นายเย็นชากับยัยปลาหมึก 22

นายเย็นชากับยัยปลาหมึก 2

รีวิว นายเย็นชากับยัยปลาหมึก 2 สานต่อตำนานอีสปอร์ตและรักสุดฟินที่สายรอมคอมห้ามพลาด!ถ้าคุณเคยตกหลุมรักความคลั่งรักของ “ฮันซางเหยียน” และ “ถงเหนียน” ในภาคแรกมาแล้ว ขอบอกเลยว่าใน ดีกรีความฟิน ความลุ้น และความอบอุ่นหัวใจไม่ได้ลดน้อยลงเลย ซีรีส์เรื่องนี้เป็นการหยิบยกเรื่องราวของคู่รองที่ทุกคนเอาใจช่วยในภาคแรก ขึ้นมาเป็นพระ-นางแบบเต็มตัว พร้อมเปลี่ยนสมรภูมิจากความปลอดภัยทางไซเบอร์ (CTF) มาเป็น “การแข่งขันหุ่นยนต์ต่อสู้” (Robot Combat) ที่ตื่นตาตื่นใจและดุเดือดไม่แพ้กัน!

ข้อมูลซีรีส์เบื้องต้น: เบื้องหลังความปังที่ไม่ควรพลาด

  • ชื่อเรื่อง: (Go Go Squid 2: Dt. Appledog’s Time / แผ่นดินนี้มีเธอ)
  • ผู้แต่งต้นฉบับ: ดัดแปลงมาจากนิยายยอดฮิตเรื่อง Fish Playing While Caught in a Net (密室困游) โดยนักเขียนชื่อดัง โม่เป่าเฟยเป่า (Mo Bao Fei Bao) ซึ่งเธอยังมารับหน้าที่เขียนบทซีรีส์เรื่องนี้ด้วยตัวเอง มั่นใจได้เลยว่าเก็บเส้นเรื่องและเคมีฟินๆ จากนิยายไว้ครบถ้วน
  • สตูดิโอผู้สร้าง: ผลิตโดย GCOON Media สตูดิโอแถวหน้าของจีนที่เชี่ยวชาญการทำซีรีส์แนวโมเดิร์นโรแมนติกและซีรีส์แนวอาชีพ ยิ่งได้ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง อวี๋จงจง (Yu Chung Chung) มาร่วมงาน ยิ่งทำให้ภาพ แสง และจังหวะคอมเมดี้-ดราม่าออกมากลมกล่อมสุดๆ

นายเย็นชากับยัยปลาหมึก 22

สรุปเนื้อเรื่องย่อ นายเย็นชากับยัยปลาหมึก 2

เรื่องราวในภาคนี้โฟกัสไปที่ อู๋ไป๋ หรือ Dt (รับบทโดย หูอี้เทียน) เด็กหนุ่มอัจฉริยะผู้เงียบขรึมและเย็นชาต่อคนทั้งโลก แต่หัวใจของเขากลับมีไว้ให้ผู้หญิงเพียงคนเดียวคือ อ้ายฉิง หรือ Appledog (รับบทโดย หลี่อี้ถง) หญิงแกร่งระดับเทพแห่งวงการหุ่นยนต์ต่อสู้ ซึ่งเป็น “รักแรกและแรงบันดาลใจ” ที่ทำให้อู๋ไป๋ก้าวเข้าสู่วงการนี้

อู๋ไป๋ใช้เวลาฝึกฝนและพัฒนาตัวเองนานนับสิบปี เพื่อที่จะได้มีโอกาสมายืนเคียงข้างเธอในฐานะคู่แข่งที่คู่ควร ทว่าเส้นทางความรักของพวกเขากลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะอ้ายฉิงสังกัดทีม SP ขณะที่อู๋ไป๋เป็นกัปตันทีม K&K (ของพี่ชาย ฮันซางเหยียน) ความรักระหว่างกัปตันทีมคู่แข่ง ความต่างของอายุ และภาระหน้าที่ในการพาทีมไปคว้าแชมป์โลก กลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่พวกเขาต้องก้าวผ่านไปให้ได้

นายเย็นชากับยัยปลาหมึก 22

4 ไฮไลต์เด็ดที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้น่าติดตามจนหยุดดูไม่ได้!

