ดูน1

Dune – ดูน

รีวิว Dune – ดูน มหากาพย์ไซไฟสุดยิ่งใหญ่ ที่ทั้งอลังการ ลึกซึ้ง และตราตรึงทุกโสตประสาทหากพูดถึงภาพยนตร์ไซไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค ชื่อของคือหนึ่งในผลงานที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ทั้งในด้านงานสร้าง โปรดักชัน และความทะเยอทะยานในการถ่ายทอดโลกแฟนตาซีไซไฟระดับมหากาพย์ออกมาให้สมบูรณ์ที่สุดภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงจากนิยายไซไฟระดับตำนานของ Frank Herbert ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนิยายไซไฟที่ทรงอิทธิพลที่สุดตลอดกาลเวอร์ชันภาพยนตร์กำกับโดย Denis Villeneuve เจ้าของผลงานคุณภาพอย่าง Blade Runner 2049 และ Arrival โดยได้ Legendary Pictures และ Warner Bros. Pictures ร่วมดูแลการสร้างสิ่งที่ทำให้ Dune แตกต่างจากหนังไซไฟทั่วไป คือมันไม่ได้มีแค่ฉากแอ็กชันหรือสงครามอวกาศ แต่ยังเต็มไปด้วยการเมือง ศาสนา วัฒนธรรม และปรัชญาที่ลึกซึ้งจนหลายคนยกให้เป็น “Game of Thrones ฉบับไซไฟ”

เรื่องย่อ Dune

เรื่องราวเกิดขึ้นในอนาคตอันไกลโพ้น เมื่อจักรวาลถูกปกครองโดยตระกูลขุนนางต่าง ๆ ที่แข่งขันแย่งชิงอำนาจและทรัพยากรสำคัญที่สุดในจักรวาลอย่าง “สไปซ์” สารล้ำค่าที่สามารถยืดอายุ เพิ่มพลังทางจิต และใช้ในการเดินทางข้ามอวกาศสไปซ์มีอยู่เพียงแห่งเดียวบนดาวทะเลทรายชื่อ “อาร์ราคิส” หรือที่หลายคนเรียกว่าเรื่องราวติดตาม “พอล อะเทรดีส” ชายหนุ่มทายาทตระกูลอะเทรดีส ผู้ถูกส่งมายังดาวอาร์ราคิสพร้อมครอบครัว หลังได้รับคำสั่งให้เข้าปกครองดาวแห่งนี้แทนตระกูลฮาร์คอนเนนศัตรูเก่าแต่เบื้องหลังทั้งหมดกลับเป็นแผนการทรยศครั้งใหญ่ ที่ทำให้พอลต้องสูญเสียทุกอย่าง และเริ่มต้นเส้นทางการเอาชีวิตรอดท่ามกลางทะเลทรายอันโหดร้ายระหว่างนั้น เขายังค้นพบว่าตัวเองอาจมีชะตากรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของทั้งจักรวาล

โลกไซไฟที่ยิ่งใหญ่และสมจริงสุด ๆ

หนึ่งในจุดแข็งที่สุดของ Dune คือ “การสร้างโลก” ที่ทำออกมาได้อลังการและน่าเชื่ออย่างไม่น่าเชื่อทั้งยานอวกาศ เมืองขนาดมหึมา ชุดเครื่องแต่งกาย ภาษา วัฒนธรรม ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตต่างดาว ทุกอย่างถูกออกแบบอย่างละเอียดจนทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในจักรวาลอีกใบจริง ๆโดยเฉพาะ “ดาวอาร์ราคิส” ที่เต็มไปด้วยทะเลทรายสุดลูกหูลูกตา และ “หนอนทรายยักษ์” สัตว์ประหลาดระดับตำนานของเรื่อง ที่กลายเป็นภาพจำสำคัญของหนังทันทีนี่คือหนังที่เหมาะมากกับการดูในโรงภาพยนตร์ เพราะทั้งภาพและเสียงถูกสร้างมาเพื่อมอบประสบการณ์ระดับมหากาพย์โดยเฉพาะ

