บึงกาฬ เมื่อ “ไทจู” บุกอีสาน! หนังสัตว์ประหลาดไทย งานสร้างระดับอินเตอร์ถ้าพูดถึงหนังไทยที่ทำถึงเรื่อง “CG” และ “งานสร้าง” ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ต้องอยู่ในลิสต์แน่นอน นี่คือโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่ใช้เวลาบ่มเพาะนานหลายปี เพื่อพิสูจน์ว่าคนไทยก็สามารถสร้างสัตว์ประหลาดที่ดูน่าเกรงขามและสมจริงไม่แพ้ชาติใดในโลก
ข้อมูลเบื้องต้น
- ผู้กำกับ: ลี ทองคำ (Lee Thongkham)
- สตูดิโอ: Hollywood Thailand และ เนรมิตหนัง ฟิล์ม
- ผู้ออกแบบสัตว์ประหลาด: Jordu Schell (ผู้อยู่เบื้องหลังงานดีไซน์ใน Avatar และ Hellboy)
ความลับใต้บาดาล และความพิโรธที่ยากจะหยุดยั้ง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเด็กหญิงคนหนึ่งในจังหวัดไปพบกับ “ไข่ประหลาด” ขนาดใหญ่ริมชายหาดแม่น้ำโขง และได้นำมันกลับมาบ้านด้วยความไร้เดียงสา ทว่าสิ่งที่ตามมาไม่ใช่ความโชคดี แต่มันคือ “มัจจุราช” จากใต้บาดาลที่ขึ้นมาตามหาลูกของมัน
สัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ความสูงกว่า 9 เมตร เริ่มออกอาละวาดโจมตีผู้คนในหมู่บ้านอย่างโหดเหี้ยม ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ ทำให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ต้องร่วมมือกันหาทางรวบรวมความกล้าเพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่วิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้ ก่อนที่ทั้งเมืองจะกลายเป็นสุสานใต้น้ำ

5 เหตุผลที่ทำให้ “บึงกาฬ” น่าติดตาม (จนต้องหามาดู)
- สัตว์ประหลาด “ตัวเป็นๆ” ไม่ใช่แค่ CG
สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้โดดเด่นกว่าหนังสัตว์ประหลาดทั่วไป คือการใช้ “Animatronics” หรือการสร้างหุ่นสัตว์ประหลาดขนาดจริงขึ้นมาเข้าฉาก ร่วมกับการใช้ CG ในส่วนที่จำเป็น ทำให้สัดส่วนของสัตว์ประหลาดดูมีมิติ มีน้ำหนัก และดูน่ากลัวสมจริงเมื่อต้องปะทะกับนักแสดง
- ดีไซน์ระดับโลกจากทีมงาน Avatar
สัตว์ประหลาดในเรื่องไม่ได้ดูเหมือนตะกวดหรือจระเข้ทั่วไป แต่มันถูกออกแบบโดย Jordu Schell นักออกแบบระดับโลก ทำให้หน้าตาของมันมีความเป็นเอกลักษณ์ ดูดุร้าย และมีกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตโบราณที่อาศัยอยู่ในลุ่มแม่น้ำโขงจริงๆ
- บรรยากาศอึมครึมที่ชวนระทึก
หนังเลือกใช้ฉากหลังเป็นจังหวัดบึงกาฬในช่วงที่ฝนตกตลอดเวลา (Rainy Atmosphere) ซึ่งช่วยขับเน้นความรู้สึกไม่ปลอดภัย งานภาพคุมโทนได้ดีมาก ทำให้เรารู้สึกว่าสัตว์ประหลาดอาจจะโผล่ออกมาจากมุมมืดหรือใต้มวลน้ำได้ทุกเมื่อ
- การตีความความเชื่อท้องถิ่น
แม้หนังจะมีความเป็นสากลสูง แต่ก็ยังสอดแทรกเรื่องราวความเชื่อทางภาคอีสานและความผูกพันกับแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของชาวบึงกาฬ ทำให้หนังมีเสน่ห์ในแบบฉบับ Local ที่หาไม่ได้จากหนังฮอลลีวูด
- โปรดักชันที่ไปไกลกว่าคำว่าหนังไทย
การจัดแสง สี และเสียงประกอบ (Sound Design) ทำออกมาได้ดุดัน แนะนำว่าใครที่มีระบบเครื่องเสียงดีๆ จะได้ยินเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนถึงใจ เป็นการยกระดับมาตรฐานหนังแนว Monster ของไทยไปอีกขั้น

เจาะลึกความน่าสนใจ: มากกว่าแค่หนังวิ่งหนีกระซวกไส้
นอกเหนือจากฉากแอ็กชันและการไล่ล่า สิ่งที่หนังพยายามสื่อสารคือ “สัญชาตญาณความเป็นแม่” และ “ผลกระทบจากการกระทำของมนุษย์” สัตว์ประหลาดในเรื่องไม่ได้ขึ้นมาฆ่าคนเพราะความสะใจ แต่มันมาเพื่อปกป้องสิ่งสำคัญของมัน ซึ่งจุดนี้ทำให้คนดูอาจจะแอบเผลอเห็นใจสัตว์ประหลาดอยู่ลึกๆ
นอกจากนี้ การกระจายบทไปที่ตัวละครต่างๆ ทั้งฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้าน ช่วยให้เราเห็นมุมมองที่หลากหลายต่อเหตุการณ์วิกฤตนี้ แม้บางช่วงบทภาพยนตร์อาจจะมีรอยโหว่อยู่บ้าง แต่ความตื่นตาตื่นใจของงานภาพก็สามารถดึงความสนใจให้เราติดตามไปจนจบเรื่องได้ไม่ยาก
บทสรุป: ก้าวสำคัญของวงการหนัง Sci-Fi ไทย
(The Lake) อาจไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบในแง่ของบทสรุป แต่เป็นหนังที่ “ใจถึง” ในการสร้างสรรค์งานภาพและเทคนิคพิเศษ เป็นความภาคภูมิใจที่เห็นคนไทยกล้าทำหนังแนวนี้ออกมาสู่สายตาชาวโลก ใครที่ชอบหนังแนว The Host หรือ Godzilla นี่คือหนังไทยที่คุณต้องเปิดใจลองดูสักครั้ง
เหมาะสำหรับ: คนชอบหนังสัตว์ประหลาด, แฟนหนังแนวระทึกขวัญ, และคนที่อยากเห็นศักยภาพ CG ไทย
คะแนนความอลังการ: 9/10




