Rainbow City

Rainbow City เรนโบว์ซิตี้ by แชพัลอี (3เล่มจบ)

รีวิว ‘Rainbow Cityรนโบว์ซิตี้’ นิยายวายไซไฟ-ซอมบี้ตลกร้าย ที่ดีงามจนวางไม่ลง!ถ้าคุณกำลังมองหานิยายวายแนวแฟนตาซี-ไซไฟ ที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องความรัก แต่จัดเต็มทั้งพล็อตวันสิ้นโลก การเมืองสุดเข้มข้น และฉากแอ็กชันระทึกใจ บอกเลยว่า “Rainbow City เรนโบว์ซิตี้” ผลงานของนักเขียนชื่อดัง แชพัลอี (Chae Pal-i) คือลิสต์ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง! นิยายชุด 3 เล่มจบนี้จะพาคุณดำดิ่งสู่โลกที่ล่มสลายเพราะไวรัสซอมบี้ แต่กลับซ่อนเสน่ห์และความตลกร้ายไว้ได้อย่างแนบเนียน

 ข้อมูลเบื้องต้นของนิยาย

  • ชื่อเรื่อง: เรนโบว์ซิตี้ (3 เล่มจบ)
  • ผู้แต่ง: แชพัลอี (Chae Pal-i)
  • แนว: Sci-Fi, Post-Apocalypse (วันสิ้นโลก), ซอมบี้, แอ็กชัน, โรแมนติกคอมเมดี้ (ตลกร้าย)
  • สำนักพิมพ์ไทย: มีแปลและจัดจำหน่ายในไทยแล้ว (สามารถระบุชื่อสำนักพิมพ์ที่ลงรีวิวได้ตามต้องการ)

 เรื่องย่อ: เมื่อโลกเหลือแค่ ‘เรนโบว์ซิตี้’ กับไวรัสกลายพันธุ์

เรื่องราวเกิดขึ้นในอนาคตที่โลกต้องเผชิญกับ “ไวรัสอาดัม” ที่เปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตกินคนคล้ายซอมบี้ โลกที่เคยเจริญรุ่งเรืองล่มสลายลง เหลือเพียง เมืองปราการด่านสุดท้ายที่แบ่งการปกครองออกเป็น 7 เขตตามสีของสายรุ้งเรื่องราวเริ่มวายป่วงเมื่อ “ควักซูฮวาน” พันตรีหนุ่มแห่งกองกำลังทหารผู้มีพลังกายเหนือมนุษย์ นิสัยขี้เกียจ กวนประสาท และไม่ชอบทำตามคำสั่งใคร ต้องมารับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้กับ “ซอกฮวา” ด็อกเตอร์อัจฉริยะหนุ่มหน้าสวยผู้เย็นชา เจ้าของฉายา “ตุ๊กตาหิน” ที่กำลังวิจัยวัคซีนเพื่อช่วยเหลือมนุษยชาติคนหนึ่งก็กวนบาทาพร้อมบวกตลอดเวลา อีกคนก็ฉลาดเป็นกรดแต่ไร้อารมณ์ความรู้สึก เมื่อต้องมาใช้ชีวิตและฝ่าดงซอมบี้ไปด้วยกัน ความสัมพันธ์ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและสารเคมีจึงเริ่มต้นขึ้น!

 3 จุดเด่นชวนติดหนึบ ที่ทำให้นิยายเรื่องนี้ “ต้องอ่าน!”

  1. เคมีพระ-นาย “มวยถูกคู่” กวนประสาทแต่รักกันสายตัวแทบขาด

เสน่ห์อันดับหนึ่งยกให้ความสัมพันธ์ของควักซูฮวานและซอกฮวา ตัวพระเอก (ซูฮวาน) เป็นสายลุย ดิบเถื่อน แต่พออยู่กับด็อกเตอร์ซอกฮวาละก็ กลายเป็นคนคลั่งรักและขี้แกล้งขั้นสุด ส่วนนายเอก (ซอกฮวา) แม้จะดูเหมือนหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกและหมกมุ่นอยู่กับการทดลอง แต่เวลาโต้ตอบกับพระเอกกลับมีมุมน่ารักและเด็ดขาดอย่างไม่น่าเชื่อ การปะทะคารมของทั้งคู่ช่วยเบรกความตึงเครียดของเส้นเรื่องวันสิ้นโลกได้เป็นอย่างดี

  1. พล็อตไซไฟ-ซอมบี้สุดล้ำ และการเมืองที่เข้มข้น

แชพัลอี ไม่ได้เขียนแนวซอมบี้แบบสูตรสำเร็จทั่วไป แต่มีการปูเบื้องหลังของ “ไวรัสอาดัม” ไว้อย่างมีเหตุมีผล มีการหักมุมและทฤษฎีวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจง่าย นอกจากนี้ ตัวเรื่องยังสะท้อนภาพการเมือง การแย่งชิงอำนาจภายใน “เรนโบว์ซิตี้” ที่มนุษย์ด้วยกันเองอาจจะน่ากลัวและสกปรกยิ่งกว่าซอมบี้เสียอีก ทำให้คนอ่านต้องคอยลุ้นและคิดตามอยู่ตลอดเวลา

  1. กระชับ ฉับไว 3 เล่มจบ เนื้อหาไม่มีน้ำ

หลายคนอาจจะกลัวว่าแนวไซไฟวันสิ้นโลกจะยืดเยื้อ แต่สำหรับเรื่องนี้ ด้วยความที่เป็นชุด 3 เล่มจบ ทำให้เนื้อหาดำเนินไปอย่างรวดเร็ว กระชับ มีปมให้แก้ในทุกเล่ม ฉากแอ็กชันทำออกมาได้ตื่นเต้น ภาพชัดเจนเหมือนกำลังดูภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ และที่สำคัญคือพาร์ทความรักก็ไม่ได้ถูกกลืน หวานกลมกล่อมกำลังดี

Rainbow City ความรู้สึกหลังอ่าน: สนุกครบรส เพลินจนลืมเวลา

สำหรับใครที่ชอบนิยายแนวที่พระนายเก่งทั้งคู่ (Smart & Strong) เรื่องนี้ตอบโจทย์มาก เนื้อเรื่องมีการผสมผสานระหว่างความตึงเครียดของการเอาชีวิตรอด ความดราม่าของการเมือง และความตลกหน้าตายของตัวละครได้อย่างลงตัว อ่านแล้วไม่รู้สึกเครียดจนเกินไป มีมุกตลกร้ายที่ทำให้หลุดขำได้เรื่อยๆ เป็นนิยายที่อ่านสนุก เพลิน และน่าติดตามตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้ายของเล่ม 3

 สรุปรีวิว: เหมาะกับใคร?

  • เหมาะสำหรับคนที่ชอบแนวซอมบี้, วันสิ้นโลก, และไซไฟล้ำๆ
  •  เหมาะสำหรับคนที่ชอบพระเอกสายรุก คลั่งรัก และนายเอกฉลาด หน้าตาย
  •  เหมาะสำหรับคนที่มองหานิยายวายเนื้อหาเข้มข้น พล็อตแน่น มีปมชวนติดตาม แต่จบดี (Happy Ending)

คะแนนความน่าติดตาม: 9.5/10 🌟 (หักคะแนนความหมั่นไส้ในความคลั่งรักของพันตรีควักซูฮวานเล็กน้อย!) ใครยังไม่มีรีบไปตำด่วนๆ เลยครับ!

 

Scroll to Top