รีวิว “สาปเมือง” แม่นางผีอยากเป็นตำนาน..น่าฮักขนาด โปรยเสน่ห์บนจังหวะจะโคนลุ่ม ๆ ดอน ๆชั่วโมงนี้ถ้าพูดถึงเทรนด์หนังผีไทยที่มาแรงสุด ๆ คงหนีไม่พ้น “หนังผีสายฮา-โรแมนติกคอมเมดี้” ที่พยายามสลัดภาพความสยองขวัญแบบเดิม ๆ แล้วเติมความตลกโบ๊ะบ๊ะเข้าไป และล่าสุดสด ๆ ร้อน ๆ กับภาพยนตร์เรื่องหรือชื่อภาษาอังกฤษเก๋ ๆ ว่า Ghostfluencer ผลงานการกำกับของ อนวรรษ พรมแจ้ ที่หยิบเอาเรื่องราวความเชื่อ กลิ่นอายล้านนา และกระแสโลกโซเชียลยุคปัจจุบันมาปั่นรวมกัน จนกลายเป็นหนังผีอารมณ์ดีที่พกความน่ารักมาแบบเต็มกระเป๋าแต่เอ๊ะ! รีวิวภาพรวมจะเป็นยังไง? จะม่วนขนาดไหน หรือมีจุดไหนที่ต้องเอามือกุมขมับบ้าง? วันนี้เราสรุปมาให้ฟังกันแบบเน้น ๆ อ่านเพลินจบในที่เดียวเลย
สรุปเนื้อเรื่องย่อ: เมื่อสัมภเวสีร้อยปี อยากมีตำนานรักกับ “หมาเด็ก”
เรื่องราวของ “ฟางคำ” (รับบทโดย น้ำตาล-พิจักขณา วงศารัตนศิลป์) วิญญาณสาวพื้นเมืองโนเนมที่ถูกกักขังและเร่ร่อนมานานกว่า 100 ปี แทนที่จะนั่งเศร้าหรือหลอกหลอนคนไปวัน ๆ เธอดันมีความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่ว่า “อยากกลายเป็นผีระดับตำนาน” ที่ผู้คนจดจำและได้รับการจารึกไว้บนจิตรกรรมฝาผนังเหมือนผีตัวแม่ตนอื่น ๆ บ้าง!และหนทางเดียวที่จะสร้างตำนานได้สำเร็จก็คือ การตามหาเนื้อคู่ มาร่วมสร้างตำนานรักแท้สุดโรแมนติก แต่ความพีคคือ เนื้อคู่ตามลักษณะสายมูของเธออย่าง “ไซ” (รับบทโดย ตี๋-บุญเกียรติ วงค์ษาแจ่ม) ดันกลับชาติมาเกิดเป็น “คนทำปะทัด” ซึ่งปะทัดหรือดอกไม้ไฟเนี่ยดันเป็นวัตถุต้องห้ามที่ผีอย่างฟางคำเข้าใกล้ไม่ได้เลยสักนิด!
เมื่อผีสาวคลั่งรักเข้าใกล้ผู้ชายไม่ได้ ภารกิจนี้จึงต้องพึ่งพาแรงงานมนุษย์อย่าง ทายาทบ่าวผู้ดูแลวิญญาณที่สืบทอดหน้าที่มานับร้อยปี มาร่วมด้วยช่วยกันเป็นพ่อสื่อแม่ชัก พร้อม ๆ กับการทำคอนเทนต์ดันให้ฟางคำกลายเป็น “ผีอินฟลูเอนเซอร์” (Ghostfluencer) แถมระหว่างทางยังต้องคอยตบตีและแก้ปริศนาจากวิญญาณเจ้าถิ่นตนอื่น ๆ ที่คอยมาขัดขวางอีกต่างหาก!
ความน่าสนใจที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าติดตาม|
- เคมีพุ่งกระฉูด: “น้ำตาล พิจักขณา” ผีสาวสุดต๊าช ปะทะ “ตี๋ บุญเกียรติ” หมาเด็กหน้าใส |
- ไอเดียแหวกแนว: การเอาความหลอนร้อยปีมาฟิวชันกับ “วงการคอนเทนต์และอินฟลูเอนเซอร์” |
- เสน่ห์ล้านนา: ภาษาถิ่นเหนือจอย ๆ โลเคชันสวย ๆ และมุกตลกพื้นบ้านที่ดูแล้วอมยิ้ม |
รีวิวเจาะลึก: “สาปเมือง” จังหวะจะโคนลุ่ม ๆ ดอน ๆ แต่ความน่ารักช่วยชีวิต!
