ซีรีส์แนวระทึกขวัญจิตวิทยา (psychological thriller) จาก Netflix อย่าง YOU ที่นำเสนอเรื่องราวความรักสุดบิดเบี้ยวของชายหนุ่มผู้มีเสน่ห์ แต่แฝงไปด้วยความอันตรายอย่าง โจ โกลด์เบิร์ก (Joe Goldberg) ตัวเอกของเรื่องซึ่งภายนอกดูเป็นคนอบอุ่น สุภาพ และมีความรู้ด้านวรรณกรรม เขาทำงานในร้านหนังสือแห่งหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วเขามีปัญหาทางจิตและมีพฤติกรรมที่เกินขอบเขตของความรักธรรมดา เรื่องราวในซีซันแรกเริ่มต้นเมื่อโจตกหลุมรักหญิงสาวชื่อ “กวินเนเวียร์ เบ็ค” (Guinevere Beck) นักเขียนสาวสวยที่เข้ามาในร้านหนังสือของเขา เพียงแรกเห็น โจก็ตัดสินใจว่าเธอคือคนที่ใช่ และเริ่มใช้เทคโนโลยีรวมถึงโซเชียลมีเดียในการติดตามชีวิตส่วนตัวของเบ็คอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน การใช้ชีวิต ไปจนถึงความสัมพันธ์ส่วนตัว จากความหลงใหลกลายเป็นความหมกมุ่น โจเริ่มแทรกแซงชีวิตของเบ็คมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้กระทั่งทำร้ายหรือกำจัดคนที่เขาคิดว่าเป็นอุปสรรคต่อความรักของเขา
ในแต่ละซีซัน ซีรีส์จะพาเราไปรู้จักเป้าหมายความรักคนใหม่ของโจ ไม่ว่าจะเป็น เลิฟ ควินน์ (Love Quinn) ในซีซัน 2 และ 3 ที่ดูเหมือนจะเป็นคู่รักที่เหมาะสมกับโจมากที่สุดในหลายแง่มุม แต่ความจริงกลับนำไปสู่ความซับซ้อนและความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีทั้งความลุ่มหลง การหลอกลวง และอันตรายถึงชีวิต จุดเด่นของ YOU คือการเล่าเรื่องจากมุมมองของโจ ที่พยายามทำให้การกระทำของตัวเองดูเหมือนเกิดจากความรักและความหวังดี แม้สิ่งที่เขาทำจะผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง ซีรีส์สะท้อนด้านมืดของมนุษย์ ความหลงใหลที่เกินขอบเขต และตั้งคำถามกับผู้ชมถึงขอบเขตของความรัก ความเป็นเจ้าของ และความหลงผิด
ทำไมต้องดูซีรีส์เรื่อง “YOU”
ซีรีส์ “YOU” ไม่ใช่แค่ซีรีส์ระทึกขวัญทั่วไป แต่เป็นเรื่องราวที่เปิดโปง “ด้านมืดของความรัก” ผ่านมุมมองที่แปลกใหม่และสะเทือนอารมณ์ หากคุณชอบซีรีส์ที่มีความลึก ซับซ้อน และชวนให้ตั้งคำถามกับศีลธรรมและจิตใจมนุษย์ นี่คือซีรีส์ที่ไม่ควรพลาดด้วยเหตุผลต่อไปนี้ พล็อตที่ไม่เหมือนใคร หยิบเรื่องความรัก ความหลงใหล และโซเชียลมีเดียมาผสมกันได้อย่างลงตัว นำเสนอในมุมของ “โจ โกลด์เบิร์ก” ผู้ชายธรรมดาที่ค่อย ๆ กลายเป็นคนที่น่ากลัวโดยที่คุณไม่ทันรู้ตัว ซีรีส์นี้ทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า “เรารู้จักคนที่อยู่รอบตัวเราดีแค่ไหน?” ตัวละครหลักลึกและน่าสนใจ โจเป็นตัวละครที่มีหลายมิติ ทั้งโรแมนติก ฉลาด สุภาพ แต่ก็มีพฤติกรรมรุนแรงและจิตวิปริต เขาไม่ได้เป็นวายร้ายแบบตรงไปตรงมา แต่กลับทำให้ผู้ชม “รู้สึกเห็นใจ” ในบางช่วง และ “หวาดกลัว” ในเวลาเดียวกัน ความขัดแย้งนี้ทำให้การดูซีรีส์มีอารมณ์ร่วมสูงมาก สะท้อนสังคมยุคดิจิทัลได้แหลมคมชี้ให้เห็นว่าข้อมูลส่วนตัวในโซเชียลมีเดียสามารถถูกใช้เพื่อควบคุมชีวิตของเราได้อย่างง่ายดาย และการแอบส่องชีวิตคนอื่นก็อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่ากลัวกว่าที่คิด เป็นคำเตือนที่แหลมคมถึงยุคที่ “ความเป็นส่วนตัว” กำลังถูกละเมิด