รีวิวซีรีส์เกาหลี The Game: Towards Zero เกมแห่งความตาย ที่ยิ่งเข้าใกล้ศูนย์…ยิ่งอันตรายหากคุณเป็นแฟนซีรีส์เกาหลีแนวสืบสวน–ระทึกขวัญ ที่ผสมพลังเหนือธรรมชาติและการไขปริศนาแบบชวนลุ้น คืออีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ซีรีส์เรื่องนี้นำเสนอพล็อตที่แตกต่างจากแนวสืบสวนทั่วไป ด้วยไอเดีย “การมองเห็นความตาย” ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเกมอันตรายระหว่างฆาตกร ตำรวจ และโชคชะตาที่ไม่มีใครคาดเดาได้
ผู้แต่งและทีมผู้สร้าง
เป็นซีรีส์เกาหลีที่ออกอากาศในปี 2020 ทางสถานี MBC เขียนบทโดย อีซูยอน (Lee Soo-yeon) นักเขียนบทที่ได้รับการยอมรับจากผลงานแนวสืบสวนเข้มข้น และกำกับโดย จางจุนโฮ (Jang Joon-ho)
จุดเด่นของทีมผู้สร้างคือการเล่าเรื่องที่มีชั้นเชิง ไม่เร่งรีบ แต่ค่อย ๆ ปูปม ปล่อยเงื่อนงำ และพาผู้ชมเข้าไปอยู่ในบรรยากาศกดดันตลอดทั้งเรื่อง
สรุปเนื้อเรื่องย่อ
เรื่องราวเริ่มต้นที่ คิมแทพยอง ชายหนุ่มลึกลับผู้มีความสามารถพิเศษ เขาสามารถมองเห็น “ช่วงเวลาสุดท้ายก่อนความตาย” ของคนอื่นได้ เพียงแค่สบตา ความสามารถนี้ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ทั้งน่าหวาดกลัวและน่าหลงใหล
ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อแทพยองได้พบกับ ซอจุนยอง นักสืบสาวฝีมือดี ผู้ซึ่งเป็นคนเดียวที่เขาไม่สามารถมองเห็นช่วงเวลาการตายของเธอได้ การพบกันครั้งนี้นำพาเขาเข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสุดโหด ที่เหยื่อแต่ละรายล้วนมีความเชื่อมโยงบางอย่างซ่อนอยู่
ยิ่งสืบลึกเท่าไร เรื่องราวก็ยิ่งเปิดเผยด้านมืดของมนุษย์ ความเจ็บปวดในอดีต และคำถามสำคัญว่า “ถ้ารู้อนาคตได้ คุณจะเลือกเปลี่ยนมันหรือยอมรับมัน?”

ความน่าสนใจที่ทำให้ Towards Zero น่าติดตาม
- พล็อตพลังพิเศษที่ใช้ได้อย่างมีเหตุผล
ซีรีส์ไม่ได้ใช้พลังเหนือธรรมชาติเพื่อโชว์ความหวือหวา แต่ใช้เป็นเครื่องมือในการตั้งคำถามเชิงจิตวิทยาและศีลธรรม ทำให้เรื่องดูจริงจังและน่าคิดมากขึ้น - บรรยากาศระทึกขวัญตลอดเรื่อง
โทนภาพ สี และดนตรีช่วยสร้างความกดดันได้ดี ผู้ชมจะรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมที่ทุกการตัดสินใจมีผลต่อชีวิตตัวละคร - ตัวละครมีมิติ ไม่ขาว–ดำ
ไม่มีใครเป็น “คนดีสมบูรณ์แบบ” หรือ “คนร้ายร้อยเปอร์เซ็นต์” ทุกตัวละครมีอดีต มีบาดแผล และมีเหตุผลในการกระทำของตัวเอง ทำให้การติดตามคดีแต่ละคดีเต็มไปด้วยอารมณ์ร่วม - ธีมโชคชะตากับการเลือกของมนุษย์
ซีรีส์ตั้งคำถามอย่างต่อเนื่องว่า หากอนาคตถูกกำหนดไว้แล้ว มนุษย์ยังมีอิสระในการเลือกหรือไม่ หรือแท้จริงแล้ว การกระทำทุกอย่างกำลังพาเราเข้าใกล้ “ศูนย์” โดยไม่รู้ตัว
สรุป
เป็นซีรีส์สืบสวนที่ไม่ได้ขายแค่ความลุ้นระทึก แต่ยังชวนผู้ชมตั้งคำถามกับชีวิต ความตาย และการตัดสินใจของมนุษย์ ด้วยพล็อตแปลกใหม่ การเล่าเรื่องที่ค่อยเป็นค่อยไป และบรรยากาศที่กดดันตลอดทั้งเรื่องสำหรับใครที่ชอบซีรีส์แนวฆาตกรรม ปริศนา และพลังลึกลับที่มีความหมายมากกว่าแค่ความเท่ เรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ดูแล้ววางไม่ลง และจะค่อย ๆ ดึงคุณเข้าไปสู่เกมอันตรายจนถึงวินาทีสุดท้าย