ต้องยอมรับเลยว่า “ไอเดียและคอนเซปต์” ของ สาปเมือง มีความครีเอทีฟและน่าสนใจมาก การนำเอาชีวิตสัมภเวสีมาเปรียบเทียบกับการเป็น “คนไร้ตัวตนในโลกโซเชียล” ที่อยากแจ้งเกิด อยากมีแสง สตรีมไลน์ออกมาเป็น “Ghostfluencer” ถือเป็นมุมมองที่ซื่อตรงและเสียดสีสังคมยุคนี้ได้อย่างน่ารักตัวหนังพยายามเดินหน้าด้วยสไตล์คอมเมดี้-โรแมนติก กลิ่นอายคล้าย ๆ หนังฮิตแนวผีเฝ้าบ้านก่อนหน้านี้ แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ “ความเป็นเหนือ” ทั้งสำเนียงคำเมือง มุกตลกเฉพาะถิ่น และคอสตูมผ้าพื้นเมืองที่ดูแล้วเพลินตา
การแสดงคือเดอะแบก: “น้ำตาล” น่าฮักขนาด!
สิ่งที่ดีงามที่สุดในเรื่องและเป็นเหตุผลหลักที่ต้องไปดูคือ น้ำตาล-พิจักขณา ในบท “ฟางคำ” ที่สลัดลุคนางเอกเรียบร้อยมารับบทผีสาวคลั่งรักที่มีความโบ๊ะบ๊ะ ขี้เล่น จริตจะก้านในการโปรยเสน่ห์บอกเลยว่า “น่ารักใจเจ็บ” ยิ่งเวลาที่เธออ้อนหรือพยายามทำตัวเท่ ๆ เพื่อจีบ ตี๋-บุญเกียรติ (ผู้รักษาประตูสุดหล่อที่ผันตัวมาเล่นภาพยนตร์) ที่รับบทเป็น “ไซ” เจ้าหมาเด็กหน้าใส ยิ่งทำให้เคมีคู่นี้มีความฟินและดูเพลินมาก ๆ ใครชอบแนวพระเอกนิ่ง ๆ อึน ๆ กับนางเอกสายรุก น่าจะกรี๊ดคู่นี้ได้ไม่ยาก
จุดสังเกต: บทลุ่ม ๆ ดอน ๆ และจังหวะที่ยังขาด ๆ เกิน ๆ
ถึงแม้ว่านักแสดงจะน่ารักและไอเดียจะดีแค่ไหน แต่สิ่งที่ยังเป็นปัญหาใหญ่ของ สาปเมือง คือ “บทภาพยนตร์และการตัดต่อ” จังหวะจะโคนของหนังค่อนข้างมีความลุ่ม ๆ ดอน ๆ เดินเรื่องสะเปะสะปะไปนิด บางช่วงที่ควรจะกระชับดันเล่าช้า บางช่วงที่ควรจะบิวด์อารมณ์ดราม่าหรือความผูกพันของตัวละครกลับทำได้รีบร้อนเกินไปในส่วนของมุกตลกและการใส่องค์ประกอบผีตัวอื่น ๆ เข้ามา (เช่น บทผีป่า/บัวตอง ของ มิ้นท์-ภูริตา) แม้จะช่วยสร้างสีสันได้ดี แสบ ๆ คัน ๆ แต่บางจังหวะก็ดูหลุดโฟกัสจากเส้นเรื่องหลักไปหน่อย จนทำให้คนดูบางช่วงอาจจะรู้สึก “อิหยังวะ” หรือแอบมองนาฬิกาอยู่บ้าง
สรุปภาพรวม: เหมาะกับใคร? ควรค่าแก่การไปดูไหม?
(Ghostfluencer) ถ้าคุณกำลังคาดหวังหนังผีสยองขวัญ สั่นประสาท หรือหนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีบทเป๊ะระยับระดับมาสเตอร์พีซอาจจะยังไปไม่ถึงจุดนั้นครับแต่! ถ้าคุณต้องการไปเสพความบันเทิงแบบเบาสมอง ไปดูความน่ารักน่าเอ็นดูของน้ำตาลและตี๋ ฟังเพลงเหนือเพราะ ๆ เสพกลิ่นอายวัฒนธรรมล้านนาในมุมมองใหม่ ๆ ที่มีความปั่นและกวนโอ๊ย หนังเรื่องนี้ก็ทำหน้าที่มอบความสนุกและรอยยิ้มให้คุณได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เป็นหนังที่ดูได้เพลิน ๆ ล้างสมองจากความเครียดในชีวิตประจำวันได้ดีเลยครับ
- คะแนนภาพรวม: 6.5/10 (หักคะแนนความหลวมของบท แต่บวกคะแนนความน่ารักของแม่นางฟางคำให้รัว ๆ เลยเจ้า!)




