ศึกดวงดาวพิฆาตสะท้านจักรวาล1

Jupiter Ascending ศึกดวงดาวพิฆาตสะท้านจักรวาล (2015)

รีวิว Jupiter Ascending (ศึกดวงดาวพิฆาตสะท้านจักรวาล) มหากาพย์ไซไฟดีไซน์ล้ำ ที่พาคุณท่องไปสุดขอบกาแล็กซีหากพูดถึงหนังไซไฟที่มีงานภาพตระการตาและพล็อตเรื่องที่ใหญ่ระดับจักรวาล ชื่อของ Jupiter Ascending จะต้องถูกหยิบมาพูดถึงอย่างแน่นอน แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่ความอลังการของงานสร้างยังคงเป็นที่จดจำ สำหรับใครที่กำลังมองหาหนังแอ็กชันแฟนตาซีที่ดูเพลินและมีงานโปรดักชันระดับเทพ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกกันว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงยังน่าหามาชม

รายละเอียดผู้สร้างและสตูดิโอ

  • สตูดิโอผู้สร้าง: Warner Bros. Pictures ร่วมกับ Village Roadshow Pictures
  • ผู้กำกับ/เขียนบท: สองพี่น้อง The Wachowskis (Lana & Lilly Wachowski) ผู้ที่เคยฝากผลงานระดับตำนานอย่าง The Matrix และ Cloud Atlas * นักแสดงนำ: Mila Kunis, Channing Tatum, Eddie Redmayne และ Sean Bean

เรื่องย่อ: จากหญิงล้างห้องน้ำสู่ราชินีแห่งจักรวาล

เรื่องราวเริ่มต้นที่ จูปีเตอร์ โจนส์ (รับบทโดย Mila Kunis) หญิงสาวธรรมดาที่ใช้ชีวิตในชิคาโกด้วยการรับจ้างทำความสะอาดห้องน้ำ ชีวิตของเธอดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษ จนกระทั่งเธอถูกตามล่าโดยกลุ่มนักฆ่าจากต่างดาว และได้รับการช่วยเหลือจาก เคน ไวส์ (รับบทโดย Channing Tatum) อดีตนักล่าทางทหารที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้มีลักษณะกึ่งมนุษย์กึ่งหมาป่า

จูปีเตอร์ได้เรียนรู้ความจริงที่ชวนช็อกว่า โลกเป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ ของอาณาจักรระดับกาแล็กซีที่ปกครองโดยตระกูล Abrasax มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในจักรวาล และที่สำคัญที่สุดคือ จูปีเตอร์มีพันธุกรรมที่ตรงกับราชินีผู้ล่วงลับ ทำให้เธอมีสิทธิ์เหนือ “มรดก” ที่ยิ่งใหญ่นั่นคือ “ดาวโลก” ท่ามกลางศึกชิงอำนาจระหว่างพี่น้องตระกูล Abrasax เธอจึงต้องหาทางเอาชีวิตรอดและปกป้องมนุษยชาติจากการถูก “เก็บเกี่ยว”

ศึกดวงดาวพิฆาตสะท้านจักรวาล1

5 จุดเด่นที่ทำให้ Jupiter Ascending น่าติดตามและห้ามพลาด

  1. งานภาพ (Visual Effects) ที่สวยงามจนลืมหายใจ

ต้องยอมรับว่าพี่น้อง Wachowskis ไม่เคยทำให้ผิดหวังเรื่องงานดีไซน์ ยานอวกาศในเรื่องไม่ได้เป็นแค่เครื่องจักร แต่เปรียบเสมือนงานศิลปะที่มีความวิจิตรบรรจง ผสมผสานระหว่างความล้ำสมัยกับกลิ่นอายแบบบารอก (Baroque) การออกแบบชุดแต่งกายและสถาปัตยกรรมบนดาวต่างๆ ทำออกมาได้อลังการและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก

  1. รองเท้าสเก็ตแรงโน้มถ่วง: ฉากแอ็กชันที่แปลกใหม่

หนึ่งในความเท่ที่สุดของหนังเรื่องนี้คือ “รองเท้า Gravity Boots” ของเคน ไวส์ ที่ทำให้เขาสามารถสไลด์ไปบนอากาศได้เหมือนการเล่นสเก็ต ฉากไล่ล่าเหนือน่านฟ้าชิคาโกในช่วงต้นเรื่องถือเป็นหนึ่งในฉากแอ็กชันไซไฟที่ทำออกมาได้ลื่นไหลและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดฉากหนึ่งในยุคนั้น

  1. การแสดงของ Eddie Redmayne ในบทวายร้ายสุดเนี๊ยบ

เอดดี เรดเมย์น รับบทเป็น Balem Abrasax พี่ชายคนโตของตระกูลผู้บ้าอำนาจ เขาถ่ายทอดตัวละครนี้ออกมาได้อย่างน่าสนใจ ด้วยน้ำเสียงที่กระซิบกระซาบแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัวและความแปรปรวนทางอารมณ์ ทำให้เขากลายเป็นตัวร้ายที่มีเสน่ห์แปลกๆ และน่าจดจำ

  1. โลกทัศน์ที่กว้างไกลและทฤษฎีสมคบคิด

หนังไม่ได้เล่าแค่เรื่องการต่อสู้ แต่ยังสอดแทรกแนวคิดเรื่อง “การเก็บเกี่ยวทรัพยากรมนุษย์” เพื่อสร้างน้ำอมฤตที่ทำให้ผู้สูงศักดิ์มีชีวิตอมตะ ซึ่งเป็นการจิกกัดระบบทุนนิยมและการแบ่งชนชั้นในสังคมได้อย่างแยบคาย ผ่านสเกลระดับดวงดาว

  1. เคมีของพระ-นาง และความโรแมนติกแบบเทพนิยาย

แม้จะเป็นไซไฟจ๋าๆ แต่แกนกลางของเรื่องมีความเป็น “ซินเดอเรลล่าอวกาศ” อยู่สูงมาก ความสัมพันธ์ระหว่างจูปีเตอร์และเคนที่คอยปกป้องเธออยู่ตลอดเวลา ช่วยเพิ่มมิติทางอารมณ์ให้กับหนัง ทำให้คนดูรู้สึกเอาใจช่วยให้ทั้งคู่รอดพ้นจากอันตรายไปพร้อมๆ กัน

(ศึกดวงดาวพิฆาตสะท้านจักรวาล)  บทสรุป: ทำไมคุณควรเปิดใจดูสักครั้ง?

Jupiter Ascending อาจไม่ใช่หนังไซไฟที่ซับซ้อนจนต้องตีความหนักแบบ Inception หรือ Interstellar แต่มันคือ “Space Opera” ที่เน้นความบันเทิง งานดีไซน์ล้ำสมัย และความสนุกแบบสุดเหวี่ยง หนังเรื่องนี้เหมาะมากสำหรับวันที่คุณต้องการพักสมองแล้วปล่อยใจไปกับจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัดหากคุณเป็นแฟนคลับของพี่น้อง Wachowskis หรือชอบหนังแนว Star Wars และ Dune ที่มีความเป็นแฟนตาซีผสมผสานความอลังการของจักรวาล Jupiter Ascending คือภาพยนตร์ที่คุณควรเก็บไว้ในลิสต์ “หนังภาพสวยที่ต้องดู” อย่างแน่นอน!

คะแนนความน่าติดตาม: 8/10 (สำหรับงานสร้างและจินตนาการที่โดดเด่น)

 

Scroll to Top