เดอะ เฟเบิลแมนส์2

The Fabelmans – เดอะ เฟเบิลแมนส์

รีวิว The Fabelmans (เดอะ เฟเบิลแมนส์) จดหมายรักจากปลายนิ้วถึงโลกภาพยนตร์ ผลงานกึ่งชีวประวัติสุดละเมียดของ Steven Spielbergหากถามถึงชื่อผู้กำกับที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกฮอลลีวูด คงไม่มีใครไม่รู้จัก Steven Spielberg เจ้าของผลงานขึ้นหิ้งอย่าง Jaws, E.T. และ Jurassic Park แต่ในครั้งนี้เขาไม่ได้พาเราไปหนีฉลามหรือไล่ล่าไดโนเสาร์ ทว่าเขาจะพาเราย้อนกลับไปดู “จุดเริ่มต้น” ของทุกอย่างผ่านภาพยนตร์ที่เปรียบเสมือนจดหมายรักฉบับส่วนตัวที่สุดในชีวิต

ข้อมูลภาพยนตร์: เบื้องหลังความฝันอันยิ่งใหญ่

  • ผู้กำกับ: Steven Spielberg
  • สตูดิโอ: Amblin Entertainment / Universal Pictures
  • นักแสดงนำ: Gabriel LaBelle, Michelle Williams, Paul Dano และ Seth Rogen
  • รางวัลการันตี: เข้าชิง 7 รางวัลออสการ์ (รวมสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม) และชนะรางวัลลูกโลกทองคำสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Drama)

The Fabelmans ไม่ใช่แค่หนังดราม่าครอบครัวทั่วไป แต่คือการเปลือยชีวิตจริงของสปีลเบิร์ก ตั้งแต่วันแรกที่เขาได้สัมผัส “มนตร์ขลัง” ของโรงหนัง จนกลายเป็นแรงผลักดันที่เปลี่ยนเด็กชายธรรมดาให้กลายเป็นพ่อมดแห่งวงการภาพยนตร์

เรื่องย่อ: เมื่อ “กล้อง” กลายเป็นดวงตาใบที่สอง

เรื่องราวเล่าผ่านสายตาของ แซมมี่ เฟเบิลแมน (Gabriel LaBelle) เด็กชายชาวยิวที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีความแตกต่างกันสุดขั้ว ระหว่าง เบิร์ต (Paul Dano) พ่อผู้เป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์อัจฉริยะที่มองทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผล และ มิตซี่ (Michelle Williams) แม่ผู้เป็นศิลปินนักเปียโนที่ใช้หัวใจและอารมณ์นำทางชีวิต

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อแซมมี่ได้ไปดูหนังเรื่องแรกในชีวิต The Greatest Show on Earth ฉากรถไฟชนกันในเรื่องนั้นทำให้เขาทั้งกลัวและหลงใหล จนต้องขอให้พ่อซื้อรถไฟของเล่นมาลองชนกันเองและใช้ “กล้อง 8 มม.” ของครอบครัวถ่ายเก็บไว้ เพื่อที่จะ “ควบคุม” ความกลัวนั้นได้ ตั้งแต่นั้นมา กล้องก็กลายเป็นอวัยวะส่วนที่ 33 ของเขา แซมมี่ใช้การถ่ายหนังเป็นทั้งงานอดิเรก วิธีผูกมิตรกับเพื่อน และเป็นเครื่องมือที่ทำให้เขาค้นพบ “ความลับ” บางอย่างในครอบครัวที่อาจเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

เดอะ เฟเบิลแมนส์2

5 เหตุผลที่ทำให้ The Fabelmans คือหนังที่ “คนรักหนัง” ต้องดู

  1. การสำรวจความขัดแย้งระหว่าง “ศิลปะ” และ “ความจริง”

หนังนำเสนอความขัดแย้งที่น่าสนใจระหว่างพ่อและแม่ พ่อมองว่าการถ่ายหนังคือ “งานอดิเรก” (Hobby) แต่แม่มองว่ามันคือ “พรสวรรค์” (Art) แซมมี่ต้องเติบโตมาท่ามกลางแรงกดดันระหว่างการเลือกทำในสิ่งที่มั่นคงกับการวิ่งตามความฝันที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งสะท้อนชีวิตของใครหลายคนในปัจจุบันได้อย่างยอดเยี่ยม

