ริดดิค 2

ริดดิค 2

The Chronicles of Riddick เมื่ออาชญากรตัวร้าย กลายเป็นความหวังสุดท้ายของจักรวาล!หากคุณกำลังมองหาหนังไซไฟแอ็กชันที่ “เท่” ตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้าย ชื่อของ “ริดดิค” (Riddick) ชายผู้มีดวงตาพิเศษมองเห็นในที่มืด จะต้องอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ แน่นอน โดยเฉพาะในภาคที่ 2 อย่างที่เป็นการยกระดับจากหนังหนีตายสัตว์ประหลาดในภาคแรก (Pitch Black) กลายมาเป็นมหากาพย์สงครามดวงดาวที่ยิ่งใหญ่และล้ำสมัยจนกลายเป็นหนังคัลท์ (Cult Classic) ที่แฟนๆ รักมากที่สุด

ข้อมูลภาพยนตร์

  • ผู้กำกับ: David Twohy
  • สตูดิโอ: Universal Pictures
  • นำแสดงโดย: Vin Diesel, Thandiwe Newton, Karl Urban และ Judi Dench

เรื่องย่อ: สงครามระหว่างลัทธิคลั่งกับหนึ่งนักล่าพันธุ์ดุ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก 5 ปี ริชาร์ด บี. ริดดิค (Vin Diesel) ยังคงหลบหนีการตามล่าจากเหล่าพวกนักล่าเงินรางวัลไปทั่วจักรวาล จนกระทั่งเขาได้พบกับความจริงที่ว่า จักรวาลกำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุดอย่าง “เนโครมอนเกอร์” (Necromongers) กองทัพกึ่งเป็นกึ่งตายที่ตระเวนทำลายดวงดาวต่างๆ และบังคับให้ผู้คนเลือกว่าจะ “ยอมจำนนหรือตาย”

ริดดิคถูกดึงเข้าไปพัวพันกับคำทำนายโบราณที่ว่า “ชาวฟิวรี่” (เชื้อสายของเขา) คือผู้เดียวที่จะโค่นล้ม ลอร์ด มาร์แชล ผู้นำจอมโหดของพวกเนโครมอนเกอร์ได้ จากนักโทษหนีคดีที่ต้องการเพียงความสงบ เขาจึงต้องกลายเป็นผู้ถูกเลือกที่ต้องบุกตะลุยไปตั้งแต่คุกนรกที่ร้อนระอุไปจนถึงใจกลางยานแม่ เพื่อหยุดยั้งหายนะครั้งนี้!

ความน่าสนใจที่ทำให้ “ริดดิค 2″ เป็นหนังไซไฟที่ข้ามกาลเวลา

  1. การสร้างจักรวาล (World Building) ที่เป็นเอกลักษณ์

เสน่ห์ของภาคนี้คือการสร้างโลกที่ดูแปลกตาและทรงพลัง ทีมงานออกแบบฉากและชุดคอสตูมได้สวยงามมาก โดยเฉพาะพวกเนโครมอนเกอร์ที่มีศิลปะแนวบารอกผสมไซไฟ ดูขลังและน่าเกรงขาม หนังไม่ได้เล่าแค่เรื่องการต่อสู้ แต่ยังเล่าถึงความเชื่อ ศาสนา และอารยธรรมที่ล่มสลาย ทำให้มันดูมีมิติมากกว่าหนังแอ็กชันทั่วไป

  1. Vin Diesel กับบทบาทที่ดีที่สุดในชีวิต

หลายคนอาจติดภาพเขาจาก Fast & Furious แต่เชื่อเถอะว่าบท ริดดิค คือบทที่ดึงเสน่ห์ของวิน ดีเซล ออกมาได้มากที่สุด ความนิ่ง ขรึม และความฉลาดแกมโกงแบบ “Anti-Hero” (ฮีโร่สายดาร์ก) ทำให้คนดูต้องเอาใจช่วยแม้ว่าเขาจะเป็นอาชญากรก็ตาม ที่สำคัญคือความเท่ในฉากต่อสู้ที่ใช้ไหวพริบมากกว่าแค่พละกำลัง

ริดดิค 2

หัวข้อย่อยเจาะลึก: ทำไมภาคนี้ถึง “มัน” กว่าที่คุณคิด?

  • ฉากหนีตายจากดวงดาว “Crematoria” (นรกเรียกพี่!)

หนึ่งในฉากจำที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือตอนที่ริดดิคต้องหนีออกจากคุกใต้ดินบนดวงดาวที่มีอุณหภูมิพื้นผิวสูงจนเผาทุกอย่างให้เป็นจลน์ได้ทันทีที่พระอาทิตย์ขึ้น ฉากการวิ่งแข่งกับแสงอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลามเลียผิวดินเป็นงานภาพที่ตื่นตาตื่นใจและกดดันสุดๆ ถือเป็น Masterpiece ของหนังเรื่องนี้เลยครับ

  • การรวมตัวของนักแสดงระดับพระกาฬ

ใครจะเชื่อว่าหนังไซไฟแอ็กชันดุๆ แบบนี้จะดึงตัวแม่อย่าง Judi Dench มารับบท “อีเทอร์เรียล” ผู้ลึกลับได้ รวมถึงการได้เห็น Karl Urban (จาก The Boys) ในลุคแม่ทัพผู้ทะเยอทะยาน และ Thandiwe Newton ในบทเมียจอมวางแผน ทำให้เส้นเรื่องของการเมืองในกองทัพมีความเข้มข้นเหมือนดู Game of Thrones ฉบับอวกาศ

  • อาวุธและการต่อสู้ที่เรียบง่ายแต่โหดเหี้ยม

ริดดิคไม่ได้ใช้ปืนเลเซอร์ยิงถล่มกันปั้งปั้ง แต่เขาถนัดการใช้มีดพกคู่ใจและความมืดเป็นอาวุธ ฉากแอ็กชันในเรื่องนี้จึงเน้นไปที่การลอบสังหารและการต่อสู้ระยะประชิดที่รวดเร็วและเด็ดขาด ซึ่งหาดูได้ยากในหนังไซไฟฟอร์มยักษ์ยุคนั้น

ริดดิค 2

บทสรุป: มหากาพย์ที่ควรค่าแก่การรับชม

The Chronicles of Riddick คือความทะเยอทะยานของผู้กำกับและนักแสดงที่อยากสร้าง “Star Wars ฉบับดาร์ก” แม้ในช่วงที่ออกฉายจะถูกวิจารณ์ไปบ้าง แต่กาลเวลาพิสูจน์แล้วว่านี่คือหนังที่สนุก ดูเพลิน และมีลายเส้นที่ชัดเจนมากที่สุดเรื่องหนึ่ง

ถ้าคุณชอบตัวละครที่เก่งแบบไม่ต้องอธิบายเยอะ ชอบงานดีไซน์ที่ดูแปลกตา และชอบเรื่องราวการชิงไหวชิงพริบท่ามกลางสงครามดวงดาวคือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาดครับ!

สรุปคะแนน: 8.5/10 (คะแนนพิเศษสำหรับความเท่เกินต้านของริดดิค!)

 

Scroll to Top