รีวิว The Devil Judge เมื่อความยุติธรรมกลายเป็นรายการเรียลลิตี้โชว์!หากคุณกำลังมองหาซีรีส์กฎหมายที่ไม่เหมือนใคร และเบื่อหน่ายกับพล็อตเรื่องซ้ำซากประเภททนายความฝ่ายธรรมะสู้กับตัวร้ายหน้าเดิมๆ คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุดครับ ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้แค่พาเราไปดูการตัดสินคดี แต่พาเราไปตั้งคำถามว่า “ความยุติธรรมที่แท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไร?” ในโลกที่ความเหลื่อมล้ำพุ่งทะลุเพดาน
รายละเอียดซีรีส์
- ชื่อเรื่อง: (ผู้พิพากษาปีศาจ / 악마판사)
- ประเภท: ดราม่า, กฎหมาย, ดิสโทเปีย (Dystopia)
- ผู้เขียนบท: มุนยูซอก (อดีตผู้พิพากษาตัวจริง! เจ้าของผลงาน Miss Hammurabi)
- นักแสดงนำ: จีซอง, คิมมินจอง, จินยอง (GOT7), พัคกยูยอง
- ช่องทางรับชม: Netflix, Viu, iQIYI
The Devil Judge เรื่องย่อ: เมื่อ “ศาล” คือ “เวที” และ “ประชาชน” คือ “ลูกขุน”
เรื่องราวเซ็ตฉบับเกาหลีใต้ในยุค Dystopia ที่สังคมล่มสลายจากโรคระบาดและวิกฤตเศรษฐกิจ ความศรัทธาในระบบยุติธรรมเดิมไม่เหลืออีกต่อไป รัฐบาลจึงผุดโปรเจกต์ “Live Court Show” รายการพิจารณาคดีที่ถ่ายทอดสดให้คนทั้งประเทศรับชม และให้ประชาชนร่วมลงคะแนนตัดสินโทษผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ
ตัวละครหลักคือ คังโยฮัน (รับบทโดย จีซอง) หัวหน้าผู้พิพากษาผู้มีฉายาว่า “ผู้พิพากษาปีศาจ” เขาพิพากษาคนชั่วด้วยวิธีการที่รุนแรง สะใจ และไม่สนวิธีการขอแค่ให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรม (ในมุมของเขา) โดยมี คิมกาอน (รับบทโดย จินยอง) ผู้พิพากษาหน้าใหม่ผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ความถูกต้องถูกส่งเข้ามาเป็นผู้ช่วยเพื่อจับตาดูพฤติกรรมของโยฮัน ท่ามกลางเกมการเมืองที่บงการโดย จองซอนอา (รับบทโดย คิมมินจอง) หญิงสาวผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังมูลนิธิความรับผิดชอบต่อสังคม
ความน่าสนใจที่ทำให้คุณ “หยุดดูไม่ได้”
- คังโยฮัน: ฮีโร่ หรือ ปีศาจ?
เสน่ห์หลักของเรื่องคือตัวละคร คังโยฮัน ครับ จีซองถ่ายทอดบทนี้ออกมาได้อย่างทรงพลังมาก เราจะคาดเดาไม่ได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขาทำเพื่อประชาชนจริงๆ หรือทำเพื่อล้างแค้นส่วนตัว? ความเทาจัดๆ ของตัวละครนี้ทำให้เราต้องคอยลุ้นและตั้งคำถามกับตัวเองตลอดเวลาว่า “ถ้าเราอยู่ในโลกนั้น เราจะกดปุ่มลงโทษตามเขาไหม?”
- บทละครจากปลายปากกา “อดีตผู้พิพากษา”
จุดเด่นที่สุดคือบทโทรทัศน์ที่เขียนโดย มุนยูซอก ซึ่งเคยเป็นผู้พิพากษาจริงๆ ทำให้รายละเอียดของกฎหมายในเรื่องดูสมจริง แต่ถูกนำมาบิดให้มีความเป็นแฟนตาซีและตลกร้ายได้อย่างลงตัว บทพูดในเรื่องมีความคมคาย เสียดสีสังคม และสะท้อนภาพลักษณ์ของชนชั้นสูงได้อย่างเจ็บแสบ
- งานสร้างระดับพรีเมียม (Art Direction)
บรรยากาศของเรื่องมีความเป็น Gothic เล็กน้อย ฉากในห้องพิจารณาคดีดูโอ่อ่าเหมือนโรงละครสัตว์ที่หรูหราแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัว เสื้อผ้าหน้าผมของตัวละครจัดเต็ม โดยเฉพาะจองซอนอาที่ทุกชุดคือความ High Fashion ที่เสริมความร้ายกาจของเธอได้เป็นอย่างดี
- เคมีระหว่างตัวละคร
ความสัมพันธ์แบบ “แมววิ่งไล่หนู” ระหว่างคังโยฮันและคิมกาอนเป็นสิ่งที่แฟนๆ ชื่นชอบมาก การปะทะกันทางอุดมการณ์ระหว่าง “ความยุติธรรมตามกฎหมาย” กับ “ความยุติธรรมตามความสะใจ” คือแกนกลางที่ทำให้เรื่องราวเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

บทสรุป: ทำไมคุณถึงควรดู?
ไม่ใช่แค่ซีรีส์แก้แค้นสะใจทั่วไป แต่มันคือการวิพากษ์วิจารณ์สังคมประชานิยม (Populism) และการใช้อำนาจสื่อในทางที่ผิด ซีรีส์จะทำให้คุณตั้งคำถามว่า “ถ้าเรามอบอำนาจการตัดสินคนให้มาอยู่ในมือฝูงชน ผลที่ตามมาคือความยุติธรรม หรือคือความหายนะกันแน่?”
หากคุณชอบซีรีส์ที่มีชั้นเชิง การแสดงระดับเทพ และเนื้อหาที่ชวนขบคิดต่อหลังจากดูจบ นี่คือซีรีส์ที่ “ต้องดู” ในปีนี้ครับ!