  1. เบื้องหลังเทคนิคการทำหนังฉบับคลาสสิก

เราจะได้เห็นความพยายามของเด็กชายแซมมี่ในการเนรมิตสเปเชียลเอฟเฟกต์ด้วยมือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นการใช้เข็มเจาะฟิล์มเพื่อให้เกิดแสงวาบเหมือนเสียงปืน หรือการขุดหลุมเพื่อสร้างฉากระเบิดในสนามหลังบ้าน ฉากเหล่านี้ไม่เพียงแต่สนุกและเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ แต่ยังทำให้เราเห็นว่า “หัวใจของการเล่าเรื่อง” สำคัญกว่าอุปกรณ์ราคาแพง

  1. พลังการแสดงระดับคุณภาพ

มอบการแสดงที่ทรงพลังในบทแม่ที่เปราะบางและเต็มไปด้วยอารมณ์ศิลปิน เธอคือศูนย์กลางของเรื่องที่ทำให้เราทั้งรักและเจ็บปวดไปพร้อมกัน ในขณะที่ Gabriel LaBelle ผู้รับบทแซมมี่ ก็สามารถถ่ายทอดความมุ่งมั่นและความสับสนของวัยรุ่นที่ค้นพบความจริงอันโหดร้ายผ่านเลนส์กล้องได้อย่างน่าประทับใจ

  1. บทเรียนเรื่อง “ความลับหลังเลนส์”

มีคำพูดหนึ่งในหนังที่ลึกซึ้งมากคือ “หนังจะบอกความจริงกับคุณ แม้ว่าคุณจะไม่อยากเห็นมันก็ตาม” แซมมี่ค้นพบความจริงเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวผ่านการตัดต่อฟิล์มที่เขาถ่ายเอง มันแสดงให้เห็นว่าบางครั้งกล้องก็ทำหน้าที่บันทึกสิ่งที่ตาเปล่ามองข้ามไป เป็นพาร์ทดราม่าที่หนักแน่นและบีบคั้นหัวใจที่สุดในเรื่อง

  1. ฉากจบที่กลายเป็นตำนาน

โดยเฉพาะฉากการพบกันระหว่างแซมมี่และผู้กำกับรุ่นเก๋าในตำนาน (ซึ่งขอไม่สปอยล์ว่าเป็นใคร) ฉากนี้ถือเป็นเซอร์ไพรส์ที่เรียกเสียงฮือฮาและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทำงานศิลปะทุกคน เป็นการตอกย้ำว่า “มุมมอง” (Perspective) คือสิ่งที่กำหนดความเป็นอัจฉริยะ

เดอะ เฟเบิลแมนส์2

(เดอะ เฟเบิลแมนส์) บทสรุป: มากกว่าหนังชีวประวัติ คือแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันตาย

The Fabelmans อาจจะดูเหมือนหนังที่สร้างมาเพื่อสดุดีตัวเองของสปีลเบิร์ก แต่ความจริงแล้วมันคือหนังที่เฉลิมฉลองให้กับ “พลังของจินตนาการ” และ “ความกล้าที่จะล้มเหลว” หนังมีความยาวเกือบ 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่อ่านเพลินและเดินเรื่องนุ่มนวลเหมือนเรากำลังฟังผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อนเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับของสปีลเบิร์กหรือไม่ หรือเป็นเพียงคนที่กำลังหาทางเดินให้ชีวิต หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณอยากลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างที่รัก และเตือนใจเราว่า ทุกความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่… ล้วนเริ่มมาจากความกลัวที่ถูกบันทึกไว้ในฟิล์มม้วนแรกทั้งสิ้น

คะแนนความน่าติดตาม: 9.5/10

เหมาะสำหรับ: คนรักหนัง, คนทำงานสายสร้างสรรค์, ครอบครัว และคนที่ต้องการแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

 

Scroll to Top