  1. เคมีพระ-นางระดับ 10 เต็ม 10: สายนุ่มฟูขยี้ใจ

การโคจรมาเจอกันของ หูอี้เทียน และ หลี่อี้ถง ถือเป็นเคมีที่ลงตัวมาก หูอี้เทียนถ่ายทอดความเป็น “อู๋ไป๋” ออกมาได้ตรงตามนิยายเป๊ะๆ ภายนอกดูนิ่งสุมขุม แต่สายตาที่มองนางเอกนั้นคลั่งรักแบบปิดไม่มิด ส่วนหลี่อี้ถงในบท “อ้ายฉิง” ก็เป็นสาวรุ่นพี่ที่เก่ง ฉลาด เท่ แต่พออยู่กับพระเอกแล้วมีความน่ารักนุ่มฟู ดูแล้วอินตามได้ง่ายมาก

  1. เปลี่ยนไลน์อัปการแข่งขันใหม่: ตื่นตาตื่นใจกว่าเดิม

จากภาคแรกที่เป็นการแข่งกดคีย์บอร์ดแก้โค้ดคอมพิวเตอร์ ภาคนี้เปลี่ยนมาเป็น “การแข่งหุ่นยนต์บังคับต่อสู้” ซึ่งทำให้ภาพรวมของซีรีส์มีความเป็นแอกชันและลุ้นระทึกมากขึ้น มีการวางแผนกลยุทธ์ การซ่อมบำรุงหุ่นยนต์ และฉากปะทะกันของหุ่นเหล็กที่ทำ CG ออกมาได้เนียนตาและสมจริง ปลุกใจให้ฮึกเหิมสุดๆ

  1. มิตรภาพและความฝันของคนรุ่นใหม่

จุดเด่นของซีรีส์ชุดนี้คือการไม่ทิ้งประเด็นเรื่อง “ความพยายาม” เราจะได้เห็นสปิริตของนักกีฬาอีสปอร์ต การร่วมแรงร่วมใจของสมาชิกในทีม K&K และ SP ที่ถึงแม้จะแข่งขันกันอย่างดุเดือดบนเวที แต่หลังเวทีพวกเขาก็คือเพื่อนร่วมอาชีพที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เป็นแนวคิดที่สร้างแรงบันดาลใจได้ดีมาก

  1. การปรากฏตัวของแขกรับเชิญที่ทุกคนรอคอย

แฟนๆ ภาคแรกต้องกรี๊ดแน่นอน เพราะเรื่องนี้มีเซอร์ไพรส์ด้วยการดึงตัว ลี่เซี่ยน (Li Xian) และ หยางจื่อ (Yang Zi) มาร่วมแจมในฐานะนักแสดงรับเชิญ ขอบอกเลยว่าการมาของพวกเขาไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาช่วยเติมเต็มพล็อตเรื่องให้สมบูรณ์ แถมยังมีฉากแต่งงานในตำนานที่แฟนคลับรอคอยอีกด้วย!

สรุปภาพรวม: เหมาะกับใคร? ทำไมต้องดูตอนนี้?

(Go Go Squid 2: Dt. Appledog’s Time) เป็นซีรีส์ที่ดูง่าย สบายสมอง เนื้อหาไม่มีตัวร้ายที่น่ารำคาญใจ มีแต่ความละมุนของพระเอกสายเปย์และคลั่งรัก ผสมผสานกับความตื่นเต้นของวงการหุ่นยนต์ต่อสู้ได้อย่างลงตัว หากคุณกำลังมองหาซีรีส์จีนแนวโรแมนติก-ฟีลกู๊ด ที่ช่วยเติมพลังบวกในวันเหนื่อยๆ เรื่องนี้ตอบโจทย์แน่นอนครับ!

  • คะแนนความน่าติดตาม: 8.5/10
  • ช่องทางการรับชม: iQIYI / WeTV
Scroll to Top