ดูน1

งานภาพและเสียงระดับมาสเตอร์พีซ

Dune เป็นหนึ่งในหนังที่โดดเด่นด้านงานภาพมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทุกเฟรมของหนังถูกจัดองค์ประกอบอย่างสวยงาม ทั้งการใช้แสง เงา มุมกล้อง และขนาดของฉาก ที่ช่วยขับให้โลกของเรื่องดูยิ่งใหญ่เหนือมนุษย์ขณะที่ดนตรีประกอบโดย Hans Zimmer ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความขลังและความหนักแน่นให้กับหนังเสียงดนตรีในหลายฉากไม่ได้มีหน้าที่แค่สร้างอารมณ์ แต่เหมือนกำลังดึงคนดูให้จมเข้าไปในโลกทะเลทรายอันเวิ้งว้างของ Dune อย่างสมบูรณ์

หนังไซไฟที่ไม่ได้มีแค่แอ็กชัน

แม้หลายคนอาจคาดหวังหนังสงครามอวกาศสุดมันส์ แต่ Dune เป็นหนังที่เน้น “การปูโลก” และ “การเล่าเรื่อง” มากกว่าหนังใช้เวลาในการแนะนำตระกูลต่าง ๆ ระบบการเมือง ศาสนา และชะตากรรมของตัวละครอย่างละเอียด ทำให้เนื้อเรื่องมีความลึกมากกว่าหนังบล็อกบัสเตอร์ทั่วไปนี่จึงอาจเป็นหนังที่ต้องใช้สมาธิในการดูพอสมควร โดยเฉพาะคนที่ไม่คุ้นกับโลกของ Dune มาก่อนแต่หากเปิดใจและค่อย ๆ ซึมซับรายละเอียด จะพบว่าโลกของเรื่องเต็มไปด้วยเสน่ห์และน่าติดตามมาก

การแสดงที่แข็งแรงทั้งเรื่อง

อีกหนึ่งจุดเด่นคือทีมนักแสดงระดับคุณภาพ ที่ช่วยให้ตัวละครทุกตัวดูมีพลังและน่าจดจำโดยเฉพาะ Timothée Chalamet ในบท “พอล อะเทรดีส” ที่ถ่ายทอดทั้งความสับสน ความกดดัน และการเติบโตของตัวละครออกมาได้ดีมากขณะที่นักแสดงสมทบอย่าง Zendaya, Oscar Isaac และ Rebecca Ferguson ต่างก็ช่วยเติมมิติให้เรื่องราวเข้มข้นยิ่งขึ้นแม้บางตัวละครจะยังมีเวลาออกจอไม่มากในภาคแรก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้คนดูอยากติดตามต่อในภาคถัดไป

จุดเด่นที่ทำให้  ดูน แตกต่างจากหนังไซไฟเรื่องอื่น

สิ่งที่ทำให้ Dune พิเศษคือมันไม่ใช่แค่หนังไซไฟธรรมดา แต่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอำนาจ ศาสนา การเมือง และโชคชะตาหนังเต็มไปด้วยสัญลักษณ์และประเด็นที่ชวนตีความ ตั้งแต่การแย่งชิงทรัพยากร ไปจนถึงแนวคิดเรื่อง “ผู้ถูกเลือก” ที่ส่งผลต่อผู้คนทั้งจักรวาลนี่จึงเป็นหนังที่ดูได้ทั้งในฐานะหนังบันเทิงฟอร์มยักษ์ และในฐานะงานศิลปะไซไฟที่เต็มไปด้วยแนวคิดลึกซึ้ง

สรุปรีวิว Dune

คือมหากาพย์ไซไฟที่ทั้งยิ่งใหญ่ สวยงาม และทรงพลังในทุกด้านแม้จะเป็นหนังที่เล่าเรื่องค่อนข้างช้าและเต็มไปด้วยรายละเอียด แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือประสบการณ์การชมที่อลังการและแตกต่างจากหนังบล็อกบัสเตอร์ทั่วไปอย่างชัดเจนด้วยงานกำกับระดับยอดเยี่ยมของ Denis Villeneuve โปรดักชันสุดตระการตา และโลกไซไฟที่มีเสน่ห์มหาศาล ทำให้ Dune กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไซไฟที่ดีที่สุดแห่งยุคอย่างไม่ต้องสงสัยสำหรับใครที่ชื่นชอบหนังไซไฟฟอร์มยักษ์ เนื้อเรื่องเข้มข้น และงานภาพระดับมาสเตอร์พีซ Dune คือหนังที่ควรดูสักครั้งในชีวิต เพราะนี่ไม่ใช่แค่หนังอวกาศธรรมดา แต่คือ “มหากาพย์แห่งจักรวาล” ที่ตราตรึงทั้งสายตาและความรู้สึกจนยากจะลืม

Scroll to Top