เมื่อ Pixar ประกาศสร้างซีรีส์ต้นฉบับสำหรับ Disney+ หลายคนอาจนึกถึงอนิเมชันแสนอบอุ่นแบบ Toy Story หรือ Inside Out แต่ Win or Lose (2025) กลับพาเราไปสัมผัสโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยความแปลกประหลาดและความตื่นเต้นที่ไม่เหมือนใคร ซีรีส์นี้ไม่เพียงแต่เป็นผลงานแรกของ Pixar ที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ใดๆ แต่ยังนำเสนอเรื่องราวของเด็กมัธยมที่ต้องเผชิญกับความกดดันทั้งในชีวิตและการเล่นกีฬา
แต่ท่ามกลางความสนุกและความสร้างสรรค์ Win or Lose (2025) ก็สร้างความกังวลให้กับแฟนๆ เมื่อมีการตัดเนื้อหาเกี่ยวกับตัวละครข้ามเพศออกจากเรื่อง แม้ว่า Kai ตัวละครข้ามเพศที่ voiced โดย Chanel Stewart จะยังคงอยู่ในเรื่อง แต่การตัดส่วนที่เกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ทางเพศออกไปนั้นสร้างความผิดหวังให้กับผู้ชมจำนวนมาก โดยเฉพาะในยุคที่ชุมชน LGBTQ+ กำลังต่อสู้เพื่อการยอมรับ
ถึงกระนั้น Win or Lose ก็ยังคงเป็นซีรีส์ที่เต็มไปด้วยพลังงานและความบันเทิง ด้วยการกำกับและเขียนบทโดย Carrie Hobson และ Michael Yates ซีรีส์นี้พาเราไปสำรวจโลกของเด็กมัธยมผ่านมุมมองที่สดใสและแปลกใหม่ พร้อมกับความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่ทำให้เราต้องเอาใจช่วย
เรื่องย่อ Win or Lose
Win or Lose ไม่ได้เป็นแค่อนิเมชันสำหรับเด็ก แต่ยังมีกลิ่นอายของ Adult Swim และ Nickelodeon ที่เต็มไปด้วยความบ้าบอและความสร้างสรรค์ ซีรีส์นี้ได้รับอิทธิพลจากวิดีโอเกมและสื่อข้ามแพลตฟอร์มอย่าง Scott Pilgrim ซึ่งทำให้แต่ละตอนมีความสดใหม่และน่าตื่นเต้น
แม้ว่าตอนแรกๆ อาจดูเหมือนจบแบบห้วนๆ แต่เมื่อเราดูต่อจะพบว่าการเล่าเรื่องจากมุมมองที่ต่างกันนั้นช่วยให้เรื่องราวสมบูรณ์ขึ้น ตัวละครแต่ละคนมีบทบาทสำคัญ และเราจะได้เห็นเหตุการณ์เดียวกันผ่านสายตาของพวกเขา ซึ่งทำให้ซีรีส์นี้มีความลึกซึ้งและน่าสนใจ
หนึ่งในจุดแข็งของ Win or Lose คือตัวละครที่หลากหลายและน่าจดจำ Laurie ตัวละครหลักที่ voiced โดย Rosie Foss เป็นเด็กสาวที่พยายามอย่างหนักแต่กลับทำได้ไม่ดีเท่าเพื่อนๆ เธอเป็นตัวแทนของความเปราะบางและความพยายามที่หลายคนสามารถสัมผัสได้ นอกจากนี้เรายังได้พบกับ Sweaty ตัวละครจินตนิมิตที่เป็นเหมือนหยดเหงื่อที่มีชีวิต ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของซีรีส์
Frank ตัวละครครูมัธยมที่ voiced โดย Josh Thomson ก็เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่น่าสนใจ เขาเป็นคนที่ชีวิตความรักไม่ค่อยดี แต่พยายามหาความสุขในชีวิตประจำวัน ส่วน Rochelle และ Vanessa แม่ลูกคู่นี้ก็สร้างความประทับใจด้วยความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและจริงใจ
แม้ว่า Win or Lose จะเป็นซีรีส์ที่สร้างสรรค์และน่าติดตาม แต่การตัดเนื้อหาเกี่ยวกับตัวละครข้ามเพศออกไปนั้นสร้างความผิดหวังให้กับแฟนๆ หลายคน Kai ตัวละครข้ามเพศที่ควรจะเป็นตัวแทนของความหลากหลาย กลับถูกทำให้กลายเป็นตัวละครที่ขาดอัตลักษณ์ทางเพศ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายในยุคที่การแสดงออกถึงความหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญ
Win or Lose เป็น ซีรีส์อนิเมชัน ที่ท้าทายความคาดหวังของแฟนๆ Pixar ด้วยการนำเสนอเรื่องราวที่แปลกใหม่และน่าสนใจ แม้ว่าจะมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการตัดเนื้อหา LGBTQ+ แต่ซีรีส์นี้ก็ยังคงเป็นผลงานที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสร้างสรรค์