว่า “เงินทอง”

เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 ณ เมืองปูซาน ซงอูซอก (รับบทโดย ซงคังโฮ) คือทนายความหนุ่มที่ไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ไต่เต้ามาจากความยากจน เขาเป็นคนฉลาดแกมโกงเล็กๆ มองเห็นช่องว่างทางธุรกิจจนร่ำรวยจากการทำเรื่องภาษีและอสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่เพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆ กำลังประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย อูซอกกลับเลือกที่จะเมินเฉยและมุ่งหน้าหาเงินเพื่อครอบครัว

แต่จุดเปลี่ยนชีวิตเกิดขึ้นเมื่อ จินอู (รับบทโดย อิมชีวาน) ลูกชายของป้าเจ้าของร้านอาหารที่เคยมีบุญคุณกับเขา ถูกตำรวจลับจับกุมตัวไปอย่างปริศนาในข้อหา “ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์” เพียงเพราะเขาเข้าร่วมชมรมอ่านหนังสือ เมื่ออูซอกไปเยี่ยมจินอูในคุกและพบว่าเด็กหนุ่มถูกทรมานจนสภาพดูไม่ได้ หัวใจของทนายที่เคยเห็นแก่เงินก็ลุกเป็นไฟ เขาจึงตัดสินใจรับว่าความในคดีที่ “ไม่มีใครกล้าแตะ” เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมให้กับเด็กบริสุทธิ์ ท่ามกลางการกดดันจากอำนาจมืดที่พร้อมจะขยี้เขาให้จมดิน!

ความน่าสนใจที่ทำให้ The Attorney เป็นหนัง “A-List” ตลอดกาล

  1. การแสดงระดับเทพของ “ซงคังโฮ”

หากใครประทับใจเขาจาก Parasite บอกเลยว่าในเรื่องนี้เขาปล่อยของหนักยิ่งกว่า! ซงคังโฮทำให้เราเห็นพัฒนาการของตัวละครจากทนายหน้าเงินที่ดูตลกโปกฮา กลายเป็นนักสู้ในสนามศาลที่แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอุดมการณ์ โดยเฉพาะฉากโต้แย้งในศาลที่เป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้

  1. พล็อตเรื่องที่สร้างจาก “เรื่องจริง”

หนังเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ โนมูฮยอน (Roh Moo-hyun) อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ผู้ล่วงลับ ในสมัยที่เขายังเป็นทนายความ การที่รู้ว่าเรื่องราวความอยุติธรรมและการทรมานนักศึกษาในเรื่องเคยเกิดขึ้นจริง ยิ่งทำให้คนดูรู้สึกจุกและอินไปกับเนื้อหามากขึ้นหลายเท่าตัว

  1. งานโปรดักชั่นที่พาเราย้อนเวลากลับไปยุค 80

ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผม หรือบรรยากาศเมืองปูซานในยุคนั้น ทีมงานเก็บรายละเอียดได้เป๊ะมาก ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูจริงจังและกดดัน ทำให้เรารู้สึกถึงความอึดอัดของยุคสมัยที่เสรีภาพถูกจำกัดได้เป็นอย่างดี

The Attorney

หัวข้อย่อยเจาะลึก: สเน่ห์ที่ทำให้คุณหยุดดูไม่ได้!

  • “กำแพงไข่ที่ชนหิน”: การต่อสู้ที่ดูเหมือนจะแพ้ตั้งแต่เริ่ม

ธีมหลักของหนังคือการเปรียบเทียบว่าประชาชนตัวเล็กๆ ก็เหมือน “ไข่” ที่พยายามจะกระแทก “ก้อนหิน” ยักษ์อย่างรัฐบาลเผด็จการ หนังนำเสนอให้เราเห็นความพยายามที่ดูสิ้นหวังแต่สวยงาม การที่อูซอกใช้ข้อกฎหมายเป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวสู้กับกระบอกปืนและอำนาจมืด เป็นอะไรที่ลุ้นระทึกยิ่งกว่าหนังแอ็กชันเสียอีกครับ

  • เคมีระหว่าง “ทนาย” และ “เหยื่อ”

ความสัมพันธ์ของอูซอกและจินอูไม่ได้เป็นแค่ทนายกับลูกความ แต่มันคือความเป็นมนุษย์ที่ส่งต่อถึงกัน อิมชีวานพ่ายแพ้ต่อสภาพการถูกทรมานได้อย่างน่าสงสารจับใจ จนเราเข้าใจเลยว่าทำไมอูซอกถึงยอมทิ้งชีวิตที่สุขสบายมาเสี่ยงตายในคดีนี้

  • วาทะเด็ดสะเทือนศาล: “รัฐคือประชาชน!”

ฉากไคลแมกซ์ในศาลที่อูซอกตะโกนใส่หน้าอัยการและผู้พิพากษาว่า “รัฐธรรมนูญมาตรา 1 กล่าวว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน และรัฐก็คือประชาชน!” คือฉากที่ทรงพลังที่สุดฉากหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์เกาหลี มันไม่ใช่แค่บทหนัง แต่มันคือเสียงตะโกนแทนใจของคนที่ถูกกดขี่ทั่วโลก

บทสรุป: หนังที่ควรดูเพื่อ “เติมไฟ” ให้ความยุติธรรม

ยอดทนายผดุงความยุติธรรม ไม่ใช่หนังกฎหมายที่ดูยากหรือเต็มไปด้วยศัพท์เทคนิค แต่มันคือหนังดราม่าที่พูดเรื่อง “หัวใจ” ของความเป็นคน หนังจะทำให้คุณตั้งคำถามว่า ถ้าวันหนึ่งความถูกต้องกับความอยู่รอดสวนทางกัน คุณจะเลือกทางไหน?หากคุณชอบหนังแนว Trial of the Chicago 7 หรือ Just Mercy รับรองว่าคุณจะรักเรื่องนี้ และหลังจากดูจบ คุณจะเข้าใจเลยว่าทำไมวงการภาพยนตร์เกาหลีใต้ถึงไปได้ไกลระดับโลก เพราะเขากล้าที่จะหยิบเอา “บาดแผล” ในอดีตมาเล่าได้อย่างยอดเยี่ยมและกินใจขนาดนี้ครับ

สรุปคะแนน: 10/10 (ไม่มีข้อกังขา เป็นหนังที่ต้องดูก่อนตายจริงๆ!)

 

Scroll to Top