Vainglory

Vainglory (2014)

รีวิว Vainglory ตำนาน MOBA กราฟิกเทพที่เคยครองโลกมือถือหากย้อนกลับไปในปี 2014 ในยุคที่เกมมือถือส่วนใหญ่ยังเป็นแนว Casual เล่นง่ายๆ สบายๆ การปรากฏตัวบนเวทีเปิดตัว iPhone 6 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการ เพราะนี่คือเกมที่พิสูจน์ว่า “มือถือก็สามารถรันเกมระดับคอนโซลได้”

ข้อมูลทั่วไป

  • ผู้พัฒนา/สตูดิโอ: Super Evil Megacorp (SEMC)
  • แนวเกม: MOBA (Multiplayer Online Battle Arena)
  • แพลตฟอร์มเริ่มต้น: iOS, Android (และขยายไป PC ในภายหลัง)

จุดเริ่มต้นแห่งการต่อสู้: เนื้อเรื่องย่อ (ฉบับไม่สปอยล์)

โลกของตั้งอยู่บนดินแดนที่เรียกว่า Halcyon Fold และภายหลังขยายสู่ Sovereign’s Rise ที่นี่ไม่ใช่แค่สนามรบธรรมดา แต่มันคือแหล่งพลังงานที่เรียกว่าผลึกแก้วลึกลับที่มีพลังมหาศาลพอจะเปลี่ยนชะตากรรมของโลกได้

เนื้อเรื่องจะถูกเล่าผ่านภูมิหลังของ “ฮีโร่” แต่ละตัวที่มาจากต่างที่มา บางคนเป็นนักรบจากเผ่าพันธุ์โบราณ บางคนเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายล้าง หรือบางคนเป็นเพียงมนุษย์ที่ต้องการปกป้องครอบครัว ทุกตัวละครมีเหตุผลที่ต้องเข้ามาร่วมศึกครั้งนี้เพื่อแย่งชิงหรือทำลาย Vain Crystal ของฝ่ายตรงข้าม ความน่าติดตามไม่ได้อยู่ที่จุดจบของสงคราม แต่เป็น “ปูมหลัง” และความสัมพันธ์ของฮีโร่ที่ร้อยเรียงกันได้อย่างน่าทึ่งผ่านงานอาร์ตและบทพูดในเกม

Vainglory

จุดเด่นที่ทำให้ “แตกต่าง” และน่าติดตาม

  1. ระบบการควบคุมแบบ “Touch Control” ที่แม่นยำที่สุด

ในขณะที่เกม MOBA อื่นๆ ใช้ Joy-stick จำลอง แต่ใช้การ “เคาะหน้าจอ” (Tap to Move) ซึ่งเลียนแบบการคลิกเมาส์ของ PC ทำให้การทำ Stutter Stepping (การยิงแล้วขยับ) ทำได้พริ้วไหวและแม่นยำระดับมือโปร ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าฝีมือควบคุม (Micro-play) มีผลต่อชัยชนะจริงๆ

  1. กราฟิกที่สวยงามหยดย้อยด้วย E.V.I.L Engine

สตูดิโอ SEMC สร้างเอนจินเกมขึ้นมาเองเพื่อเกมนี้โดยเฉพาะ ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพที่สวยงามที่สุดในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นแสงเงาที่สะท้อนบนผิวน้ำ แอนิเมชั่นของสกิลที่ลื่นไหลระดับ 60 FPS และรายละเอียดของฉากที่ดูมีชีวิตชีวา

  1. ระบบไอเทมและ Objective ที่ลุ่มลึก

การยึด Gold Mine หรือการปลุก Kraken (อสูรกายขนาดยักษ์) เพื่อให้มาช่วยถล่มป้อมศัตรู คือเสน่ห์ที่ทำให้เกมเพลย์มีความพลิกผันตลอดเวลา การตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีว่าจะตี Kraken หรือจะกันบ้าน คือจุดพีคที่ทำให้ผู้เล่นอะดรีนาลีนฉีดพล่าน

ข้อดีที่ทำให้แฟนๆ ยังโหยหา

  • สมดุลของฮีโร่: เกมนี้ไม่มีระบบ “Pay to Win” สกินสวยงามไม่ได้เพิ่มสเตตัส ชัยชนะวัดกันที่การออกของ การคุมเลน และทีมเวิร์คเพียวๆ
  • ดีไซน์ตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์: ฮีโร่อย่าง Taka, Vox หรือ Glaive มีเอกลักษณ์ชัดเจน ทั้งรูปลักษณ์และวิธีการเล่น ไม่รู้สึกว่าเป็นตัวละครที่ซ้ำซากกับเกม MOBA อื่นในตลาด
  • คอมมูนิตี้และ E-Sports: ในช่วงรุ่งเรือง Vainglory มีรายการแข่งขันระดับโลกที่ยิ่งใหญ่มาก ทำให้ตัวเกมมีมนต์ขลังของการเป็น “กีฬา” อย่างแท้จริง

Vainglory

บทสรุป

ไม่ใช่แค่เกมมือถือ แต่มันคือ “จดหมายรัก” ถึงแฟนเกม MOBA ที่ต้องการประสบการณ์ระดับคุณภาพบนอุปกรณ์พกพา แม้ปัจจุบันสถานะของเกมจะเปลี่ยนไปสู่โหมด Community Edition แต่คุณงามความดีในแง่ของงานศิลป์และระบบการเล่น ยังคงเป็นมาตรฐานที่ยากจะหาเกมไหนมาเทียบเคียงได้ในใจของแฟนเดนตาย

ถ้าคุณอยากสัมผัสว่า “MOBA ที่เน้นทักษะการควบคุมสูงสุด” เป็นอย่างไร Vainglory คือตำนานที่คุณควรไปทำความรู้จักสักครั้งในชีวิตครับ

 

Scroll to Top